สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานรางวัลการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ประจำปี 2561
เมื่อวันที่ 14 เมษายน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธาน ในการพระราชทานรางวัลการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ระดับภาคใต้ และระดับประเทศ ประจำปี 2561 ณ มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี และเสด็จพระราชดำเนิน ไปในการพระราชทานโล่เกียรติคุณและเงินรางวัล แก่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด และอิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ประจำปี 2560 และพระราชทานรางวัลแก่ผู้แทนโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครูและนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ประจำปี 2560 ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี
การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง ประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จฯไปยังท่าอากาศยานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จากนั้นประทับเฮลิคอปเตอร์พระราชพาหนะ เสด็จฯไปยังสนามเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว สนามกีฬากลางองค์การบริหารส่วนตำบลจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ก่อนประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯไปยังพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ทรงวางพานพุ่ม ทรงวางพวงมาลัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ฯ ทรงกราบ แล้วประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯไปยังมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี
กระทั่งเวลา 17.20 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเข้าภายในอาคารมัสยิดกลาง ประทับพระราชอาสน์ ซึ่งมี นายสมนึก พรหมเขียว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, นายประสาน ศรีเจริญ รองประธานผู้ทรงคุณวุฒิสำนักจุฬาราชมนตรี ผู้แทนจุฬาราชมนตรี, นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศมนตรีเมืองปัตตานี, นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี, นายรอย๊ะ หวันโสะ อิหม่ามมัสยิดกลางปัตตานี, นายสนิท เอี่ยมฤทธิ์ ประธานคณะกรรมการตัดสินการทดสอบการอัญเชิญ พระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระดับภาคใต้ และระดับประเทศ ประจำปี 2561 พร้อมด้วย ข้าราชการ และประชาชน เฝ้าฯ รับเสด็จ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทอดพระเนตร นายเปาซี หะมะ ผู้ชนะเลิศการทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ระดับประเทศ ประจำปี 2560 อัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน และแปลความหมายเป็นภาษาไทย ก่อนพระราชทานถ้วยรางวัล และโล่ที่ระลึก รวมจำนวน 36 ราย จากนั้น ผู้แทนจุฬาราชมนตรี ขอดูอาร์ และขอพรจากพระเจ้า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับยืน และยกพระหัตถ์ ตามผู้แทนจุฬาราชมนตรี ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้นำศาสนาอิสลามตามพระราชอัธยาศัย

เสด็จฯไปทอดพระเนตรงานศิลปาชีพจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และงานของพัฒนาชุมชนจังหวัดปัตตานี ที่จัดแสดงบริเวณลานจอดรถมัสยิตกลางปัตตานี ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน และทรงเยี่ยมประชาชนตามพระราชอัธยาศัย
เวลาต่อมา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จฯไปยังที่ทำการองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ประทับพระราชอาสน์ โดยมี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินตา รมว.มหาดไทย, พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ, นายพงศ์เทพ ไข่มุกต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วยข้าราชการ เฝ้าฯ รับเสด็จ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานโล่เกียรติคุณ และเงินรางวัล แก่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น และพระราชทานโล่เกียรติคุณ และเงินรางวัล แก่อิหม่ามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น รวมจำนวน 31 ราย จากนั้นพระราชทานรางวัลแก่ผู้แทนโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน ครูและนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ ที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับพระราชทานรางวัล ประจำปี 2560 รวมจำนวน 299 ราย
ก่อนพระราชทานพระราชดำรัส ความตอนหนึ่งว่า การดูเเลเเละเเนะนำสั่งสอนศาสนิกชน กับการให้การศึกษาอบรมเยาวชนนั้น เป็นภารกิจที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน เละส่งเสริมกันอย่างมาก ด้วยเหตุว่าความเข้าใจในหลักธรรมของศาสนาอย่างถูกต้องชัดเจน กับความรู้ในหลักวิชาอันหนักแน่นกว้างขวาง ต่างก็เป็นปัจจัยเกื้อกูลให้บุคคลสามารถดำเนินชีวิต เเละประกอบสัมมาชีพได้อย่างผาสุกมั่นคง กรรมการอิสลามประจำจังหวัดเเละอิหม่าม ผู้ทำหน้าที่เเนะนำสั่งสอนหลักธรรมของศาสนาให้เเก่อิสลามิกบริษัท กับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ซึ่งทำหน้าที่ให้การศึกษาอบรมเยาวชน ให้มีความรู้ในหลักวิชาเเละหลักธรรม จึงควรจะได้ภูมิใจในผลงานที่ได้ปฏิบัติบำเพ็ญให้สำเร็จผลด้วยดีตลอดมา และเต็มใจยินดีที่จะร่วมมือร่วมแรงกัน ดำเนินงานอันทรงคุณค่านี้ต่อไปให้ยิ่งเข้มเเข็งหนักเเน่น เพื่อยังความดีความเจริญเเละความร่มเย็นเป็นสุข ทั้งของบุคคล ของท้องถิ่น และของชาติบ้านเมือง ให้บังเกิดเพิ่มพูนเเละยั่งยืนตลอดไป
จากนั้น ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้เข้าเฝ้าฯ ตามพระราชอัธยาศัย และเสด็จฯกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต







