เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่กระทรวงกลาโหม กองอำนวยการร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก หรือ กอร.พระราชพิธีฯ พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ แถลงผลการประชุม การอำนวยความสะดวกประชาชนที่จะมาร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า รัฐบาลได้เพิ่มประสิทธิภาพในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเดิมที่เคยจัดรถชัตเตอร์บัสที่เป็นรถธรรมดาไว้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมนี้ แต่ในวันที่ 5 พฤษภาคม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จขบวนพยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนคร ทางขสมก.จัดเป็นรถบัสชัตเตอร์บัสปรับอากาศกับพี่น้องประชาชนตามจุดต่างๆทั้งหมด เข้ามาในพื้นที่ชั้นในเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนมากขึ้น และรถไฟฟ้าสายสีม่วง สีน้ำเงิน รวมถึง แอร์พอร์ตลิงค์ ให้บริการฟรีตลอดวัน
“สำหรับเวลาให้บริการ รถชัตเตอร์บัส โดยวันที่ 1-4 พฤษภาคมและวันที่ 7 พฤษภาคม เวลา 09.00 น.ถึง 22.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม จะเดินรถ 11 เส้นทางจะตั้งแต่เวลา 06.00 น.ถึง 24.00 น.หรือจนกว่าประชาชนจะออกจากท้องสนามหลวงจนหมด และในวันที่ 6 เริ่มเวลา 09.00 น.ไปจนถึง 24.00 น.จนกว่าประชาชนจะออกจากท้องสนามหลวงจนหมด ส่วนรถแท็กซี่ ได้ขอความร่วมมือให้แนะนำเส้นทางและให้บริการประชาชนด้วยความเป็นธรรม และได้ให้ กรมการขนส่งทางบก ได้พิจารณาจุดให้แท็กซี่จอดเพื่อรับส่งประชาชนในช่วงหลังเสร็จพิธีเรียบร้อย ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการ”พล.ต.ท.ไกรบุญ กล่าว
พล.ต.ท.ไกรบุญ กล่าวอีกว่า สำนักงานปลัดสำนักงานนายกรัฐมนตรี(สปน.)ได้มีการจัดซุ้มอักษรพระปรมาภิไธยพระจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 หรือ วปร. ขนาดใหญ่บริเวณท้องสนามหลวง เพื่อให้ประชาชนเข้ามาบันทึกภาพประวัติศาสตร์และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ โดยทางการไฟฟ้านครหลวงได้ประดับไฟฟ้าบริเวณรอบท้องสนามหลวงและเส้นทางขบวนพยุหยาตราสถลมารคเสด็จเลียบพระนคร เพื่อให้พี่น้องประชาชนเข้ามาบันทึกภาพเป็น ประวัติศาสตร์ ความทรงจำได้กับลูกหลานต่อไป จะดำเนินการให้แล้วเสร็จในวันที่ 1 พฤษภาคม สำหรับจุดรวมพล กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ให้การสนับสนุนวงดนตรีจากสถาบันการศึกษาต่างๆเพื่อบรรเลงให้กับประชาชนในระหว่างที่รอรับเสด็จซึ่งจะเป็นเพลงเกี่ยวกับพระราชนิพนธ์เพื่อให้ประชาชนได้ทราบซึ้งในบรรยากาศและจะมีภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ดังนั้นนอกจากทุกคนจะได้ซึมซับประวัติศาสตร์และเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์แล้วจะได้รับความรู้ในงานพระราชพิธีราชาภิเษกติดตัวกลับไปด้วย

