พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ขึ้นเป็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างสมบูรณ์ตามโบราณราชประเพณี ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม พ.ศ.2562 ณ พระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร และนับเป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการถ่ายทอดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ โดยทุกสถานีจะเชื่อมสัญญาณการถ่ายทอดสดจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย
การเตรียมการ
การเตรียมการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช้เวลาประมาณ 5 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2562 ซึ่งเป็นวันที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีขึ้น โดยเมื่อวันที่ 26 มกราคม มีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งแรก โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธานการประชุมและดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธาน
มีการตั้งคณะกรรมการทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยในฝ่ายประชาสัมพันธ์ มี พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และพลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นเลขานุการ
ฝ่ายจัดพิธีการ มีศาสตราจารย์กิตติคุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และนางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเลขานุการ
ฝ่ายรักษาความปลอดภัยและการจราจร มี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และพลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นเลขานุการ
ฝ่ายจัดทำน้ำอภิเษก มี นายกองเอก ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะอนุกรรมการ
ฝ่ายกลั่นกรองการขอใช้งบประมาณ มี ศาสตราภิชานสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
ฝ่ายโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ มี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน
ฝ่ายจัดการเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร มี พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นที่ปรึกษาและอนุกรรมการ และนางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานคณะอนุกรรมการ
ริ้วขบวน
ในพระราชพิธีอย่างเป็นทางการจะมี 3 ริ้วขบวน ดังนี้
ริ้วขบวนที่ 1 อัญเชิญพระสุพรรณบัฏ พระราชลัญจกรประจำรัชกาล และดวงพระราชสมภพ จากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 3 พฤษภาคม โดยใช้กำลังพลทั้งหมด 133 นาย
ริ้วขบวนที่ 2 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินจากพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน มายังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อประกาศพระองค์เป็นศาสนูปถัมภก และถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิที่ปราสาทพระเทพบิดร ในวันที่ 4 พฤษภาคม โดยใช้กำลังพลทั้งหมด 234 นาย
ริ้วขบวนที่ 3 เป็นริ้วขบวนพยุหยาตราสถลมารค สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร วันที่ 5 พฤษภาคม โดยใช้กำลังพลทั้งหมด 1,368 นาย
การฝึกซ้อม
20 กุมภาพันธ์ – กรมสรรพาวุธทหารบก จัดฝึกพื้นฐานลักษณะทหารในท่าต่างๆ ที่ต้องใช้ในริ้วขบวนทั้ง 3 ให้กับชุดครูฝึกของหน่วยที่จัดกำลังปฏิบัติในริ้วขบวน
12 มีนาคม – ฝึกซ้อมริ้วขบวนที่ 3 เสมือนจริงเป็นกรณีพิเศษ เน้นกำลังพลของหน่วยทหารและข้าราชบริพารที่ต้องรับผิดชอบ
19 มีนาคม – ฝึกซ้อมริ้วขบวนที่ 3 แบบรวมการทุกเหล่าเป็นครั้งแรก
26 มีนาคม – ฝึกซ้อมริ้วขบวนที่ 1 และ 2 บนพื้นที่จำลอง ในพื้นที่กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ที่ 11 เป็นครั้งแรก
28 มีนาคม – ฝึกซ้อมริ้วขบวนที่ 3 บนพื้นที่จำลองครั้งสุดท้าย โดยมีพลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ร่วมลงฝึกซ้อม
17 เมษายน – ฝึกซ้อมริ้วขบวนทั้ง 3 ริ้วขบวนบนพื้นที่จริงครั้งแรก
21 เมษายน – ฝึกซ้อมริ้วขบวนที่ 3 บนพื้นที่จริงครั้งที่ 2 โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าร่วมการฝึกซ้อมเป็นครั้งแรก
22 เมษายน – ฝึกซ้อมริ้วขบวนที่ 1 และ 2 บนพื้นที่จริงครั้งที่ 2
28 เมษายน – ฝึกซ้อมใหญ่ริ้วขบวนที่ 1 และ 3 บนพื้นที่จริง เป็นการฝึกซ้อมครั้งสุดท้ายก่อนเริ่มพระราชพิธีจริง
29 เมษายน – ฝึกซ้อมใหญ่ริ้วขบวนที่ 2 บนพื้นที่จริง
ตราสัญลักษณ์พระราชพิธี
ในวันที่ 11 มีนาคม 2562 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวแบบตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในครั้งนี้ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาปรุงแบบตราสัญลักษณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วยพระองค์เอง และพระราชทานแบบตราสัญลักษณ์พร้อมความหมายเพื่อใช้ในการเผยแพร่งานในครั้งนี้ และยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแบบเข็มที่ระลึกตราสัญลักษณ์ โดยด้านหน้าเป็นตราสัญลักษณ์ ส่วนด้านหลังมีคำว่า “พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. ๒๕๖๒” ซึ่งสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจัดทำเข็มที่ระลึกขึ้นเพื่อจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนได้อัญเชิญไปประดับในช่วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และรายได้จากการจำหน่ายเข็มที่ระลึกทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย รัฐบาลจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัยต่อไป
การเตรียมสถานที่และปรับปรุงภูมิทัศน์
วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2562 กิจกรรมจิตอาสาปรับปรุงภูมิทัศน์คลองคูเมืองเดิม ถนนอัษฎางค์ และถนนบำรุงเมือง มีหน่วยพระราชทานจิตอาสา ประชาชนจิตอาสา เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร กรมป่าไม้ กรมราชทัณฑ์ สมาคมรุกขกรรมไทย และเครือข่ายต้นไม้ในเมืองกว่า 400 คน ระดมอุปกรณ์ เครื่องมือ ไปตัดแต่งกิ่งก้าน และฟื้นฟูต้นไม้ใหญ่ ให้มีทรงพุ่มสวยงาม ตัดกิ่งก้านต้นไม้ตามหลักรุกขกรรม เพื่อให้ต้นไม้ริมคลองคูเมืองเดิมทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ไปถึงสะพานช้างโรงสี
หมายกำหนดการ
พิธีการจัดทำน้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พิธีพลีกรรมตักน้ำ
พิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์
พิธีพลีกรรมตักน้ำเกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศ ยกเว้นกรุงเทพมหานคร มีพิธีการในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2561
พิธีทำน้ำอภิเษกในแต่ละจังหวัด
พิธีทำน้ำอภิเษกในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ ยกเว้นกรุงเทพมหานคร มีพิธีการในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2562
พิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษกของแต่ละจังหวัด
พิธีเวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษกของแต่ละจังหวัดทั่วประเทศยกเว้นกรุงเทพมหานคร มีพิธีการในวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2562
พิธีเชิญน้ำอภิเษกของแต่ละจังหวัดมารวมที่กระทรวงมหาดไทย
พิธีเชิญน้ำอภิเษกของแต่ละจังหวัดมารวมเก็บรักษาไว้ที่กระทรวงมหาดไทย มีพิธีการในวันที่ 10 เมษายน พ.ศ.2562
12 เมษายน
พิธีพลีกรรมตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในกรุงเทพมหานคร ณ หอศาสตราคม ในพระบรมมหาราชวัง
เวลา 12.50 น. พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ประพรมน้ำพระพุทธมนต์โดยรอบพระราชฐานชั้นใน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นประธานในพิธีอธิษฐานจิตพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบาตรน้ำมนต์ภายในหอศาสตราคม บรรจุในคนโท จากนั้นเชิญคนโทน้ำศักดิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคมขึ้นรถยนต์ประจำตำแหน่ง นำไปวางบนแท่นที่จัดไว้สำหรับกรุงเทพมหานครที่กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับคนโทน้ำอภิเษกจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ และน้ำสรงพระมุรธาภิเษกอีก 9 ใบ รวมเป็น 86 ใบ
18 เมษายน
เวลา 07.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นเคลื่อนขบวนจากกระทรวงมหาดไทยไปยังวัดสุทัศนเทพวราราม เพื่อเชิญคนโทน้ำอภิเษกเข้าไปในพระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม เป็นระยะทาง 740 เมตร และเคลื่อนขบวนกลับกระทรวงมหาดไทย
ริ้วขบวนเชิญคนโทน้ำอภิเษกไปยังวัดสุทัศนเทพวราราม วันที่ 18 เมษายน พ.ศ.2562
เวลา 15.00 น. กระทรวงมหาดไทยมีการจัดริ้วขบวนเชิญคนโทน้ำอภิเษกจากกระทรวงมหาดไทยไปยังวัดสุทัศนเทพวราราม และมีการประกอบพิธีเสกน้ำอภิเษกรวม ณ วิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส
เวลา 17.19 – 21.30 น. พิธีเสกน้ำอภิเษก ประกาศชุมนุมเทวดา ทำน้ำเทพมนต์ เจริญพระพุทธมนต์ และทำน้ำพระพุทธมนต์ ณ พระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม
19 เมษายน
เวลา 06.45 น. เชิญคนโทน้ำอภิเษกออกจากพระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม และเคลื่อนริ้วขบวนเข้าสู่ประตูสวัสดิโสภา หน้าพระบรมมหาราชวัง เมื่อถึงประตูสวัสดิโสภา ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เชิญพานพุ่มทอง-พานพุ่มเงิน ถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บริเวณกำแพงพระบรมมหาราชวัง จากนั้นคณะผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทยวางพานกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพและเปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพตามลำดับ แล้วเชิญคนโทน้ำอภิเษกไปวางในพระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แล้วเคลื่อนขบวนกลับกระทรวงมหาดไทย
22 เมษายน
เวลา 15.50 น. พระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
23 เมษายน
เวลา 08.19 – 11.35 น. จารึกพระสุพรรณบัฏ ดวงพระราชสมภพ แกะพระราชลัญจกรประจำรัชกาล และจารึกพระสุพรรณบัฏพระบรมวงศ์ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
2 พฤษภาคม
เวลา 16.09 – 20.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระราชินีสุทิดา เสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายราชสักการะปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า พระบรมราชานุสรณ์ พระลานพระราชวังดุสิต และเสด็จพระราชดำเนินบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์
3 พฤษภาคม
มีการแบ่งพิธีออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้
เวลา 10.00 น. เชิญพระสุพรรณบัฏ ดวงพระราชสมภพและพระราชลัญจกรจากวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ
เวลา 16.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร นมัสการพระรัตนตรัย ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิ
เวลา 16.19 – 18.00 น. จุดเทียนชัย พระสงฆ์ประกาศการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และเจริญพระพุทธมนต์
พระราชพิธีบรมราชาภิเษกอย่างเป็นทางการ
พระราชพิธีทั้งหมดดังต่อไปนี้มีการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยทั้งหมด
4 พฤษภาคม
เวลา 10.09 – 12.00 น. สรงพระมุรธาภิเษก ณ ชาลาพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน, ทรงรับน้ำอภิเษก ณ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์, ทรงรับเครื่องราชกกุธภัณฑ์ เครื่องบรมขัตติยราชวราภรณ์ และพระแสง ณ พระที่นั่งภัทรบิฐ จากนั้นทรงเลี้ยงพระ และพระสงฆ์ดับเทียนชัย
เวลา 14.00 น. เสด็จออกมหาสมาคมรับการถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
เวลา 16.00 น. เสด็จฯ โดยริ้วขบวนราบใหญ่ไปทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ประกาศพระองค์เป็นศาสนูปถัมภก ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ณ ปราสาทพระเทพบิดร ถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิ สดับปกรณ์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
เวลา 18.00 น. เจ้าพนักงานเวียนเทียนสมโภชหมู่พระมหามณเฑียร
เวลา 18.19 – 20.30 น. เฉลิมพระราชมณเฑียรและเถลิงพระแท่นบรรจถรณ์ ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน
5 พฤษภาคม
เวลา 09.00 น. พระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย และสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์ เลี้ยงพระ เทศน์ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย
เวลา 16.30 น. เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค จากพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท ไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
6 พฤษภาคม
เวลา 16.30 น. เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท รับการถวายพระพรชัยมงคล โดยพสกนิกรชาวไทย
เวลา 17.30 น. เสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ให้คณะทูตานุทูต แขกของรัฐบาล และกงสุลต่างประเทศเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล
พระราชพิธีเบื้องปลาย
ปลายเดือนตุลาคม เวลา 16.00 น. เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราชลมารค ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเช่นเดียวกัน
ขอบคุณข้อมูล wikipedia

