‘หนุ่มวิศวกร’ เกาะรถไฟจากนครปฐม ร่วมชมพระบารมี ‘ในหลวง ร.10’ ชี้มาด้วยใจร้อนแค่ไหนก็สบาย
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่บริเวณด้านหน้าอาคารศาลฎีกา มีประชาชนสวมใส่สีเหลือง ทยอยเข้าจับจองพื้นที่กันอย่างแน่นขนัด เพื่อรอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนินเลียบถนนราชดำเนินกลาง โดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค
นายกัมปนาท หวานแหลม อายุ 50 ปี วิศวกร บริษัทอินโดรามาโพลีเอสเตอร์ อินดัสตรี้ส์ จำกัด มหาชน เดินทางด้วยรถไฟ จาก อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม กับป้า 2 คน และลูกสาว เพื่อมาร่วมชมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก อันเป็นช่วงเวลาประวัติศาสตร์
นายกัมปนาท กล่าวว่า ตนเดินทางตั้งแต่เวลา 09.00 น. มาถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 10.30 โดยได้แวะพักรับประทานอาหารของโรงครัวพระราชทาน บริเวณโรงพยาบาลศิริราช ก่อนจะมุ่งหน้ามายังบริเวณหน้าศาลฎีกาเพื่อรอรับเสด็จฯ
“ตอนแรกว่าจะมาพรุ่งนี้ แต่ป้าและญาติอยากมา ก็เลยพามาวันนี้ด้วย สมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เวลามีงานพระราชพิธี ก็มารอรับเสด็จเป็นประจำ มาด้วยใจ สิ่งนี้อยู่ในหัวใจคนไทย ถือว่าสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องเชิดชูและต้องรักษาไว้”

นายกัมปนาท กล่าวต่อว่า แม้ว่าอากาศอาจจะร้อนสำหรับคนอื่นๆ แต่สำหรับตนแล้วสบายมาก
“ตอนที่มีงานฉลองครบรอบครองสิริราชสมบัติ บนถนนควันขึ้นเป็นเปลวก็ยั่งแย่งกันนั่ง เวลาที่ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี น้ำตาจะไหลอัตโนมัติ อากาศวันนี้ถือว่าสบายๆ รู้สึกดีใจมากที่คนมากันเยอะ เพราะทุกคนยังจงรักภักดี สถาบัน ชาติ ศาสนา อันเป็นเป็นเสาหลักของชาติ”
นายกัมปนาทยังกล่าวอีกว่า ที่มาทุกครั้งใจไม่อยากแย่งที่นั่งคนอื่น ตนจึงใช้วิธียืน อยู่ตรงจุดไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเห็นพระองค์ เพราะพระองค์อยู่ในหัวใจอยู่แล้ว
“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 จะเสด็จฯ เวลา 16.30 ผมจะอยู่รอตรงนี้ก่อน แล้วจะไปรอตอนพระองค์เสด็จฯกลับ อีกจุดหนึ่งที่สนามหลวงฝั่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แล้วจะนั่งรถไฟกลับนครปฐม รอบเวลาประมาณเที่ยงคืน ที่สถานีกรุงธนบุรี อยากเชิญชวนผสกนิกรชาวไทยทุกท่าน ถ้ามีโอกาสอยากให้ร่วมมาจารึกประวัติศาสตร์ด้วยกัน” นายกัมปนาท กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่ามกลางอากาศร้อนจัด ประชาชนได้อาศัยเครื่องพ่นหมอกไอน้ำลดอุณหภูมิ ของกระทรวงอุตสาหกรรม และตู้กดน้ำเย็น ของการประปา เพื่อคลายร้อน โดยเจ้าหน้าที่จิตอาสาได้แจกยาดม ผ้าเย็น และทยอยแจกธงสีเหลือง ตราพระปรมาภิไธย ว.ป.ร. ให้กับประชาชนที่มาร่วมงาน



