‘ทรงพระเจริญ’ กึกก้อง ประชาชน ตื้นตันใจ ได้ร่วมจารึกประวัติศาสตร์ ร.10

5.05.19 | 19:15 น.

กึกก้อง ‘ทรงพระเจริญ’ ประชาชนเผยตื้นตันใจ ได้ร่วมจารึก ปวศ. ร.10

เมื่อเวลา 17.37 น. วันที่ 5 พฤษภาคม   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับบนพุดตานทอง ยาตราออกจากพระบรมหาราชวัง จากประตูวิเศษไชยศรี ผ่านบริเวณหน้าศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน ซึ่งเป็นจุดที่ 2 ของเส้นทางริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ พยุหยาตราทางสถลมารค ไปสู่วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อทรงนมัสการพระพุทธปฏิมาประธาน และพระบรมราชสรีรางคาร

โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประทับบนพระที่นั่งพุดตานทอง ซึ่งมีความสูง 2 เมตร ประชาชนจึงสามารถเห็นพระบารมีได้อย่างแจ่มชัด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่รอร่วมชมพระบารมี ต่างโบกธง พร้อมทั้งถือรูปพระบรมฉายาลักษณ์ เปล่งเสียง ทรงพระเจริญกึกก้อง บางส่วนหยิบโทรศัพท์มือถือร่วมถ่ายภาพความประทับใจครั้งประวัติศาสตร์

นางบุณณดา ทับทิมดี อายุ 52 พนักงานบริษัทฯ เครื่องสำอางค์โคลเซ่ เดินทางมาจากอนุสาวรีย์ชัยฯ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เพื่อร่วมบันทึกความทรงจำ

นางบุณณดากล่าวว่า วันนี้มีความรู้สึกปลาบปลื้มมากที่ได้มาเห็นพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นั่งดูทีวีอยู่ที่บ้านก็ร้องไห้อยู่คนเดียวเพราะเป็นคนที่มีใจรักในเชื้อพระวงศ์ ตอนเด็กจะติดตามเวลาเชื้อพระวงศ์เสด็จฯ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 9 จนมาถึงรัชกาลที่ 10 ก็เคยรับเสด็จฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตอนพระองค์เดินสวนสนามงานวันราชวัลลภ และตอนที่เสด็จฯทอดผ้าพระกฐิน กับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

Advertisement

นางบุณณดายังเปิดเผยว่า ตนเดินทางมาร่วมชมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตั้งแต่วันซ้อมขบวนฯ
“ตอนแรกไม่คิดว่าจะได้มา เนื่องจากเมื่อวานมาร่วมงานแล้วน็อตสะโพกหลุด แต่วันนี้อาการดีขึ้นจึงมาร่วมชมเพราะเปิดโทรศัพท์ชมการถ่ายทอดสดทั้งวัน ได้ฟังพระปฐมบรมราชโองการ แล้วรู้สึกปลาบปลื้มใจ ที่พระองค์ท่านสานต่อและไม่ทอดทิ้งประชาชน” และว่า

วันนี้อากาศร้อนมาก คุณหมอบอกว่าห้ามตากแดด แต่ใจเราเต็มที่ เพราะคิดว่าเป็นโชคดีที่ได้อยู่ร่วมดูพิธีอันศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่เช่นนี้ จะได้มีเรื่องเล่าให้ลูกหลานฟังสืบต่อกันว่าเราก็เกิดมาในรัชกาลที่ 10 และพระองค์สานต่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นราชวงศ์จักกรีที่เราเคารพนับถือ ด้วยความเป็นคนไทย

“มาถึงก็เลือกปักหลักที่หน้าศาลฎีกา เพราะเป็นจุดที่ชมพระบารมีได้ชัดเจนที่สุด แม้ว่าอากาศจะร้อนมากเพราะพระอาทิตย์ส่องเต็มๆ จนถ่ายรูปไม่เห็น แต่ก็ได้เก็บไว้ในความทรงจำเรียบร้อยแล้ว และก็พยายามเก็บภาพไว้เพื่อเล่าให้ลูกหลานฟังเพราะไม่มีโอกาสได้มา ไม่ได้รับรูความรู้สึกแบบนี้”นางบุณณดากล่าว

ด้าน นางอังคณา ชูสาย อายุ 41 ปี อาชีพเกษตรกร เดินทางมาจากจังหวัดสมุทรสงคราม ตั้งแต่  10.30 น. พร้อมด้วยครอบครัว  นางอังคณากล่าวว่า อยากมาแสดงความจงรักภักดี เพราะติดตามตลอดจากทางโทรทัศน์ วันนี้มีโอกาสจึงตั้งใจมา เพราะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกไหม อย่างไรก็ต้องมาให้ได้

“ตอนที่เห็นพระองค์เสด็จฯ ผ่าน พูดไม่ออก รู้สึกตื้นตันใจไปหมด และระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ด้วย”

โดยนางอังคณายังเปิดเผยอีกด้วยว่า เวลารับเสด็จฯ จะพาลูกสาวมาด้วย “เขาจะบอกว่าร้อนและเหนื่อย แต่ก็สู้ เห็นในหลวงแล้วลูกบอกรู้สึกดีใจ ตอนงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ก็พาลูกมาร่วม บอกเขาว่าเรามาหาในหลวงนะ และองค์นี้คือในหลวงรัชกาลที่ 10 ก็สอนเขาให้เข้าใจตั้งแต่เด็ก