เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 6 พฤษภาคม ที่บริเวณท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกร รัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร เสด็จฯ กลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต หลังเสด็จออกสีหบัญชร ณ พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ประชาชนเข้าจับจองพื้นที่ เพื่อรอชมการแสดงโดรนแปรอักษรถวายราชสดุดีจักรีวงศ์ จัดขึ้นเพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ทั้งนี้ การพัฒนาผลงานการแสดงโดรนแปรอักษรครั้ง นี้เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุ บังคับ (RSCA) และบริษัทเอไอแอนด์โรโบติกส์เวนเจอร์ส (ARV) ได้จัดเตรียมโดรนจำนวนกว่า 333 ลำที่ความสูงไม่เกิน 80 เมตร ประกอบด้วยการแสดง 2 ชุด ต่อเนื่องกันโดยเป็นการแปรอักษรรวม 10 ภาพ ระยะเวลาประมาณ 30 นาที สำหรับบท เพลงซิมโฟนีที่ใช้ประกอบการแสดงได้มีการประพันธ์ขึ้น เพื่อใช้ในโอกาสนี้โดยเฉพาะซึ่งเป็นผลงานการประพันธ์และควบคุมการบันทึกเสียง โดย พ.อ.ประทีป สุพรรณโรจน์ และบรรเลงโดยวงไทยซิมโฟนี ดูแลโดยมลูนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข โดยการแสดง ทั้ง 2 ชุดประกอบด้วย 1.การแสดงชุด “เทิดไท้องค์ราชัน” ประกอบบทเพลงในชื่อ “เพลงบรมราชาภิเษก” (Coronation) แสดงถึงความจงรักภักดีของพสกนิกรทั่วทุกหมู่เหล่า ซึ่งต่างร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของราชวงศ์จักรี และเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมถวายพระพรชัย เนื่องในวาระมหามงคลของแผ่นดิน การแสดงในชุดนี้ใช้โดรนจำนวน 167 ลำ ใช้เวลาแสดงประมาณ 8 นาทีเป็นรูปภาพต่างๆ ดัง นี้ แผนที่ประเทศไทย ธงชาติไทย อักษรคำว่า “ราชวงศ์จักรี” ตัวเลข “๑๐” ไทย พระปรมาภิไธยย่อ ว.ป.ร. พระบรมสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ 10 และอักษรคำว่า “ทรงพระเจริญ”
การแสดงชุดที่ 2. “สัญลักษณ์แห่งชาติ” ประกอบบทเพลงในชื่อ “เพลงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”(Majesty) แสดงถึงสัญลักษณ์ประจำชาติไทยที่ใช้โดรนจำนวน 68 ลำ ใช้เวลาแสดงเป็นระยะเวลาประมาณ 7 นาที เป็นรูปร่างต่างๆ ภาพธงชาติไทย ภาพช้างไทย ภาพดอกราชพฤกษ์ สำหรับบทเพลงที่ใช้ประกอบการแสดงในชดุนี้มีชื่อว่า ว่า “เพลงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” (Majesty) ซึ่งผู้ประพันธ์ได้รับแรงบันดาลใจจากบทเพลงสวดแห่งสรวงสวรรค์ (Hymns)
นอกจากนี้ บริเวณท้องสนามหลวงด้านทิศใต้ ยังมีเวทีการแสดง รวม 5 ชุด ดังนี้ เวลา 20.00-21.00 น. การบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ วงโยธวาทิตวิทยาลัยเทคโนโลยี ตั้งตรงจิตรพาณิชยการ เวลา 21.00-21.15 น. การแสดงปู่เจ้าเรียกไก่ ชมรมนาฏรักษ์ เวลา 21.15-21.25 น. การแสดงสี่ภาค ชมรมนาฏรักษ์ เวลา 21.25-21.40 น. การแสดงรำชุมนุมฉุยฉาย คณะโรจน์จรัสฤทธิ์ และเวลา 21.40-23.10 น. การแสดงดนตรีลูกทุ่ง โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ กรุงเทพฯ นางเพ็ญศิริ ยิ้มศิริ อายุ 64 ปี ขาวจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ตนพร้อมลูกสาว ลูกเขย และหลานสาว 2 คน เดินทางมาถึงบริเวณท้องสนามหลวงตั้งแต่เวลาประมาณ 14.00 น. เพื่อเฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกร รัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ในการเสด็จออกสีหบัญชร ณ พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท แม้จะมองเห็นพระองค์จากระยะไกล แต่ก็รู้สึกปลื้มปีติที่ได้เห็นคนไทยพร้อมใจสามัคคีใส่เสื้อเหลืองเพื่อร่วมกันถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นางนารีรัตน์ ฤคนีย์ อายุ 42 ปี กล่าวว่า ตนพร้อมลูกๆ เดินทางมาจากย่านลาดพร้าว มาถึงสนามหลวง เวลา 16.30 น. แม่จะไม่ได้เฝ้าฯ รับเสด็จฯ แต่อยากพาลูกๆ มาซึบซับบรรยากาศ ถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต น.ส.นริสา ทองสุข หรือน้องไอซ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ได้ มาร่วมในพระราชพิธีฯ สำคัญของคนไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแสดงโดรนเสร็จสิ้น ประชาชนต่างตบมือชื่นชมกับการแสดง และพักผ่อนคลายร้อนในอิริยาบทที่ผ่อนคล้าย 

