“เราต้องพึ่งตัวเองให้มากที่สุด ตลาดของเราเอง ถ้าเราไม่พึ่งตนเอง ถ้าเราจะไปพึ่งหน่วย
งานต่างๆกลุ่มเราก็เดินไม่ได้ครับ ถ้าเราเพิ่งต้นเองกลุ่มก็จะเข้มแข็ง
“ตอนแรกชาวบ้านเขาประกอบอาชีพทางด้านปศุสัตว์อยู่แล้ว แล้วเรามาพูดเกี่ยวกับทาง
ด้านปศุสัตว์ ซึ่งเป็นอาชีพพื้นฐานที่เขาดำเนินการอยู่แล้ว เขามีการตอบรับเป็นอย่างดีโดย
เฉพาะอย่างยิ่งการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ การสร้างพัฒนาพืชอาหารสัตว์”
การเลี้ยงวัวปล่อยไร่ทุ่งเป็นอาชีพเสริม โดยให้หากินตามทุ่งนาหลังฤดูการเพาะปลูก และ
พื้นที่โล่งทั่วไป ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ภายในพื้นที่บ้านหนองขาม อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ
เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เกษตรหลายร้อยครัวเรือนได้สืบทอดทำหลังจากฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต
หมดลง

แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป เกษตรกรเกิดความต้องการพื้นที่เพาะปลูกมากขึ้น พื้นที่ที่
เคยปล่อยเลี้ยงวัว เต็มไปด้วยพืชไร่ พืชสวน หมุ่นเวียนตลอดทั้งปี ทำให้การปล่อยวัวเลี้ยง
แบบไล่ทุ่งจึงไม่สามารถทำได้
คุณแสงทอง ทองงาม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคบ้านหนองขาม เล่าให้ฟังว่า
บ้านหนองขามเมื่อก่อนเป็นการเลี้ยงวัวแบบไล่ทุ่ง แบบเลี้ยงใครเลี้ยงมัน หลังฤดูเก็บเกี่ยว
เราก็ปล่อยตามทุ่งไร่ทุ่งนา พอมาปัจจุบันก็เกิดปัญหาก็หมายถึงว่าที่นา หลังจากทำนาคนก็
มาทำไร่ ทำสวน ทำอ้อย แล้วก็การใช้สารเคมีเพิ่มขึ้น ทางหมู่บ้านก็เลยคิดอย่างไรจะให้พี่
น้องชาวหมู่บ้านมีอาชีพเสริมอย่างเมื่อก่อน พอดีเราก็ตัดสินใจว่าเราจะลองทำกลุ่มดู เราก็
เกิดเป็นกลุ่มแบบธรรมชาติไม่ได้ให้ทางราชการมาช่วย เราก็ทำดู พอทำกลุ่มเข้ามารู้สึกว่า
การติดต่อหน่วยงานราชการก็คล่องตัวขึ้น เมื่อเราจัดทำกลุ่ม พอมาปี 2557 เราเลยมาทำ
กลุ่มผู้เลี้ยงโคขุน

ด้วยบริบทสังคมและเศรษฐกิจสังคมที่อยู่กับการเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะโคเนื้อ นำมาซึ่งการ
พัฒนาและส่งเสริมองค์ความรู้ โดยเริ่มจากการรวมกลุ่มและสร้างแรงจูงใจ เน้นการมีส่วน
ร่วมของชาวบ้านเป็นสำคัญ
ด้านคุณประสิทธิ์ ทองกรณ์ ปศุสัตว์อำเภอคอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ บอกว่า โดยหลักที่เข้ามา
ส่งเสริม คือ กระบวนการหลักๆก็คือ สอนให้รู้ เราสอนให้เขารู้ก่อนว่า จะทำอะไร อย่างไร
เพื่อเขาอย่างไร สองก็คือในเรื่อง ทำให้ดู ทำให้ดูคือกระบวนการสาธิตในกลุ่ม เช่น สาธิต
การทำอาหารสัตว์ ใช้วัตถุดิบที่เหลือใช้มาทำเป็นอาหาร เช่น ฟางข้าว เช่น มันสำปะหลัง
เล่านี้เป็นต้น และอยู่ให้เห็น ก็คือเรามาอย่างต่อเนื่องไม่ให้เขาอยู่เดียวดาย
จากการทำเหล่านี้ให้เขาเห็นประโยชน์ว่าถ้าเราเลี้ยงสัตว์ปล่อยแบบตามเวร ตามกรรมสมัย
เก่า มันก็จะให้ผลตอบแทนที่น้อย อีกส่วนหนึ่งก็คือในเรื่องของการพัฒนาทางด้านพืช
อาหารสัตว์ให้จัดแปลงพืชอาหารสัตว์ ให้รู้จักการจัดสรรพื้นที่ในการเลี้ยงสัตว์ เดิมโดย
ธรรมชาติเขาเลี้ยงโดยหญ้าเลี้ยงสัตว์อยู่แล้ว เราก็พัฒนาสายพันธุ์หญ้าอาหารสัตว์ก่อนตอน
แรก คือ ปลูกใช้พื้นที่น้อยแต่ให้ผลผลิตมาก

การเปิดใจยอมรับนวัตกรรม และองค์ความรู้จากภายนอก ผสานกับความร่วมมือของ
สมาชิกที่มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกที่กลาย
เป็นแรงขับเคลื่อนให้กลุ่มเข้มแข็ง
“ส่วนมากผมใช้หลักธรรมภิบาล ในการประชุม จะทำอะไรต้องปรึกษาหารือกัน ต้องการ
ประชุมก่อน เอามติที่ประชุมเป็นหลัก เกิดปัญหามีแต่เราก็หันหน้าคุยกัน ไม่ใช่หนีปัญหา
ทางกลุ่มก็มีข้อบังคับของกลุ่ม เรามาทำร่วมกัน ข้อบังคับกลุ่มสมาชิกต้องเคารพมติที่
ประชุมกับข้อบังคับกลุ่ม” คุณแสงทอง กล่าว
ทั้งนี้คุณประสิทธิ์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในการดำเนินการงานตลอดระยะเวลา 20-30 ปีที่
ผ่านมา ณ กลุ่มนี้ ผมมองว่ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การใช้องค์ความรู้ เขา
พัฒนาตามเรา ตามองค์ความรู้ของเรา แต่ในขณะเดียวกันองค์ความรู้ของเราที่ให้ไป เรา
ต้องศึกษาในองค์ความรู้ที่เขามีเดิมอยู่ด้วย มันก็ก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้
กลุ่มดำรงค์อยู่ได้
ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นระบบ เน้นให้สมาชิกและชาวบ้านมีส่วนร่วม ภายใต้
กฏระเบียบข้อบังคับเดียวกัน สามารถยกระดับความเป็นอยู่ และสร้างความสามัคคีของคน
ในชุมชน ให้สามารถดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน

“กระบวนการที่ผมทำก็คือ สอนให้รู้ มันเกิดเชิงประจักษ์ ว่าผลลัพธ์มันออกมาอย่างไร
แล้วทำให้ดูก็คือ เราก็มีการสาธิตในกลุ่มในบ้านนี้ทำโดยตรง และก็อยู่ให้เห็น คือ เราไม่ทิ้ง
เขาจึงเกิดความเชื่อมั่น ทัศนะคติเชิงลบก็คือ หมดไป สุดท้ายเป้าหมายที่เขาดำเนินการใน
เรื่องของการมีวินัย การใฝ่รู้ จะก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมที่เข้มแข็งครับ” คุณประสิทธิ์ กล่าว
ปัจจุบันกลุ่มวิสหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคบ้านหนองขาม เต็มไปด้วยศักยภาพและกิจกรรมที่
สร้างอาชีพ และรายได้ให้กับคนในชุมชนทุกมิติ ทั้งการปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ และการ
สร้างอาชีพเสริมอื่นๆในชุมชน
“ข้อแรก ศึกษาข้อมูลก่อนครับ ศึกษาข้อมูลให้เป็นระบบก็หมายถึงว่าเราทำแล้วเราจะไป
ส่งวัวที่ไหนไปขายที่ไหน ข้อที่สองปัจจัยสำคัญ ระเบิดจากข้างใน ระเบิดจากข้างใน เมื่อ
เราทำกิจกรรมร่วมกันแล้วสุดท้ายก็จะมีความรักความสามัคคีในกลุ่ม ที่ผมพากลุ่มของ
ผมทำ คือ ขาดทุน คือ กำไร ขาดทุน คือ กำไร ก็หมายถึงว่า เราขุน 2-3 รุ่นที่แล้วขาดทุน
กำไรก็หมายถึงว่าเราได้ประสบการณ์ เมื่อเราได้ประสบการณ์ เราก็มาถ่ายทอดให้ความรู้
แก่พี่น้องและทำเป็นตัวอย่างให้กับชุมชนได้เห็นว่าเราทำแบบนี้ มีกำไรแบบนี้ ตลาดเรา
แบบนี้ เมื่อก่อนสมาชิกของผม 12 คน เดี๋ยวนี้สมาชิกของผมเพิ่มขึ้นมาเป็น 130 คน ครับ
แสงทอง กล่าวทิ้งท้าย

