เมื่อเวลา 15.51 น. วันที่ 22 สิงหาคม คณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี จัดให้มีการซ้อมย่อยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ซึ่งเป็นพระราชพิธีเบื้องปลาย จากท่าวาสุกรี ไปยังท่าราชวรดิฐ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 12.45 น. เจ้าหน้าที่ได้เริ่มทำการลากจูงเรือรูปสัตว์ และเรือพระที่นั่งทั้ง 4 ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ และเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ 9 ไปยังจุดจอดเรือต่างๆ เริ่มออกตั้งขบวนเรือ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้อัญเชิญพระพุทธรูปลงเรือพระที่นั่งอนันตนาคราช จากนั้นเจ้าพนักงานเห่เรือซึ่งนั่งอยู่ที่เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เริ่มเกริ่นเห่เรือ และในเวลา 15.30 น. เริ่มเคลื่อนริ้วขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ไปตามเส้นทางท่าวาสุกรี ผ่านสะพานพระราม 8 มุ่งหน้ายังท่าราชวรดิษฐ ระยะทาง 3.8 กิโลเมตร กระทั่งเวลา 16.40 น. เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เทียบที่ท่าราชวรดิฐ ใช้เวลา 49 นาที

สำหรับรูปแบบขบวนเรือได้ใช้ตามโบราณราชประเพณี ยึดตามปี พ.ศ.2525 เป็นหลัก ซึ่งเป็นการจัดขบวนเรือในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปีโดยรูปขบวนเรือ แบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สาย 52 ลำ ความยาวขบวนเรือประมาณ 1.2 กิโลเมตร ความกว้างขบวนเรือประมาณ 90 เมตร และมีระยะเคียงระหว่างริ้วขบวนประมาณ 20 เมตร โดยได้นำกาพย์เห่เรือ 3 องก์ ประกอบด้วย บทเห่เรือสรรเสริญพระบารมี (บทใหม่) บทเห่ชมกระบวนเรือ (บทใหม่) และบทเห่เรือชมเมือง (บทเก่า) มาเป็นบทเห่เรือในวันนี้ โดยเป็นการซ้อมที่ประกอบด้วยฝีพาย 2,200 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง กรมศิลปากร รวมเกือบ 3,000 คน ให้ได้ทราบน้ำหนักเรือจริง
ส่วนการเทียบเรือพระที่นั่งทั้ง 4 ลำนั้น พล.ร.ท.จงกล มีสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี กล่าวว่า ที่ฉนวนน้ำท่าวาสุกรี เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช จะเทียบเดี่ยวก่อนเพื่อประกอบพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นเรือ จากนั้นเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เรือพระที่นั่งรอง และ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งทรง จะเทียบที่ฉนวนน้ำคู่กันโดยเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ จะเทียบด้านนอก และเมื่อริ้วขบวนเคลื่อนถึงยังฉนวนน้ำท่าราชวรดิฐแล้ว เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช จะเทียบก่อน จากนั้นเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เทียบคู่ตามลำดับ

ทั้งนี้ พล.ร.ท.จงกล กล่าวว่า ในการซ้อมวันนี้ ได้มีการนำกล้องเลเซอร์ มาใช้ในการควบคุมระยะของเรือ เพื่อใช้สื่อสารกับนายท้าย โดยกระจายเจ้าหน้าที่ไปยังจุดควบคุมขบวนเรือ ที่เจ้าหน้าที่ได้ประจำวางแผน ควบคุม กำกับดูแลการฝึกซ้อมให้เป็นไปตามขั้นตอนการปฏิบัติแบ่งออกเป็น 4 จุด ได้แก่ 1.อาคารจุลดิศ สะพานพระราม 8 2.หอพักแพทย์โรงพยาบาลศิริราช 3.หอเสาธง กองเรือลำน้ำ และ 4. ป้อมวิไชยประสิทธิ์ โดยจะมีการส่งต่อในการควบคุมวางแบบต่อกันในแต่ละจุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดระยะเวลาการฝึกซ้อม ได้รับความสนใจจากประชาชน และนักท่องเที่ยวที่อยู่บริเวณโดยรอบจำนวนมาก ต่างจับจองพื้นที่ 2 ฟากริมแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ ท่าช้าง ท่าน้ำวังหลัง ศิริราช และท่าราชวรดิฐ ซึ่งต่างนำกล้องและโทรศัพท์มือถือ มาร่วมบันทึกภาพความงดงามขอ งขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ครั้งหนึ่งในชีวิต โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวบริเวณท่าราชวรดิฐ ที่เข้ามาสอบถามถึงการซักซ้อมต่างๆ

ด.ช.พาทิศ จิตตานนท์ อายุ 9 ปี นักเรียนชั้นป.4 โรงเรียนวัดปรินายก กล่าวว่า พ่อพามาดูการซ้อมขบวนเรือวันนี้ โดยรู้ข่าวจากทางสื่อต่างๆ คุณพ่ออยากให้ได้เห็นวัฒนธรรมที่ดีของไทย ได้เห็นเรือและท่าพายต่างๆ พ่อก็บอกว่าเรือสุพรรณหงส์จะเป็นเรือที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับ ก็รู้สึกมีความสวยงาม และประทับใจ จากที่เคยได้ยินแต่ในหนังสือเรียน และข่าว
ทั้งนี้ การซ้อมย่อย จะมีขึ้นอีก 9 ครั้ง ครั้งต่อไปในวันที่ 29 สิงหาคม และจะมีการซ้อมใหญ่ 2 ครั้ง ในวันที่ 17 และ 21 ตุลาคมนี้ โดยเป็นการแต่งกายในเครื่องแบบจริง


