ยิ่งใหญ่ ตระการตา โขนศิลปาชีพฯ ตอน “สืบมรรคา”
กลับมาสร้างความประทับใจให้คนดูอีกครั้ง สำหรับ “โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ” ที่ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดการแสดงขึ้นในตอน “สืบมรรคา” ที่ครั้งนี้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก เฉกเช่นทุกปี
โดยในการแสดงรอบปฐมทัศน์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทอดพระเนตรการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประจำปี 2562 ตอน “สืบมรรคา” ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในการนี้ ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาคนเล็กใน ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โดยเสด็จด้วย
ภายในงานมีบุคคลสำคัญ แขกผู้มีเกียรติ และคนดังจากหลากหลายวงการร่วมชมการแสดงคับคั่ง อาทิ พล.อ.สุรยุทธ์ ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์, จิรายุ-ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา, ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล, ท่านผู้หญิงภรณี ล่ำซำ, พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต, วุฒา ภิรมย์ภักดี, คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, ม.ร.ว.ดิศนัดดา-คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล, ศ.นพ.นิธิ มหานนท์, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, เกตุวลี นภาศัพท์, วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา เป็นต้น
ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวว่า เป็นเวลาถึง 16 ปีแล้ว ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยว่า โขน ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยจะเลือนหายไปจากสังคมไทย ทรงห่วงใยว่าโขนจะไม่อยู่ในความสนใจของประชาชนทั่วๆ ไป
จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อศึกษาหาความรู้เรื่องโขนตามจารีตที่มีมาแต่โบราณ และให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพร่วมฟื้นฟูโขนให้กลับคืนสู่ความนิยม โดยจัดสร้างเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับทุกชนิดของโขน ปรับปรุงวิธีการแต่งหน้าโขน ตลอดจนพระราชทานกำลังใจแก่ครู อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญโขน ให้ฝึกฝนเยาวศิลปินจากรุ่นต่อรุ่นเพื่อสืบทอดการแสดงโขน



“ซึ่งภารกิจอันสำคัญนี้ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงแนะนำในการแก้ไข ปรับปรุง และพระราชทานแนวพระราชดำริต่างๆ จนงานฟื้นฟูโขนพัฒนาไปด้วยดี การแสดงโขนจึงเป็นที่ชื่นชมของประชาชนเสมอมา”
ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ประกาศเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ให้ขึ้นบัญชีการแสดงโขนในประเทศไทย ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติอีกด้วย จึงเป็นนิมิตหมายอันแจ่มชัดแล้วว่า พระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการอนุรักษ์โขน และงานช่างฝีมือเกี่ยวกับโขนจะได้รับการสืบทอดไว้แล้วขณะนี้
มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้จัดแสดงงานช่างแขนงต่างๆ ที่ใช้ประกอบการแสดงโขนมาแต่ละปีให้ประชาชนได้ชม ณ อาคารเรียนรู้เรื่องโขน ที่ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จ.พระนครศรีอยุธยา มีประชาชนสนใจเข้าชมและเฝ้าคอยการจัดแสดงโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ต่อมาทุกปี
“ปีนี้เป็นปีมหามงคลของปวงชนชาวไทย เนื่องจากเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 10 แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จึงร่วมเฉลิมฉลองโอกาสมหามงคลนี้
“ด้วยการจัดแสดงโขน ตอน สืบมรรคา โดยยึดแนวบทละครเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเป็นหลัก โขน ตอนสืบมรรคา นับเป็นตอนหนึ่งที่สนุกสนาน ตื่นเต้นตลอดการแสดง เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนมาทุกยุคสมัย คณะกรรมการจึงหวังว่าการแสดงครั้งนี้จะสร้างความปีติเบิกบานใจแก่พสกนิกรทุกคนในปีมหามงคล” ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์กล่าว
การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สืบมรรคา” ถือเป็นตอนที่มีเนื้อหาสนุกสนาน หลากรส และเต็มไปด้วยสีสัน มีการทำฉากเทคนิคให้พิเศษกว่าทุกปีที่ผ่านมา และจะได้เห็นหนุมานผจญภัยที่ด่านต่างๆ จนถึงเมืองลงกา รวมทั้งมีฉากไฮไลต์ เช่น ฉากแม่น้ำใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในฉากเด่นของตอน โดยหนุมานและเหล่าวานรเดินทางไปพบแม่น้ำใหญ่ หนุมานจึงนิรมิตกายให้ใหญ่โตเอาหางพาดต่างสะพานให้กองทัพวานรไต่ข้ามแม่น้ำ
นอกจากนี้ ยังมีฉากรบเด่น เช่น ฉากหนุมานรบนางอังกาศตไล, ฉากกลางทะเล ที่หนุมานเหาะมาถึงกลางทะเลพบนางผีเสื้อสมุทร รักษาด่านเมืองลงกา เห็นหนุมานเหาะมาจึงนิมิตขวางหน้าไว้และจะกินหนุมาน หนุมานจึงเหาะเข้าปากผ่าท้องนางผีเสื้อสมุทร
รวมถึงฉากรัก เช่น ฉากตำหนักในกรุงลงกา ซึ่งเล่าถึงทศกัณฐ์ตั้งแต่ได้นางสีดามาและนำไปไว้ในสวนขวัญ ทศกัณฐ์เฝ้าคิดถึงแต่นางสีดาทุกคืนวัน ทศกัณฐ์จึงสั่งให้จัดขบวน และแต่งกายงดงามเพื่อไปเกี้ยวนางสีดาที่สวนขวัญ
นอกจากนี้ ยังมีตัวละครใหม่ๆ อย่างนางอังกาศตไล, ยักษ์ปักหลั่น ที่จะปรากฏเฉพาะในตอนนี้เท่านั้น ตลอดจนท่วงท่าการรำได้มีการรื้อฟื้นท่ารำแม่บทเก่าแก่ขึ้นมาใหม่ ซึ่งยังไม่เคยแสดงในการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ครั้งใดมาก่อน
ตลอด 3 ชั่วโมงของการแสดง มีแต่ความตื่นตาตื่นใจ นอกจากจะได้ซึมซับศิลปวัฒนธรรม เนื้อเรื่องที่สนุก กระชับ ฉาก แสง สี และเทคนิคการแสดงต่างๆ รวมไปถึงท่าร่ายรำที่พร้อมเพรียงและอ่อนช้อยงดงาม สร้างความสนุกสนานและประทับใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก






วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ดีไซเนอร์ชื่อดังที่แต่งชุดผ้าไทยมาร่วมชมการแสดงครั้งนี้ด้วย กล่าวว่า ประทับใจทุกฉาก ชอบความตระการตา และเทคนิคที่มีมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว ปีที่แล้วว่าดีแล้ว แต่ปีนี้ตื่นเต้นและสนุกมากขึ้นไปอีก สำหรับตัวละครที่ชื่นชอบเป็นพิเศษในการแสดงครั้งนี้คือทศกัณฐ์ ชอบความบ้าบิ่นในหลายๆ ด้าน และชอบความรู้สึกที่ทำอะไรทำด้วยหัวใจ และชอบนางสีดา ชอบการตัดสินใจของนางสีดา ชอบการวางตัว ทั้งที่หนีไปได้แต่ก็ไม่ไป เพื่อรักษาศักดิ์ศรีและเกียรติของตัวเอง
“ดีใจที่ประเทศไทยเรารักษาขนบธรรมเนียมประเพณีแบบนี้ไว้ เป็นอะไรที่น่าจะรักษาไว้ทุกอย่าง การแสดงโขนนั้น ยังก์เจเนอเรชั่นก็ดูได้ สนุกกว่าดูหนังบางเรื่องด้วยซ้ำ ต้องมาลองดูกันเองแล้วจะทราบ” วทานิกากล่าว
ด้าน ดร.สุวิทย์ ยอดมณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ควงคู่มาดูโขนกับศรีภรรยา คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี กล่าวร่วมกันด้วยรอยยิ้มแห่งความประทับใจหลังจบการแสดงโขนว่า ประทับใจในความสวยงาม ทั้งเครื่องแต่งตัวโขน ทั้งฉาก สวยมาก และมีเทคนิคตระการตา และตอนท้ายๆ จะมีตลก
“สมัยก่อน โขนเหมือนจะสำหรับผู้สูงอายุ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว เด็กๆ มาดูก็คงจะชอบ โดยส่วนตัวชอบหนุมานเป็นพิเศษ เพราะเก่งมากเลย และทศกัณฐ์ก็รำสวยมาก” คุณหญิงทรงสุดากล่าว
ขณะที่ ดร.สุวิทย์กล่าวต่อว่า มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ สามารถจัดการแสดงโขนให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงโขนได้ เป็นการพัฒนาเพื่อให้น่าสนใจ ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอยากจะให้โขนเข้าถึงประชาชน ที่สำคัญเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ซึ่งตอนนี้ต่างประเทศ ยูเนสโกก็ประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม
“ดูแล้วรู้สึกภาคภูมิใจ และเชื่อว่าโขนจะอยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป”
ด้าน ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ กล่าวว่า เป็นโขนอีกครั้งหนึ่งที่เราได้มาชมและได้เห็นว่ามีพัฒนาการที่น่าสนใจ ปีนี้เทคนิคและฉากทั้งหลายตื่นตาตื่นใจมาก มีหนุมานตัวโต มีนางผีเสื้อสมุทร ซึ่งเป็นความตื่นตาตื่นใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทิ้งขนบจารีตของการแสดง เป็นต้นว่า
ที่ผมชอบใจเป็นพิเศษคือ ทศกัณฐ์ลงสวน การรำฉุยฉายของทศกัณฐ์เต็มกระบวนท่าและงดงามมาก และโชว์ฝีมืออย่างเต็มที่ เป็นเรื่องของการผสมผสานระหว่างโขนตามจารีตกับเทคนิคอย่างใหม่ ซึ่งน่าจะตอบความต้องการของคนดูยุคปัจจุบันได้ เนื้อเรื่องก็กระชับและยังมีเรื่องที่เราอาจจะคุ้นหู แต่ไม่เคยรู้รายละเอียดมาก่อน เช่น คนพูดถึงยักษ์ปักหลั่น วันนี้เราก็ได้เห็นที่มาของคำภาษาไทยที่ว่า ตัวโตเป็นยักษ์ปักหลั่น เรื่องราวเป็นอย่างไร
“การมาชมโขนในวันนี้เติมเต็มความอิ่มในใจของเราได้ ผมประทับใจทุกอย่าง ดนตรีก็ไพเราะ การรำ ความพร้อมเพรียง ผมลองดูความพร้อมของตั้งแต่ตัวเอกถึงตัวประกอบ แสดงว่าผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างช่ำชอง เคี่ยวเข็ญมามาก องศาของการวางจังหวะมือจังหวะเท้าสม่ำเสมอดีมาก ซึ่งโดยส่วนตัวของหนุมาน ซึ่งครั้งนี้มีคนเล่นบทหนุมานถึง 8 ตัว เพราะหนุมานเป็นบทเด่นตลอดทุกฉาก คงเกินวิสัยที่ใครคนใดคนหนึ่งจะแสดงตลอดการแสดงยาว 3 ชั่วโมง หนุมานเด่นมาก และเราก็ได้เห็นว่ามีคนอย่างน้อย 8 คน ที่ได้ฝึกปรือมีโอกาสแสดงฝีมือในการเป็นหนุมาน และก็จะได้สืบทอดฝีมืออย่างนี้ต่อไปในอีกรุ่นในวันข้างหน้า”
ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง ทิ้งท้ายว่า สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ 1 ปีมีครั้งเดียว ซึ่งทำมาด้วยความประณีต ทำมาด้วยความอุตสาหะ และเป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจได้เต็มที่ เป็นพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ทรงอยากจะให้คนไทยได้อิ่มใจ ได้มีความสุขกับศิลปวัฒนธรรม แม้ยูเนสโกก็ยกย่องเลยว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นส่วนหนึ่งของความภาคภูมิใจของชาติเราได้
“เด็กๆ ผู้ใหญ่ทุกคนมาดูได้ รับรองไม่เบื่อ” ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง กล่าว












ทั้งนี้ การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สืบมรรคา” จะเปิดการแสดงระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน ถึง 5 ธันวาคม 2562 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com หรือสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ทางเว็บไซต์ www.khonperformance.com และเฟซบุ๊ก Khon Performance โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ

