ยิ่งใหญ่ ตระการตา โขนศิลปาชีพฯ ตอน “สืบมรรคา”

6.11.19 | 12:05 น.

ยิ่งใหญ่ ตระการตา โขนศิลปาชีพฯ ตอน “สืบมรรคา”

กลับมาสร้างความประทับใจให้คนดูอีกครั้ง สำหรับ “โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ” ที่ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จัดการแสดงขึ้นในตอน “สืบมรรคา” ที่ครั้งนี้สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก เฉกเช่นทุกปี

โดยในการแสดงรอบปฐมทัศน์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทอดพระเนตรการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประจำปี 2562 ตอน “สืบมรรคา” ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในการนี้ ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาคนเล็กใน ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โดยเสด็จด้วย

ภายในงานมีบุคคลสำคัญ แขกผู้มีเกียรติ และคนดังจากหลากหลายวงการร่วมชมการแสดงคับคั่ง อาทิ พล.อ.สุรยุทธ์ ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์, จิรายุ-ท่านผู้หญิงอรนุช อิศรางกูร ณ อยุธยา, ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล, ท่านผู้หญิงภรณี ล่ำซำ, พล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต, วุฒา ภิรมย์ภักดี, คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, ม.ร.ว.ดิศนัดดา-คุณหญิงพวงร้อย ดิศกุล, ศ.นพ.นิธิ มหานนท์, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, เกตุวลี นภาศัพท์, วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา เป็นต้น

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวว่า เป็นเวลาถึง 16 ปีแล้ว ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงใยว่า โขน ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยจะเลือนหายไปจากสังคมไทย ทรงห่วงใยว่าโขนจะไม่อยู่ในความสนใจของประชาชนทั่วๆ ไป

จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อศึกษาหาความรู้เรื่องโขนตามจารีตที่มีมาแต่โบราณ และให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพร่วมฟื้นฟูโขนให้กลับคืนสู่ความนิยม โดยจัดสร้างเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับทุกชนิดของโขน ปรับปรุงวิธีการแต่งหน้าโขน ตลอดจนพระราชทานกำลังใจแก่ครู อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญโขน ให้ฝึกฝนเยาวศิลปินจากรุ่นต่อรุ่นเพื่อสืบทอดการแสดงโขน

Advertisement

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ (ที่ ๕ จากซ้าย)  และคณะกรรมการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ
ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ (ที่ ๕ จากซ้าย) และคณะกรรมการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ
ลานประหารหน้าเมืองลงกา
ลานประหารหน้าเมืองลงกา

“ซึ่งภารกิจอันสำคัญนี้ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงแนะนำในการแก้ไข ปรับปรุง และพระราชทานแนวพระราชดำริต่างๆ จนงานฟื้นฟูโขนพัฒนาไปด้วยดี การแสดงโขนจึงเป็นที่ชื่นชมของประชาชนเสมอมา”

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังเป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้ประกาศเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ให้ขึ้นบัญชีการแสดงโขนในประเทศไทย ให้เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติอีกด้วย จึงเป็นนิมิตหมายอันแจ่มชัดแล้วว่า พระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการอนุรักษ์โขน และงานช่างฝีมือเกี่ยวกับโขนจะได้รับการสืบทอดไว้แล้วขณะนี้

มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ได้จัดแสดงงานช่างแขนงต่างๆ ที่ใช้ประกอบการแสดงโขนมาแต่ละปีให้ประชาชนได้ชม ณ อาคารเรียนรู้เรื่องโขน ที่ศูนย์ศิลปาชีพเกาะเกิด จ.พระนครศรีอยุธยา มีประชาชนสนใจเข้าชมและเฝ้าคอยการจัดแสดงโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ต่อมาทุกปี

“ปีนี้เป็นปีมหามงคลของปวงชนชาวไทย เนื่องจากเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 10 แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จึงร่วมเฉลิมฉลองโอกาสมหามงคลนี้

“ด้วยการจัดแสดงโขน ตอน สืบมรรคา โดยยึดแนวบทละครเรื่องรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเป็นหลัก โขน ตอนสืบมรรคา นับเป็นตอนหนึ่งที่สนุกสนาน ตื่นเต้นตลอดการแสดง เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนมาทุกยุคสมัย คณะกรรมการจึงหวังว่าการแสดงครั้งนี้จะสร้างความปีติเบิกบานใจแก่พสกนิกรทุกคนในปีมหามงคล” ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์กล่าว

การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สืบมรรคา” ถือเป็นตอนที่มีเนื้อหาสนุกสนาน หลากรส และเต็มไปด้วยสีสัน มีการทำฉากเทคนิคให้พิเศษกว่าทุกปีที่ผ่านมา และจะได้เห็นหนุมานผจญภัยที่ด่านต่างๆ จนถึงเมืองลงกา รวมทั้งมีฉากไฮไลต์ เช่น ฉากแม่น้ำใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในฉากเด่นของตอน โดยหนุมานและเหล่าวานรเดินทางไปพบแม่น้ำใหญ่ หนุมานจึงนิรมิตกายให้ใหญ่โตเอาหางพาดต่างสะพานให้กองทัพวานรไต่ข้ามแม่น้ำ

นอกจากนี้ ยังมีฉากรบเด่น เช่น ฉากหนุมานรบนางอังกาศตไล, ฉากกลางทะเล ที่หนุมานเหาะมาถึงกลางทะเลพบนางผีเสื้อสมุทร รักษาด่านเมืองลงกา เห็นหนุมานเหาะมาจึงนิมิตขวางหน้าไว้และจะกินหนุมาน หนุมานจึงเหาะเข้าปากผ่าท้องนางผีเสื้อสมุทร

รวมถึงฉากรัก เช่น ฉากตำหนักในกรุงลงกา ซึ่งเล่าถึงทศกัณฐ์ตั้งแต่ได้นางสีดามาและนำไปไว้ในสวนขวัญ ทศกัณฐ์เฝ้าคิดถึงแต่นางสีดาทุกคืนวัน ทศกัณฐ์จึงสั่งให้จัดขบวน และแต่งกายงดงามเพื่อไปเกี้ยวนางสีดาที่สวนขวัญ

นอกจากนี้ ยังมีตัวละครใหม่ๆ อย่างนางอังกาศตไล, ยักษ์ปักหลั่น ที่จะปรากฏเฉพาะในตอนนี้เท่านั้น ตลอดจนท่วงท่าการรำได้มีการรื้อฟื้นท่ารำแม่บทเก่าแก่ขึ้นมาใหม่ ซึ่งยังไม่เคยแสดงในการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ครั้งใดมาก่อน

ตลอด 3 ชั่วโมงของการแสดง มีแต่ความตื่นตาตื่นใจ นอกจากจะได้ซึมซับศิลปวัฒนธรรม เนื้อเรื่องที่สนุก กระชับ ฉาก แสง สี และเทคนิคการแสดงต่างๆ รวมไปถึงท่าร่ายรำที่พร้อมเพรียงและอ่อนช้อยงดงาม สร้างความสนุกสนานและประทับใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก

ทศกัณฐ์ในเครื่องทรงงดงามตามบทรำฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวน
ทศกัณฐ์ในเครื่องทรงงดงามตามบทรำฉุยฉายทศกัณฐ์ลงสวน
หนุมานแปลงกายใหญ่ให้กองทัพลิงข้ามแม่น้ำ
หนุมานแปลงกายใหญ่ให้กองทัพลิงข้ามแม่น้ำ
หนุมานรบสหัสกุมาร ยักษ์หนึ่งพันตน
หนุมานรบสหัสกุมาร ยักษ์หนึ่งพันตน
หนุมานรบนางอังกาศตไล
หนุมานรบนางอังกาศตไล
นกสัมพาทีบินพาหนุมานมาใกล้ถึงกรุงลงกา
นกสัมพาทีบินพาหนุมานมาใกล้ถึงกรุงลงกา
นางสีดาในสวนขวัญกรุงลงกา
นางสีดาในสวนขวัญกรุงลงกา

วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา ดีไซเนอร์ชื่อดังที่แต่งชุดผ้าไทยมาร่วมชมการแสดงครั้งนี้ด้วย กล่าวว่า ประทับใจทุกฉาก ชอบความตระการตา และเทคนิคที่มีมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว ปีที่แล้วว่าดีแล้ว แต่ปีนี้ตื่นเต้นและสนุกมากขึ้นไปอีก สำหรับตัวละครที่ชื่นชอบเป็นพิเศษในการแสดงครั้งนี้คือทศกัณฐ์ ชอบความบ้าบิ่นในหลายๆ ด้าน และชอบความรู้สึกที่ทำอะไรทำด้วยหัวใจ และชอบนางสีดา ชอบการตัดสินใจของนางสีดา ชอบการวางตัว ทั้งที่หนีไปได้แต่ก็ไม่ไป เพื่อรักษาศักดิ์ศรีและเกียรติของตัวเอง

“ดีใจที่ประเทศไทยเรารักษาขนบธรรมเนียมประเพณีแบบนี้ไว้ เป็นอะไรที่น่าจะรักษาไว้ทุกอย่าง การแสดงโขนนั้น ยังก์เจเนอเรชั่นก็ดูได้ สนุกกว่าดูหนังบางเรื่องด้วยซ้ำ ต้องมาลองดูกันเองแล้วจะทราบ” วทานิกากล่าว

ด้าน ดร.สุวิทย์ ยอดมณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ควงคู่มาดูโขนกับศรีภรรยา คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี กล่าวร่วมกันด้วยรอยยิ้มแห่งความประทับใจหลังจบการแสดงโขนว่า ประทับใจในความสวยงาม ทั้งเครื่องแต่งตัวโขน ทั้งฉาก สวยมาก และมีเทคนิคตระการตา และตอนท้ายๆ จะมีตลก

“สมัยก่อน โขนเหมือนจะสำหรับผู้สูงอายุ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว เด็กๆ มาดูก็คงจะชอบ โดยส่วนตัวชอบหนุมานเป็นพิเศษ เพราะเก่งมากเลย และทศกัณฐ์ก็รำสวยมาก” คุณหญิงทรงสุดากล่าว

ขณะที่ ดร.สุวิทย์กล่าวต่อว่า มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ สามารถจัดการแสดงโขนให้คนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงโขนได้ เป็นการพัฒนาเพื่อให้น่าสนใจ ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงอยากจะให้โขนเข้าถึงประชาชน ที่สำคัญเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ซึ่งตอนนี้ต่างประเทศ ยูเนสโกก็ประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรม

“ดูแล้วรู้สึกภาคภูมิใจ และเชื่อว่าโขนจะอยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป”

ด้าน ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ กล่าวว่า เป็นโขนอีกครั้งหนึ่งที่เราได้มาชมและได้เห็นว่ามีพัฒนาการที่น่าสนใจ ปีนี้เทคนิคและฉากทั้งหลายตื่นตาตื่นใจมาก มีหนุมานตัวโต มีนางผีเสื้อสมุทร ซึ่งเป็นความตื่นตาตื่นใจ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้ทิ้งขนบจารีตของการแสดง เป็นต้นว่า

ที่ผมชอบใจเป็นพิเศษคือ ทศกัณฐ์ลงสวน การรำฉุยฉายของทศกัณฐ์เต็มกระบวนท่าและงดงามมาก และโชว์ฝีมืออย่างเต็มที่ เป็นเรื่องของการผสมผสานระหว่างโขนตามจารีตกับเทคนิคอย่างใหม่ ซึ่งน่าจะตอบความต้องการของคนดูยุคปัจจุบันได้ เนื้อเรื่องก็กระชับและยังมีเรื่องที่เราอาจจะคุ้นหู แต่ไม่เคยรู้รายละเอียดมาก่อน เช่น คนพูดถึงยักษ์ปักหลั่น วันนี้เราก็ได้เห็นที่มาของคำภาษาไทยที่ว่า ตัวโตเป็นยักษ์ปักหลั่น เรื่องราวเป็นอย่างไร

“การมาชมโขนในวันนี้เติมเต็มความอิ่มในใจของเราได้ ผมประทับใจทุกอย่าง ดนตรีก็ไพเราะ การรำ ความพร้อมเพรียง ผมลองดูความพร้อมของตั้งแต่ตัวเอกถึงตัวประกอบ แสดงว่าผ่านการฝึกซ้อมมาอย่างช่ำชอง เคี่ยวเข็ญมามาก องศาของการวางจังหวะมือจังหวะเท้าสม่ำเสมอดีมาก ซึ่งโดยส่วนตัวของหนุมาน ซึ่งครั้งนี้มีคนเล่นบทหนุมานถึง 8 ตัว เพราะหนุมานเป็นบทเด่นตลอดทุกฉาก คงเกินวิสัยที่ใครคนใดคนหนึ่งจะแสดงตลอดการแสดงยาว 3 ชั่วโมง หนุมานเด่นมาก และเราก็ได้เห็นว่ามีคนอย่างน้อย 8 คน ที่ได้ฝึกปรือมีโอกาสแสดงฝีมือในการเป็นหนุมาน และก็จะได้สืบทอดฝีมืออย่างนี้ต่อไปในอีกรุ่นในวันข้างหน้า”

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง ทิ้งท้ายว่า สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ 1 ปีมีครั้งเดียว ซึ่งทำมาด้วยความประณีต ทำมาด้วยความอุตสาหะ และเป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจได้เต็มที่ เป็นพระราชปณิธานของสมเด็จพระพันปีหลวง ที่ทรงอยากจะให้คนไทยได้อิ่มใจ ได้มีความสุขกับศิลปวัฒนธรรม แม้ยูเนสโกก็ยกย่องเลยว่าเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เป็นส่วนหนึ่งของความภาคภูมิใจของชาติเราได้

“เด็กๆ ผู้ใหญ่ทุกคนมาดูได้ รับรองไม่เบื่อ” ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง กล่าว

หนุมานพบนางบุษมาลีในเมืองมายันร้าง
หนุมานพบนางบุษมาลีในเมืองมายันร้าง
นกสัมพาทีบินพาหนุมานมาถึงกลางทะเล
นกสัมพาทีบินพาหนุมานมาถึงกลางทะเล
นางสีดาในสวนขวัญกรุงลงกา
นางสีดาในสวนขวัญกรุงลงกา
ยักษ์ปักหลั่นผู้เฝ้าสระบัวใหญ่
ยักษ์ปักหลั่นผู้เฝ้าสระบัวใหญ่
หนุมานต่อสู้กับผีเสื้อสมุทร
หนุมานต่อสู้กับผีเสื้อสมุทร
หนุมานเผากรุงลงกา
หนุมานเผากรุงลงกา
(จากซ้าย) ม.ล.ยุวันรี กิติยากร, ม.ล.เอื้อมสุขย์ กิติยากร, ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ และ เผ่าทอง ทองเจือ
(จากซ้าย) ม.ล.ยุวันรี กิติยากร, ม.ล.เอื้อมสุขย์ กิติยากร, ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ และ เผ่าทอง ทองเจือ
(จากซ้าย) ม.ล.ดิศปนัดดา-คุณหญิงพวงร้อย-ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล และ พิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา
(จากซ้าย) ม.ล.ดิศปนัดดา-คุณหญิงพวงร้อย-ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล และ พิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา
คุณหญิงทรงสุดา-ดร.สุวิทย์ ยอดมณี
คุณหญิงทรงสุดา-ดร.สุวิทย์ ยอดมณี
ศ.ธงทอง จันทรางศุ
ศ.ธงทอง จันทรางศุ
วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา
วทานิกา ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา
(จากซ้าย) ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี-ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล, หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา, คุณหญิงปัทมา และ สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล

 

ทั้งนี้ การแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ตอน “สืบมรรคา” จะเปิดการแสดงระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน ถึง 5 ธันวาคม 2562 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา หรือ www.thaiticketmajor.com หรือสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวทั้งหมดได้ทางเว็บไซต์ www.khonperformance.com และเฟซบุ๊ก Khon Performance โขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ