2 พระองค์ ทรงร่วมประชุม ออง ซาน ซูจี ทรงย้ำ 3 มาตรการ’ยุติปัญหาเอดส์’

19.03.20 | 16:49 น.

2 พระองค์ ทรงร่วมประชุม ออง ซาน ซูจี ทรงย้ำ 3 มาตรการ’ยุติปัญหาเอดส์’

 

นํ้าพระทัยไม่เพียงทรงช่วยเหลือราษฎรไทย ยังทรงมีพระกรุณาธิคุณต่อผู้ป่วย ประการหนึ่งคือผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยเอดส์ ซึ่งเพื่อให้ผลการดำเนินสำเร็จลุล่วง และเกิดประโยชน์ในวงกว้าง จึงทรงเข้าร่วมประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ด้านการป้องกันเอชไอวีในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอดส์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดขึ้น ณ กรุงเนปยีดอ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

การนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จทรงร่วมการประชุม ซึ่งมี นางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา, ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย รวมถึงผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสองประเทศ ตลอดจนผู้แทนโครงการเอดส์แห่งสหประชาชาติ เฝ้าและร่วมประชุม

โอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มีพระดำรัสแทนพระองค์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ความตอนหนึ่งว่า “การให้ยาต้านไวรัสแก่ผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อเอชไอวีก่อนการสัมผัสเชื้อ หรือเพร็พ เป็นนวัตกรรมสำคัญที่จะช่วยพลิกสถานการณ์ในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ แต่ประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคยังไม่มีนโยบายที่จะขยายบริการเพร็พออกไปให้ครอบคลุมทั่วถึง ข่าวดีก็คือ ยังมีบางประเทศในภูมิภาค ได้แก่ เมียนมาและไทย ที่เป็นผู้นำและผลักดันให้บริการเพร็พเข้ามาอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ ว่าด้วยการป้องกันเอชไอวี ซึ่งมีอยู่หลากหลายรูปแบบในทุกระดับ”

“สำหรับประเทศไทย บริการเพร็พเป็นสิทธิประโยชน์ที่อยู่ในหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ที่พัฒนามาจากโครงการเพร็พพระองค์โสม ที่ข้าพเจ้าได้ริเริ่มขึ้น ส่วนเวียดนามและกัมพูชาได้เริ่มดำเนินแผนงานแห่งชาติในการขยายบริการเพร็พตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว นอกเหนือจากความพยายามดังกล่าว เราต้องเร่งสร้างความตระหนักและพันธกิจทางการเมือง ในการขยายบริการเพร็พอย่างรวดเร็วให้ครอบคลุมทั้งภูมิภาค อีกทั้งยังมีประชากรจำนวนมากที่ไม่ทราบว่าตนเองมีเชื้อไอชไอวี การเพิ่มบริการตรวจหาเชื้อไวรัสจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากทุกคนมีสิทธิที่จะรับทราบสถานะการติดเชื้อของตนเอง”

Advertisement

ในการประชุมยังได้หารือถึงแนวทาง ที่จะสร้างความร่วมมือเมียนมากับไทย ในการป้องกันเอชไอวีในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งประเทศไทยได้แสดงเจตนารมณ์อย่างมุ่งมั่นที่จะยุติปัญหาเอดส์ผ่าน 3 เป้าหมายหลักคือ ลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ลดการเสียชีวิตในผู้ติดเชื้อเอชไอวี และลดการเลือกปฏิบัติ อันเกี่ยวเนื่องจากเอชไอวีและเพศสภาวะลง เพื่อนำไปสู่การยุติปัญหาเอดส์ภายในปี 2573 ต่อไป

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน