เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระกรณียกิจนานัปการ ยังประโยชน์สุขพสกนิกร

12.12.20 | 11:07 น.

เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ พระกรณียกิจนานัปการ ยังประโยชน์สุขพสกนิกร

เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงให้ความสำคัญกับเด็กๆ ในโอกาสนี้ ได้เสด็จไปพระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวัน เด็กในสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กจังหวัดระยอง และทรงเปิดโครงการ “ให้โอกาส สร้างคน BBG Young Table Tennis” สโมสรกีฬาบีบีจี (BBG CLUB) สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กระยอง และศูนย์ฝึกและอบรมเด็ก และเยาวชน เขต 1 จังหวัดระยอง

ในการนี้ พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวันแก่เด็ก โดยเมนูอาหารพระราชทาน อาทิ หมูกระทะ ยำหมูยอ ไอศกรีม ชานมไข่มุก และเยลลี่

โอกาสนี้ พระราชทานอุปกรณ์กีฬาแก่เด็กและเยาวชน ทอดพระเนตรการแสดงของเด็กและเยาวชน พร้อมกันนี้ ทรงร่วมเล่นแบดมินตันกับนักกีฬา และครูผู้ฝึกสอนด้วย


ทั้งนี้ สโมสรกีฬาบีบีจี เกิดขึ้นด้วยพระวิสัยทัศน์ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ทรงเล็งเห็น ถึงคุณประโยชน์ของการนำกีฬามาใช้ในการพัฒนาเด็กและเยาวชน ได้พระราชทานแนวพระดำริให้จัดโครงการ บีบีจี หรือ Bounce Be Good ขึ้น ต่อมากิจการมีความก้าวหน้าจนพัฒนามาเป็นสโมสรกีฬาบีบีจี ในปัจจุบัน มีปรัชญาการทำงานคือ มุ่งสร้างนักกีฬาอาชีพจากเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาส ที่ผ่านมา สโมสรกีฬาบีบีจี ได้พัฒนาทักษะด้านกีฬาให้แก่เด็กที่ขาดโอกาส ควบคู่ไปกับการดูแล คุณภาพชีวิตอย่างรอบด้าน จนเด็กเหล่านั้นสามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ หรือประกอบอาชีพด้านกีฬา สามารถเลี้ยงดูตนเอง และครอบครัว และสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม

Advertisement

ทั้งนี้ ในการเสด็จงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2563” สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร พระราชทานพระวโรกาสให้ผู้มีอุปการคุณและผู้สนับสนุนการจัดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2563” เฝ้ารับพระราชทานเข็มที่ระลึก

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงมุ่งมั่นปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูชีวิตของกลุ่มผู้ต้องกักขัง ผู้ตกทุกข์ได้ยาก ผู้ลําบากยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสทางสังคม จนได้รับการยอมรับ ยกย่อง และชื่นชมจากนานาประเทศ และองค์การสหประชาชาติ กับทั้งทรงดํารงตําแหน่งประธานกรรมการไตรโครงการ ได้แก่ โครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ โครงการพัฒนาชุมชนในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและอุทยานแห่งชาติ จังหวัดกาญจนบุรี และโครงการ ราชทัณฑ์ปันสุข ทําความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ได้ยังถึงซึ่งการพัฒนา ยังประโยชน์สุขสงบร่มเย็น ให้แก่ประชาชน และสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นการสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชกรณียกิจใน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตามพระปฐมบรมราชโองการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

“พระกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติในพระสถานะประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่ทรงปฏิบัติร่วมกับพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ ทางด้านการให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยทั้งด้านการพระราชทานถุงยังชีพ และการจัดตั้งโรงครัวพระราชทานในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา และที่พระองค์ทรงมีพระดําริให้ขยายภารกิจด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติให้ครอบคลุมถึงการเฝ้าระวังป้องกันภัย และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งพระกรณียกิจตามพระนโยบายดังกล่าว นํามาซึ่งการคลายทุกข์บํารุงสุข การเรียนรู้การบริหารจัดการชุมชนตลอดจนการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน”

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ กล่าวว่า ในด้านการเฝ้าระวังป้องกันภัยนั้น พระองค์ทรงนําเอาเทคโนโลยีโทรมาตรและเทคโนโลยี สารสนเทศ รวมทั้งการบูรณาการความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาดําเนินการติดตั้งสถานีโทรมาตรอัตโนมัติฯ ในพื้นที่เสี่ยงภัยและในพื้นที่ป่าต้นน้ำในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ กอปรกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยและพื้นที่ต้นน้ำ ด้วยการจัดตั้งชุมชนเตือนภัยเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เพื่อให้ประชาชนมีความสามารถในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และเตือนภัยจากเหตุอุทกภัยและดินถล่มด้วยตนเอง เพื่อลดความเดือดร้อน สูญเสียในชีวิต และทรัพย์สินของราษฎรในพื้นที่เสี่ยงภัยลงได้อย่างมีนัยสําคัญ อันเป็นการนําเทคโนโลยีที่ผสมผสานกับการบริหารจัดการชุมชนเพื่อป้องกันภัย ทั้งยังทรงสนับสนุนให้มูลนิธิทําการฟื้นฟูแหล่งน้ำ ส่งเสริมกระบวนการบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดภัยในฤดูฝน และมีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และประกอบอาชีพการเกษตรในฤดูแล้งอีกด้วย

“ในด้านการฟื้นฟูอย่างยั่งยืน พระองค์ทรงมีพระนโยบายให้ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน และส่งเสริมการทําธุรกรรมออนไลน์ขยายช่องทางการตลาดแก่สินค้าชุมชน เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ประสบภัยอย่างยั่งยืน พระองค์ได้เสด็จลงพื้นที่พบปะ เยี่ยมเยียน และพระราชทานกําลังใจแก่พี่น้องประชาชนที่ประสบภัยอยู่อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งทรงติดตามผลการดําเนินกิจกรรมของมูลนิธิอย่างใกล้ชิดด้วยพระองค์เอง ทั้งที่ทรงมีพระภารกิจประจําอื่นเป็นจํานวนมาก พระกรณียกิจดังกล่าวได้นํามา ซึ่งขวัญกําลังใจแก่ราษฎร สร้างความผาสุกสถาพร แก่ชุมชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทั่วประเทศ” ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์กล่าวและว่า

นับเป็นแนวทางที่จักยึดถือปฏิบัติในการดําเนินกิจการให้สําเร็จลุล่วงต่อไปในอนาคต