เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ ทรงห่วงภาวะโลกร้อน เน้นใช้วัสดุให้คุ้มค่าที่สุด
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมผ้าทอในแต่ละท้องถิ่น พร้อมพัฒนาต่อยอดจากภูมิปัญญาดั้งเดิมให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น และเพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ให้แก่นักศึกษา ผู้ประกอบการ และผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมสิ่งทอ แฟชั่น และงานดีไซน์ ในระดับภูมิภาค ได้ใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผ้าไทย จึงมีการจัดงาน เสวนาวิชาการหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เล่มที่ 2 Thai Textiles Trend Book Autunm/Winter 2022-2023 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จ.มหาสารคาม
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระดำรัสในงานเสวนาใจความสำคัญโดยสรุปว่า เทรนด์บุ๊กเล่มแรกได้แนะนำเรื่องลวดลายผ้าเป็นหลัก สำหรับเล่มที่ 2 คอลเล็กชั่น Autumn / Winter 2022-2023 หรือเสื้อผ้าสำหรับฤดูหนาวนี้ เน้นนำเสนอเกี่ยวกับโทนสีและใช้วัสดุย้อมสีจากธรรมชาติ ลดการใช้สีเคมี ดีต่อคนและสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกว่า “Circular Colours” ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์โลก พอเรานำมาใช้จะเรียกว่า “Circular Thai” ด้วยวัสดุย้อมสีทีมีในท้องถิ่น โดยเฉพาะ “คราม” ซึ่งเป็นสีย้อมเย็นที่ทั่วโลกมีการใช้อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น อเมริกา อินเดีย เพียงแต่เฉดสีอาจแตกต่างกันไปตามสภาพอากาศหรือภูมิประเทศ
สำหรับบ้านเราครามถือเป็นราชาแห่งการย้อม (King of Dye) และเป็นหัวใจของสีย้อมเลย เมื่อนำไปผสมผสานกับวัสดุย้อมธรรมชาติต่างๆ เช่น ผสมกับครั่ง, เข, ดาวเรือง, ประดู่, เปลือกมะพร้าว, แก่นขนุน ก็จะได้เฉดสีที่หลากหลาย จำแนกเป็นกลุ่มโทนสี 6 ทิศทาง ไม่ว่าจะเป็น ม่วงแดง น้ำเงินเข้ม เขียว น้ำตาล เหลือง และเทา แล้วกำหนดเป็นสูตรเบอร์สีที่ตรงกับสากล ใช้ทดแทนสีเคมีได้ ซึ่งรวบรวมไว้อย่างพร้อมสรรพในเล่มนี้”


นอกจากนี้ ภายในเล่มยังแนะนำ 6 เทคนิคพื้นฐานการผลิตผ้าไทย ได้แก่ ยกดอก ขิด จก ปัก มัดหมี่ ด้น เกาะหรือล้วง และแพตช์เวิร์ก ซึ่งปีนี้ได้เน้น 2 เทคนิคสำคัญคือ แพตช์เวิร์กและการด้น เหมาะกับการผลิตเสื้อผ้าคอลเล็กชั่นฤดูหนาว อย่างแพตช์เวิร์กหรือการนำชิ้นผ้าหลากสีมาเย็บต่อเข้าด้วยกันจะพบในภาคเหนือ โดยเฉพาะชาวเขาเผ่าต่างๆ ที่นิยมทำกันมาก ส่วนการด้นมือพบได้ในหลายภูมิภาค นำมาใช้ในการผลิตผ้าห่มบุนวมหรือชุดกีฬา เป็นต้น
“อุตสาหกรรมสิ่งทอและแฟชั่นเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน เทรนด์บุ๊กเล่มนี้จะสอนเรื่องการลดใช้ทรัพยากร หรือใช้แล้วต้องปลูกทดแทน ใช้วัสดุที่คุ้นเคยอย่างคุ้มค่าที่สุด เพื่อลดการเกิดของเสีย ซึ่งภูมิปัญญาไทยเรื่องการย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติจากวัสดุที่มาจากธรรมชาติช่วยแก้ปัญหาได้ แต่ต้องทำอย่างจริงจัง หวังว่าจะเป็นหนังสือที่อ่านแล้วเพลิดเพลินและเป็นประโยชน์กับอุตสาหกรรมสิ่งทอ แฟชั่น และดีไซน์ ก่อนจะมีเทรนด์บุ๊กเล่มต่อๆ ไป”
ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีรับสั่งเป็นนิจว่า อยากให้มีการจัดงานยังภูมิภาคเริ่มจากจังหวัดมหาสารคาม พร้อมกับทรงเน้นย้ำว่าคำศัพท์แฟชั่นต้องพูดบ่อยๆ เพื่อให้นักศึกษาที่ทำงานด้านนี้หรือผู้ประกอบการได้เข้าใจ ซึมซับ และคุ้นเคยให้มากที่สุด และทั้งหมดสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเทรนด์บุ๊กเล่มนี้

ชิราวุทธิ์ ยุเหล็ก ชั้นปีที่ 1 หลักสูตรแฟชั่น สิ่งทอ และเครื่องตกแต่ง วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ฝันอยากเป็นนักออกแบบแฟชั่นมืออาชีพ เผยความรู้สึกหลังจากได้ชมนิทรรศการและร่วมฟังเสวนาว่า ปลื้มปีติที่เจ้าฟ้าหญิงสิริวัณณวรีฯ ทรงตั้งพระทัยที่จะพัฒนาผ้าไทยให้มีคุณภาพและทันสมัยยิ่งขึ้น มีโอกาสติดตามเทรนด์บุ๊กตั้งแต่เล่มแรก Spring/Summer 2022
ตอนนั้นยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย เป็นหนังสือด้านแฟชั่นที่น่าสนใจมาก ได้ความรู้ใหม่ๆ พอมาเล่มที่สองนี้เป็นช่วงที่เข้ามหาวิทยาลัยพอดี เป็นตำรานอกห้องเรียนที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการนำไปต่อยอดกับสิ่งที่เรียนได้ โดยเฉพาะเรื่องเทรนด์การใช้สีย้อมจากวัสดุธรรมชาติ เพราะอย่างที่รู้ว่าอุตสาหกรรมสิ่งทอหรือแฟชั่นมีส่วนทำให้เกิดของเสียและภาวะโลกร้อน ซึ่งคนที่อยู่ในวงการนี้จำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน
ด้านผู้ประกอบการผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ จุฑาทิพ ไชยสุระ จากร้าน “จุฑาทิพ” จังหวัดขอนแก่น เผยว่า หนังสือเทรนด์บุ๊กทำให้ผู้ผลิตผ้าไทยเกิดแรงบันดาลใจในการทำงานมากมาย อย่างเรื่องกลุ่มโทนสี ปกติคนในชุมชนที่ทำผ้าทอไม่ได้ให้ความสำคัญในการแยกโหมดสี เมื่อมีการศึกษาเนื้อหาในเทรนด์บุ๊กก็ปรับเปลี่ยนวิธีทำงาน มีการแยกเฉดสีสำหรับการย้อม
หรืออย่างลายผ้าบางลายเมื่อมีการชี้แนะแนวทางให้ก็มีการดัดแปลงจากลายดั้งเดิมให้สอดคล้องกับตลาด มีความร่วมสมัยยิ่งขึ้น



ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดหนังสือแบบ e-book ได้ทาง http://www.culture.go.th หรือที่ link http://book.culture.go.th/ttt2022/mobile/index.html#p=1 หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กองมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม โทร 0-2247-0013 ต่อ 4305 และ 4319-4321 ในวันและเวลาราชการ

