พสกนิกรไม่ย่อท้อต่อแถวกลางแดดหลายชั่วโมงรอเข้าลงนามถวายความอาลัย

17.10.16 | 12:48 น.

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 17 ตุลาคม ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังเปิดให้พสกนิกรเข้าถวายเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงเพื่อถวายความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเป็นวันที่ 3 ระหว่างเวลา 08.30-16.00 น. โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีพสกนิกรพร้อมใจใส่ชุดสีดำ ขณะที่บางส่วนใส่ชุดสีเข้มติดริบบิ้นสีดำ บ้างอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในอ้อมอก มายืนต่อแถวรอก่อนเวลาเปิดให้เข้า

ครั้นพอถึงเวลายิ่งมีพสกนิกรจากทั่วประเทศมาต่อแถวจนยาวออกไปนอกพระบรมมหาราชวังถึงประตูวิเศษชัยศรี เรื่อยไปจนถึงถนนหน้าพระธาตุ ท้ายแถวอยู่หน้าวัดมหาธาตุฯ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องจัดแถวตอนเรียง 4 ทยอยเข้าเป็นชุดๆ เพื่อให้พสกนิกรได้เข้าอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ การจราจรโดยรอบสนามหลวงเป็นไปด้วยความหนาแน่นติดขัด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดถนนราชดำเนินในโดยรอบสนามหลวง เว้นตรงช่วงที่จะเข้าถนนท่าพระจันทร์ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องเดินเท้าจากสะพานผ่านพิภพลีลามุ่งหน้าสู่พระบรมมหาราชวัง ขณะที่ตลอดเส้นทางนั้น มีองค์กร มูลนิธิ และภาคประชาชน นำอาหาร เครื่องดื่ม ยาดมจำนวนมากมาแจกฟรีให้กับประชาชนที่มาถวายสักการะ เช่นเดียวกับแพทย์และพยาบาลอาสาที่มีอยู่หลายจุด

ฟากประชาชนซึ่งมาตั้งแต่ช่วงเช้า ยืนต่อแถวกลางแดดหลายชั่วโมงอย่างไม่ย่อท้อก่อนได้เข้าถวายสักการะ อย่างชาว จ.พระนครศรีอยุธยา จากหลายอำเภอนำโดย นายประพนธ์ ว่องวัฒณพรรณ อายุ 39 ปี อาจารย์คริสต์จักรใจสมานบางประอินทร์ กล่าวว่า เดินทางมาถึงตั้งแต่ 09.00 น. ตั้งใจอยากจะมาถวายสักการะพระองค์ แม้จะยืนตากแดดร้อน 2 ชั่วโมงกว่าๆ ก็อดทนได้ เพราะพระองค์เวลาเสด็จฯ ทรงงานตามพื้นที่ต่างๆ ก็ทรงยืนร้อนหลายชั่วโมงมานานกว่าพวกเรามากนัก ทั้งนี้ พระองค์ทรงพัฒนา จ.อยุธยา ทั้งข้าว น้ำ จนทำให้ราษฎรของพระองค์มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมีกินมีใช้ จากนี้พวกเราก็จะตั้งใจทำดี รักคนไทยด้วยกัน แบ่งปันน้ำใจจากเดิมที่ทำอยู่ให้ยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยมีพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจ

นางสุดาวรรณ หาฤกษ์ อายุ 54 ปี ชาว อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มาพร้อมลูกสาว เล่าว่า วันนี้ลางานพาลูกสาวตั้งใจมาถวายสักการะพระองค์ เพื่อถวายความอาลัย ถ้าเป็นไปได้อยากมาทุกวัน รักพระองค์มาก รุ่นคุณพ่อก็รักพระองค์มาก เก็บรวบรวมธนบัตรที่มีพระบรมฉายาลักษณ์พระองค์ไว้จำนวนมาก จากนี้ก็จะพยายามทำความดีให้มากยิ่งขึ้นไป อธิษฐานจิตขอชาติหน้าฉันใด ได้เกิดเป็นพสกนิกรในใต้ร่มพระบารมีพระองค์อีกและตลอดไป

Advertisement

นางศิวิไล เรืองเดช อายุ 60 ปี ชาวเขตหนองแขม กทม. เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนมาตั้งแต่วันเชิญพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชมาที่พระบรมมหาราชวังแล้ว อยากมาเห็นกับตาและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ ส่วนตัวยังรู้สึกใจหาย เศร้าใจ ตนเกิดในรัชกาลที่ 9 อยู่ในรัชกาลที่9 ไม่เคยคิดจะมีวันนี้ ทั้งนี้ ได้น้อมนำคำสอนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติใช้ในชีวิต โดยมีพระองค์ทรงทำเป็นแบบอย่าง ก็ขอให้คนไทยมาร่วมกันน้อมนำคำสอนพระองค์มาปฏิบัติใช้ ขอให้รักกัน อย่าขัดแย้งกัน เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุข

“น้องชายเป็นทหารที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ น้องชอบมาเล่าให้ฟังว่า เวลาที่พระองค์เสด็จฯ แปรพระราชฐานไปยังวังไกลกังวล แม้จะเป็นช่วงกลางคืนพระองค์ก็ยังทรงงาน และเสด็จฯ ไปตรวจงานต่างๆ ทั้งที่สามารถเลือกจะอยู่สุขสบายได้ แต่พระองค์ทรงไม่ทำ ฉะนั้น จากนี้ขอมุ่งมั่นทำความดีเพื่อพระองค์ พระองค์จะสถิตอยู่ในดวงใจดิฉันตลอดไป” นางศิริไลเล่าทั้งน้ำตา

S__6742102

S__6742104

S__6742105

S__6742106

S__6742107

S__6742108

S__6742109

S__6742110

S__6742111

S__6742112

นายประพนธ์ ว่องวัฒณพรรณ
นายประพนธ์ ว่องวัฒณพรรณ
นางสุดาวรรณ หาฤกษ์ พร้อมลูกสาว
นางสุดาวรรณ หาฤกษ์ พร้อมลูกสาว
นางศิวิไล เรืองเดช
นางศิวิไล เรืองเดช