พสกนิกรเนืองแน่นรอถวายความอาลัย

18.10.16 | 12:31 น.

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม สำหรับบรรยากาศการถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และลงนามสมุดหลวงเพื่อถวายความอาลัย ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

ตั้งแต่เช้ามืดมีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางต่อแถวที่บริเวณด้านนอกพระบรมมหาราชวัง เพื่อจะได้เข้าเป็นกลุ่มแรกๆ โดยหลังจากเสร็จพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้จัดระเบียบเตรียมความพร้อม และประกาศให้ตั้งแถวเป็นแถวตอนเรียง 4 แถวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ตรงหน้าประตูวิเศษไชยศรี โดยเปิดให้เข้าด้านในเวลา 08.05 น. จึงเปิดแนวกั้นให้ทยอยเดินเรียงแถวกันขึ้นไปถวายความอาลัยด้านในศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง โดยเฉพาะเหล่านักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ

นางสาววรรณกนก เคลือชา อายุ 20 ปี และ นางสาวกาญจนาพร กาฬเนตร อายุ 20 ปี นักศึกษาคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ชั้นปีที่ 2 เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนๆ 8 คน จากศาลายาเพราะว่าไม่มีเรียนในช่วงเช้า กล่าวว่า คนไทยทุกคนคงอยากมากราบลาพระองค์สักครั้ง ในวันนี้มีเรียนที่ศิริราชเลยได้โอกาสมากราบ และจะมาอีกเมื่อเปิดให้ขึ้นพระที่นั่งดุสิตฯ

นางสาววรรณกนก กล่าวต่อว่า หลายคนอาจมองว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยรับรู้พระราชกรณียกิจ หรือสิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่อคนไทย แต่ตั้งแต่เด็กมาเราก็ได้เห็นสิ่งที่พระองค์ทรงทำอยู่แล้ว ซึมซับอยู่ในใจได้เอง ตอนเรียนก็มีโอกาสได้หัดทำไบโอดีเซล เรียนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ที่คณะยังเคยพาไปโครงการชั่งหัวมัน แม้ทางเข้าจะลำบากแต่เข้าไปแล้วข้างในคือความประทับใจ ทราบเลยว่าพระองค์ทำงานหนัก

นางปิยะวดี การวิวัฒน์ อายุ 47 ปี ที่พาลูกชายผู้พิการทางสายตา นายณัชพล อายุ 16 ปี และ นางสาวสุธาทิพย์ มั่นคง อายุ 24 ปี กล่าวว่า มาเฝ้ารอตั้งแต่ก่อนวันเคลื่อนพระบรมศพที่ศิริราชแล้ว วันนี้เป็นวันที่ 3 เพราะอยากจะมาถวายความอาลัย โดยตั้งใจพาลูกชายซึ่งปิดเทอมมาด้วย ความจริงเมื่อทราบข่าวทุกคนรู้สึกเสียใจ แต่สุดท้ายแล้วก็ได้แต่ระลึกถึงสิ่งที่พระองค์ทรงฝากไว้ให้กับเรา ในช่วงนี้ได้เห็นสื่อต่างๆ นำเอาพระบรมฉายาลักษณ์ และพระราชกรณียกิจของพระองค์มาฉายอีกครั้ง รู้สึกเสียดาย น่าจะนำมาให้ได้เห็นก่อน เหมือนกับมาช้าเกินไป แต่อย่างไรนั่นก็คือคำสอนที่จะนำมาสืบสานได้สำหรับคนไทย

Advertisement

นางรุจิตร สุทธินะเสรีพร กรรมการผู้จัดการบริษัทซิสเลย์ จำกัด กล่าวว่า ออกมาจากบ้านตั้งแต่ตี 5 เพราะอยากมาแสดงความอาลัยครั้งสุดท้าย เชื่อว่าในช่วงนี้ คนไทยคงมีความรู้สึกเดียวกันทั้งแผ่นดิน โดยไม่ต้องพูดออกมาแค่มองหน้าก็เข้าใจ อย่างตอนนี้เป็นความรู้สึกซาบซึ้งใจที่ได้เห็นคนรุ่นใหม่ออกมาแสดงความกตัญญูต่อพระองค์จำนวนมาก สำหรับตัวเองทำงานติดต่อกับชาวต่างชาติอยู่เสมอ ก็ได้รวบรวมพระราชกรณียกิจต่างๆของพระองค์สื่อออกไปให้ต่างชาติเข้าใจ เพราะต่างชาติอาจไม่รู้เท่ากับที่คนไทยได้สัมผัส เพื่ออยากจะถ่ายทอดความรักและความรู้สึกของคนไทยออกไปได้

S__614416

S__614417
S__614419

S__614420

S__614421

S__614424

S__614427