ตลอดทั้งวันที่ 19 ตุลาคม พสกนิกรต่างทยอยมาถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงเพื่อถวายความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช อย่างไม่ขาดสาย ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว ขณะที่ผู้สูงอายุและผู้พิการที่ประสงค์มาถวายสักการะ ได้มีอาสาสมัครรักษาดินแดน อาสาสมัครลูกเสือเนตรนารี และอาสาสมัครลูกเสือเนตรนารีสมุทร อำนวยความสะดวกเข็นรถเข็นซึ่งมอบโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มาเข็นบริการให้ทั้งเข้าและออกของการมาถวายสักการะ และหากเป็นผู้พิการและผู้สูงอายุต้องอาศัยรถเข็น จะสามารถเข้ามาได้เลย
เช่น นางเพ็ญพักตร์ แก่นพินิจ อายุ 82 ปี ที่กอดพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่นำออกมาจากหัวเตียงมาพร้อมลูกชาย เล่าว่า ถ้าวันนี้ตนไม่ได้มาก็จะเสียใจไปตลอดชีวิต เพราะไม่มีโอกาสได้รับเสด็จพระองค์อีกแล้ว เสียใจทุกวัน ทนไม่ไหวจึงต้องมาส่งท่านให้ได้ จะมาได้เอาวันสุดท้าย หรือนาทีสุดท้ายก็ต้องมา ตอนนี้ยังรู้สึกเสียใจแต่ต้องอยู่ต่อไปในแบบที่พระองค์ทรงสอนเอาไว้

นางวันเพ็ญ กิ่งวิริยกุล อายุ 70 ปี ชาวจ.ลำปาง แต่อาศัยอยู่ย่านบางกะปิ กทม. เดินทางมาคนเดียว เล่าว่า มาถวายสักการะหลายวันแล้ว ร่างกายยังไหว รักท่าน เพราะท่านรักประชาชน ตนเป็นคนจน เป็นคนบ้านนอก พยายามอธิษฐานจิตถึงพระองค์ตลอดเวลาจะขออะไร อย่างลูกที่ไม่ได้เรียนชั้นม.6 ก็อธิษฐานขอพระองค์ให้ลูกสอบเทียบชั้นม.6 ก็ได้จริงๆ ขอให้สอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็ได้เรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ล่าสุดขอให้สอบติดเป็นอัยการ ก็ได้เป็นอัยการจริงๆ รู้สึกดีใจมาก อย่างไรก็ดี คิดว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ได้ดั่งใจ เพราะตนน้อมนำคำสอนของพระองค์มาปฏิบัติใช้และสอนต่อไปยังลูกหลาน อย่างเรื่องการอยู่อย่างพอเพียง ไม่ฟุ่มเฟือย ถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่เกเรตอบโต้ รักเขาแม้เขาจะไม่รักเรา และเป็นคนดี เหมือนที่พระองค์ทรงรักประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไรพระองค์ก็ทรงรัก

นางสาวศิริลักษณ์ เทียมเสรีวงศ์ อายุ 61 ปี ชาวอ.เมือง จ.สมุทรปราการ มาต่อแถวตั้งแต่เวลา 10.00น. รอกว่า 5 ชั่วโมง ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว เล่าภายหลังเข้าถวายสักการะว่า พระองค์เป็นเหมือนพ่อของเรา ถ้าไม่มากราบพระองค์ในวันนี้ ก็คิดว่าตนเองจะไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต จึงพยายามอธิษฐานจิตถึงพระองค์ว่าขอให้ตนเองยืนไหวเพื่อเข้ามาถวายสักการะ จึงอดทนและทำได้สำเร็จ ประทับใจพระองค์ที่ทรงดูแลประชาชน พัฒนาประเทศ ตลอดที่ทรงครองราชย์ นายกรัฐมนตรี 20 กว่าคนก็ทำสู้พระองค์ไม่ได้เลย โอกาสนี้จะน้อมนำคำสอน และเรื่องราวของพระองค์ถ่ายทอดให้คนรุ่นต่อไปที่อาจไม่ทัน ในฐานะอาจารย์วิทยาลัยอาชีวศึกษาแห่งหนึ่ง จะสอนลูกศิษย์ให้เป็นคนดี ใช้ชีวิตพอเพียง ประหยัด โดยเฉพาะการรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่จะเกราะทำให้ชีวิตเขาเจริญรุ่งเรือง



ด้านเด็กและเยาวชนกว่า 50 คน นำโดยนายวิทัศน์ เตชะบุญ อธิบดีกรมกิจการเด็กและสตรี (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงเพื่อถวายความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยนายวิทัศน์กล่าวว่า ได้นำเด็กและเยาวชนในสถานสงเคราะห์ ตัวแทนสภาเด็ก มาถวายความอาลัยด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงเมตตาเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี วันนี้สำนักพระราชวังขยายเวลาปิดถวายการสักการะจากเวลา 16.00 น. เป็น 17.00 น. เนื่องจากมีประชาชนส่วนหนึ่งไม่สามารถเข้าถวายความอาลัยได้ในระหว่างประกอบพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสำนักพระราช สำหรับวันนี้ สำนักพระราชวังสรุปตัวเลขพสกนิการที่มาถวายสักการะทั้งสิ้น 26,701 คน และมีพสกนิกรทูลเกล้าฯถวายเงินเพื่อบำเพ็ญพระราชกุศลวันนี้ จำนวน 468,360 บาท รวมยอด 6 วันแล้วทั้งสิ้น 1,786,234.75 บาท
วันเดียวกันที่ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง ตลอดทั้งวันมีคณะทูตานุทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย อาทิ มอลต้า ตูนีเซีย สเปน มาดากัสการ์ คูเวต นามิเบีย และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน ผู้แทนธนาคารโลกภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้แทนสำนักงานบริการโครงการแห่งสหประชาชาติ เดินทางมาลงนามถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช




