กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานรางวัลในงาน “ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 10 และ 11”
เมื่อวันที่ 25 เมษายน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการและพระราชทานรางวัลในงาน “ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 10 และ 11” ภายใต้หัวข้อ “ในฝัน” และ “คนไทยให้กันได้” จัดโดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ณ ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
สำหรับงานนิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือกปีนี้ นำเสนอผลงานศิลปะของการประกวดศิลปกรรมช้างเผือก 2 ปี รวมกัน ได้แก่ ครั้งที่ 11 ประจำปี 2565 ในหัวข้อ “คนไทยให้กันได้” จำนวน 35 ชิ้นงาน และครั้งที่ 10 ประจำปี 2564 ในหัวข้อ “ในฝัน” จำนวน 21 ชิ้นงาน




งานศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 10 มีศิลปินจำนวน 289 คน ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวนทั้งสิ้น 330 ชิ้น มีผลงานที่ได้รับรางวัลจำนวน 21 ชิ้น ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลช้างเผือก ได้แก่ “แหวกว่ายในนิทรา” โดย ลดากร พวงบุบผา รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท, รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “สุขสมดุล” โดย นิลยา บรรดาศักดิ์ รับเงินรางวัล 500,000 บาท, รางวัล CEO AWARD ได้แก่ “สวนสัตว์ในฝัน” โดย เสริมศักดิ์ ทามี รับเงินรางวัล 250,000 บาท
ส่วนงานศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 11 มีศิลปินจำนวน 135 คน ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจำนวนทั้งสิ้น 150 ชิ้น โดยมีผลงานที่ได้รับรางวัลจำนวน 20 ชิ้น ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลช้างเผือก ได้แก่ “พลังแห่งดอกทานตะวัน” โดย อนันต์ยศ จันทร์นวล รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท, รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ “ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ” โดย มนัชญา กิจประเสริฐ รับเงินรางวัล 500,000 บาท, รางวัล CEO AWARD ได้แก่ “โฮมHome (บุญบ้านเฮา)” โดย เญอรินดา แก้วสุวรรณ รับเงินรางวัล 250,000 บาท
ด้าน นายนิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในการพระราชทานรางวัลตั้งแต่การประกวดครั้งแรกตราบจนปัจจุบัน และขอขอบพระคุณคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่าน ตลอดจนศิลปินผู้ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดทุกคน และจะมุ่งมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุนให้วงการศิลปะร่วมสมัยของประเทศไทยประสบความสำเร็จสืบเนื่องต่อไปในอนาคต”



ส่วน ลดากร พวงบุบผา ผู้ชนะรางวัลช้างเผือก ครั้งที่ 10 ภายใต้ผลงานชื่อ “แหวกว่ายในนิทรา” เผยถึงแรงบันดาลใจผลงานชิ้นนี้ว่า เชื่อกันว่าเราทุกคนต้องเคยฝัน เราจะฝันได้ก็ต่อเมื่อร่างกายเข้าสู่กระบวนการการหลับใหล ส่วนจิตและสมองของเรายังคงทำตามหน้าที่ต่อไป แต่จะมีสักกี่คนที่ตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝันตลอดเวลา หนึ่งในนั้น คือ แม่บุญธรรมผู้แก่ชราที่รับอุปการะเลี้ยงดูฉันแต่เพียงลำพัง จนเติบโตขึ้นมาภายในบ้านอันแสนอบอุ่น หญิงชราวัย 93 ปี ซึ่งเป็นคุณแม่บุญธรรมที่มีอาการสับสนทางจิต เสมือนว่ามีโลกอีกหนึ่งใบซ่อนอยู่
เธอมักจะเล่าเรื่องราวจากความเป็นจริงปะปนกับโลกแห่งความฝัน เช่น สิ่งของที่อยู่อย่างผิดที่ผิดทาง สถานที่และวันเวลาที่น่าสับสน สัตว์และสิ่งมีชีวิตในรูปแบบเหนือจริง ท่ามกลางบรรยากาศภายในบ้าน พื้นที่สมมุติ เรื่องราวของคุณแม่มักพาดำดิ่งสู่โลกแห่งจินตนาการ โลกที่แม้แต่ตัวเราเองก็อยากให้มีอยู่จริงค่ะ สำหรับผลงานชิ้นนี้ใช้เทคนิค ภาพพิมพ์โลหะ ร่องลึก ซึ่งเป็นเทคนิคที่เราถนัดอยู่แล้ว ใช้ระยะเวลาการผลิตชิ้นงานเป็นระยะเวลา 4 เดือน
ขณะที่ อนันต์ยศ จันทร์นวล ผู้ชนะรางวัลช้างเผือก ครั้งที่ 11 ภายใต้ผลงานชื่อ “พลังแห่งดอกทานตะวัน” เผยว่า ได้ใช้แนวความคิดเกี่ยวกับดอกทานตะวันและผ้าสีแดง ที่แสดงให้เห็นถึงความรัก ความหวัง ความสดใสร่าเริงมีชีวิตชีวา ความแข็งแกร่งสง่างาม เสมือนเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้คนไทยได้ข้ามผ่านช่วงเวลา ณ ปัจจุบันไปด้วยกัน โดยผลงานชิ้นนี้ใช้เทคนิค สีน้ำมันและสีอะคริลิคบนผ้าลินิน ใช้ระยะเวลาการผลิตชิ้นงานเป็นระยะเวลา 1 เดือน ผมขอขอบคุณโครงการศิลปกรรมช้างเผือก ที่ทำให้ผมและเพื่อนๆ ได้ต่อยอดทำงานศิลปะอย่างต่อเนื่องครับ







สำหรับนิทรรศการ “ศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 10 และ 11” ภายใต้หัวข้อ “ในฝัน” และ “คนไทยให้กันได้” เปิดให้ประชาชนเข้าชม ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน – 28 สิงหาคม 2565 (หยุดทุกวันจันทร์) เวลา 10.00-19.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

