“เคมบริดจ์” นครแห่งพระราชสมภพ

24.10.16 | 11:09 น.
ฮาร์ดดิ้ง คอทเทจ

เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับประเทศไทยเกินกว่าความสัมพันธ์ปกติธรรมดาทั่วไป เนื่องด้วยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชสมภพ ณ โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น ในนครแห่งนี้เมื่อ ค.ศ.1927 (พ.ศ.2470)

 

พระราชสมภพในครั้งนั้น สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็น สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล อดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ เสด็จประทับในสหรัฐอเมริกา เพื่อทรงศึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุข ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ (เอ็มไอที) ในปี 2459 เคมบริดจ์ ยังเป็นสถานที่ซึ่งพระชนกนาถทรงพบกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อครั้งยังเป็น นางสาวสังวาลย์ ตะละภัฏ นักเรียนทุนการศึกษาในสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา เดินทางไปใช้ชีวิตที่นั่นเพื่อศึกษาและฝึกวิชาการพยาบาล ที่วิทยาลัยซิมมอนส์จัตุรัสเล็กๆ แห่งหนึ่งใกล้กับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เป็นสถานที่ที่พระบรมราชบิดาต้องเสด็จพระราชดำเนินผ่านทุกครั้งเพื่อไปยังสถานที่ทรงศึกษาในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ด้วยเหตุนี้ นายโจเซฟ เอ. มิลาโน กงสุลใหญ่ไทยประจำนครบอสตัน เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองเคมบริดจ์ ผู้ซึ่งเคยเดินทางมาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยและประจักษ์ในพระเกียรติคุณและพระมหากรุณาธิคุณ จึงมีดำริอนุรักษ์สถานที่แห่งนี้ไว้เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ และกราบบังคมทูลฯ ขอพระราชทานนามว่า จัตุรัสกษัตริย์ภูมิพลอดุลยเดชแห่งประเทศไทยŽ นิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า จัตุรัสภูมิพลอดุลยเดชŽ ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเป็นประธานในพิธีรับมอบการอุทิศจัตุรัสแห่งนี้เป็นราชานุสรณ์เมื่อปี 2533 ต่อมามีการจัดทำแผ่นไม้ประกอบคำจารึกประดิษฐานไว้และมีพิธีอุทิศจัตุรัสแห่งนี้ใหม่อีกครั้งในปี 2535 ครั้งนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปทรงเป็นประธานในพิธี

เมื่อมีการจัดตั้งมูลนิธิสถานที่พระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (เคทีบีเอฟ) ขึ้น โดยมีสำนักงานอยู่ที่เมืองเบอร์ลิงตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ทางมูลนิธิเห็นว่าควรดำเนินการจัดสร้างให้เป็นราชานุสรณ์ถาวรสืบไป จึงรวบรวมเงินทุนและดำเนินการร่วมกับทางการเมืองเคมบริดจ์ จัดทำเป็นแท่นหินอ่อนประดับแผ่นจารึก มีข้อความอธิบายถึงความสำคัญของสถานที่ พร้อมขอพระราชทานอัญเชิญสัญลักษณ์พระปรมาภิไธยมาประดิษฐานไว้ด้วย แล้วเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 2546

เนื้อหาในแผ่นจารึก มีดังนี้

Advertisement

จัตุรัสนี้อุทิศเป็นที่ระลึกเนื่องในวาระพระราชสมภพในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชแห่งประเทศไทย ณ โรงพยาบาล เมาท์ ออเบิร์น ในเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 1927 (พ.ศ.2470) เมื่อครั้งพระราชบิดา เจ้าฟ้าชายมหิดล ทรงเป็นนักศึกษา ณ สำนักการแพทย์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

จัตุรัสแห่งนี้ประกอบพิธีอุทิศอย่างเป็นทางการเมื่อ 8 เมษายน 1990 (พ.ศ.2533) โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระราชธิดาพระองค์เล็กในพระมหากษัตริย์และพระราชินีนาถแห่งประเทศไทย เสด็จฯไปทรงเป็นประธาน

แผ่นจารึกนี้ประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 1992 (พ.ศ.2535) โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นประธานและรับมอบในฐานะตัวแทนประชาชนไทยŽ

นอกเหนือจากทำหน้าที่ดูแลทำนุบำรุงจัตุรัสแห่งนี้แล้ว มูลนิธิสถานที่พระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังต้องการใช้สถานที่แห่งนี้เพื่อให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์พร้อมกันไปด้วย จึงจัดทำโครงการ ตามรอยพระยุคลบาทŽ ขึ้น จัดทำเส้นทางเรียงตามลำดับ เริ่มจากจุดประดิษฐานแผ่นจารึกที่จัตุรัสแห่งนี้เชื่อมโยงไปยังสถานที่ที่สมเด็จพระราชบิดา สมเด็จพระราชชนนี และพระพี่นางพร้อมพระเจ้าอยู่หัวทั้งสองพระองค์ ทรงใช้ชีวิตอยู่เมื่อยังเยาว์ เรียงตามลำดับดังนี้

1.ค.ศ.1916 (พ.ศ.2459)

ฮาร์ดดิ้ง คอทเทจ บ้านเลขที่ 3 ถนนเพจ เมืองแบสร็อค เคยเป็นสำนักงานใหญ่ของสถานทูตไทย ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ย้ายมาประจำการที่นี่ในฤดูร้อน สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ เคยเสด็จเยี่ยมในระหว่างการเดินทางไปศึกษาทางด้านสาธารณสุขที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

 

2.ค.ศ.1916-1918 (พ.ศ.2459-2461)

บ้านเลขที่ 11 ถนนฮอธอร์น เดิมตั้งอยู่หัวมุมถนนแบรตเทิลและเชิร์ช สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯทรงใช้เป็นสถานที่พำนักในช่วงปี ค.ศ.1916 ถึง 1918 (พ.ศ.2459 ถึง พ.ศ.2461) ในขณะที่ทรงศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

บ้านเลขที่ 11 ถนนฮอธอร์น
บ้านเลขที่ 11 ถนนฮอธอร์น

3.ค.ศ.1918-1919 (พ.ศ.2461-พ.ศ.2462)

บ้านเลขที่ 11 ถนนสตอรี่ เป็นสถานที่ทรงพำนักอีกแห่งหนึ่งของสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ ในระหว่างทรงศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

4.ค.ศ.1917-1918 และ ค.ศ.1927 (พ.ศ.2460 ถึง พ.ศ.2470)

อาคารเลขที่ 44 ถนนแลงดอน เป็นสถานที่ทำงานของฝ่ายการศึกษา หน่วยงานต่างๆ และที่อาศัยของข้าราชการไทย ในระหว่างปี ค.ศ.1917 และ 1927 (พ.ศ.2460 ถึง พ.ศ.2470) รวมทั้งใช้เป็นสถานที่ตั้งสมาคมสยาม (Siamese Alliance) ภายใต้การบริหารของสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ นางสาวสังวาลย์ ตะละภัฏ (ต่อมาได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชชนนี) เคยพักอยู่ที่นี่เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ในปี ค.ศ.1918 เมื่อเพิ่งเดินทางมาถึงบอสตัน

5.กันยายน 1919 (พ.ศ.2462)-เมษายน 1920 (พ.ศ.2463)

บ้านเลขที่ 15 ถนนเบิร์คลี่ เคมบริดจ์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พระนามเดิมคือนางสาวสังวาลย์ ตะละภัฏ) พักอยู่ที่บ้านนี้ กับครอบครัววิลริสตัน จากเดือนกันยายน ค.ศ.1919 ถึงเดือนเมษายน ค.ศ.1920 นางสาวสังวาลย์กำลังเตรียมตัวเพื่อเข้าศึกษาวิชาพยาบาลที่วิทยาลัยซิมมอนส์ และโรงพยาบาลใกล้เคียง ทุนการศึกษาของสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา นางสาวสังวาลย์ศึกษาศิลปะและวิชาอื่นๆ กับสองสาวพี่น้องตระกูลวิลริสตัน ชื่อ เอมมิลี่ และคอนสแตนซ์ และไปเข้าเรียนโรงเรียนกวดวิชาของนางสาวอิดิธ จอห์นสัน ด้วย

6.ค.ศ.1927 (พ.ศ.2470)

โรงพยาบาล Mount Auburn สถานที่ประสูติ ห้องหน้าต่างสูงชั้นบนที่เห็นในตึกนี้เป็นห้องที่ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช ทรงประสูติ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ.1927

พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช ทรงได้รับสถาปนา เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 เมื่อปี ค.ศ.1946 และทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรก ที่ทรงพระราชสมภพในประเทศสหรัฐอเมริกา หม่อมสังวาลย์ ตะละภัฏ และพระโอรสอยู่พักผ่อนที่โรงพยาบาลแห่งนี้เป็นเวลา 21 วัน เมื่อสมัยก่อนโรงพยาบาลแห่งนี้ชื่อโรงพยาบาลเคมบริดจ์

7.กรกฎาคม ค.ศ.1919 (พ.ศ.2462)

บ้านเลขที่ 49 ถนนซีด้า เบลมอนท์ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พระนามเดิม นางสาวสังวาลย์ ตะละภัฏ) ทรงพักอยู่ที่บ้านหลังนี้กับครอบครัวเคนท์ จากเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1919 ถึงกันยายน ค.ศ.1919 หลังจากที่ทรงหมั้นกับเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช นางสาวสังวาลย์กำลังเตรียมตัวที่จะเข้าศึกษาวิชาพยาบาลที่วิทยาลัยซิมมอนส์ และโรงพยาบาลใกล้เคียง ด้วยทุนของ สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา

 

บ้านเลขที่ 49 ถนนซีด้า เบลม้อนท์
บ้านเลขที่ 49 ถนนซีด้า เบลม้อนท์

8.ค.ศ.1926-1928 (พ.ศ.2469-2471)

อาคารเลขที่ 63 ถนนลองวูด บรูคไลน์ สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช ทรงประทับที่ห้องพักห้องใดห้องหนึ่งจากปี ค.ศ.1926 ถึง ค.ศ.1928 พร้อมกับพระชายา และพระราชธิดา และพระราชโอรส พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) และพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9)

9.ค.ศ.1926 (พ.ศ.2469 ก่อนในหลวงประสูติ)

ระหว่างฤดูร้อนของปี ค.ศ.1926 เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช พร้อมกับพระชายา และพระราชธิดา และพระราชโอรส ได้พักอยู่ที่บ้านหลังนี้ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา พระชนมายุ 3 พรรษา พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอานันทมหิดล พระชนมายุ 1 พรรษา (รัชกาลที่ 8) เจ้าฟ้ามหิดลกำลังทรงศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ที่โรงเรียนแพทย์ ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และสมเด็จพระราชชนนี ทรงศึกษาวิชาพยาบาล และคหกรรมศาสตร์ที่วิทยาลัยซิมมอนส์ และโรงพยาบาลใกล้เคียง

10.ค.ศ.1927 (พ.ศ.2470)

ในฤดูร้อนของปี ค.ศ.1927 เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช เสด็จมาพักที่บ้านหลังนี้ ซึ่งเป็นบ้านของ นางเอลลิจา คลีฟแลนด์ พร้อมกับ พระชายา และพระราชธิดา และพระราชโอรส พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา พระชนมายุ 4 พรรษา พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8) พระชนมายุ 2 พรรษา

(ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก The King of Thailand Birthplace Foundation -KTBF)