“เสด็จสวรรคต” 15 วัน เผยแบบพระเมรุมาศ ยิ่งใหญ่รองรับได้มาก “ศตส.” แนะให้ทยอย เข้ากราบพระบรมศพ “พระบรมฯ” ทรงห่วงประชาชนพระราชทานอาหาร 3 มื้อ ศตส.แนะประชาชนทยอยเดินทาง กราบพระบรมศพ
@ “พระเทพฯ”ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล
พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่สิบสาม ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม เวลา 07.11 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยคุณพลอยไพลิน เจนเซน พระธิดาองค์โตในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี กับนายเดวิด วีลเลอร์ สามี ด.ช.แม็กซิมัส วีลเลอร์ บุตรชายคนโต และคุณสิริกิติยาเจนเซน พระธิดาองค์เล็กในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงเช้า ทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารเป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์ แสดงปางห้ามญาติหรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร สวดพระอภิธรรม จากนั้นถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม ก่อนเสด็จฯกลับ ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร
@ สมเด็จพระบรมฯเสด็จราชพิธี15วัน
จากนั้นเวลา 19.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรม
วันเดียวกัน สำนักพระราชวังแจ้งว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) ถวายแด่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม เวลา 17.00 น. และในวันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม เวลา 10.30 น.
@ ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์พระราชทานอาหาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้วยกองงานในพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้รับแจ้งจากตำหนักทิพย์พิมานว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ พระราชทานเลี้ยงอาหารกล่องและน้ำแก่ประชาชนซึ่งเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เริ่มต้นวันนี้เป็นวันแรก และจะพระราชทานทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน ณ ท้องสนามหลวง บริเวณบูธ 11 ตรงข้ามศาลฎีกา และโปรดให้จัดรถพยาบาล พร้อมแพทย์และพยาบาลจาก รพ.จุฬาภรณ์ เพื่อให้บริการและดูแลประชาชน สำหรับวันนี้พระราชทานอาหารกล่อง ข้าวคั่วกลิ้งหมู ไก่ทอด พร้อมน้ำผลไม้โครงการหลวงจำนวน 500 ชุด
ทั้งนี้ พยาบาลวิชาชีพฝ่ายการพยาบาลและกิจการพิเศษ รพ.จุฬาภรณ์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่บริเวณเต็นท์ให้ข้อมูลว่าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีรับสั่งว่า “ให้ดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ให้การดูแลให้ดีที่สุด” และรักษาเบื้องต้นให้เรียบร้อย หากผู้ป่วยฉุกเฉินให้ส่ง รพ.ให้เร็วที่สุด โดยจะนำทีมแพทย์มารักษาตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.
@ ทูลกระหม่อมฯโพสต์มาแจกของไม่ได้
เวลา 14.55 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นเมื่อเวลา 14.00 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ อินสตาแกรมส่วนพระองค์ว่า สวัสดีทุกๆ คน วันนี้ต้องสวัสดีกันในไอจีกันเท่านั้นนะ เพราะวันนี้มาแจกของไม่ได้ ต้องทำงาน คืนนี้ (26 ต.ค.) #เจอกันพรุ่งนี้นะ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี โพสต์ข้อความผ่าน “อินสตาแกรม” ส่วนพระองค์ อีกว่า #รักกันนะ #ช่วยกันเดินไปสู่อนาคตที่สดใส #เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน

@ “สตีเว่น ซีกัล” ร่วมลงนาม
ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวัง เปิดให้สักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงเพื่อแสดงความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. ทั้งนี้พสกนิกรจากทั่วทั้งประเทศทยอยเดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย โดยเจ้าหน้าที่เปิดให้รับบัตรคิว ก่อนเข้าสักการะทางประตูวิเศษไชยศรี เริ่มตั้งแต่เวลา 08.12 น. มีนายสตีเว่น ซีกัล ผู้กำกับและนักแสดงฮอลลีวู้ดชื่อดัง มาร่วมลงนามแสดงความอาลัย เมื่อเวลา 10.20 น.
@ อดีตนักบินเล่าเคยตามเสด็จ
พ.ต.อ.ไพรัช พลโยธา ข้าราชการบำนาญอดีตนักบิน ส.บ.5 สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อายุ 77 ปี มีโอกาสได้ขับเฮลิคอปเตอร์นำขบวนเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่ปี พ.ศ.2511 เป็นเวลานานกว่า 11 ปี และยังมีโอกาสได้ตามเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ กล่าวพลางร้องไห้ว่า เมื่อก่อนมีโอกาสได้ถวายงาน ขับเฮลิคอปเตอร์นำขบวนไปมาแล้วทุกพื้นที่ของประเทศ ต้องเป็นส่วนนำขึ้นไปดูก่อน ไม่เว้นแม้แต่พื้นที่คอมมิวนิสต์ แต่ละพื้นที่ล้วนเป็นพื้นที่กันดาร หากเฮลิคอปเตอร์ลงไม่ได้ พระองค์ก็จะเสด็จพระราชดำเนินต่อไป ทุกพื้นที่ไม่เคยมีปัญหาใดแม้จะอันตรายมาก หลายครั้งสภาพอากาศไม่เป็นใจ พระองค์ก็จะให้ลงจอดที่สนามบินก่อน เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในขบวน หลายครั้งมีคนป่วยหนัก เช่น คนจะคลอดลูก พระองค์รับสั่งให้นำเฮลิคอปเตอร์ย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินเหล่านี้ไปส่งโรงพยาบาลให้ทันท่วงที แต่ละครั้งได้กลับออกจากพื้นที่ก็ 4-5 ทุ่มแล้วก็มี
@ ชาวอาข่าเผยอยากมาทุกวัน
นางบูยา อาแซ่ อายุ 73 ปี ชาวเขาเผ่าอาข่า เดินทางมาจาก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พร้อมลูกสะใภ้ นางศาวณีย์ มาเยอะ อายุ 44 ปี ด้วยชุดชนเผ่าให้สัมภาษณ์ด้วยภาษาท้องถิ่นพร้อมหลั่งน้ำตา โดยมีลูกสะใภ้แปลความหมายให้ฟังว่า เคยรับเสด็จพ่อหลวงเมื่อตอนอายุ 43 ปี พระองค์เสด็จฯมาสอนให้ทำมาหากิน และบริจาคเสื้อผ้าสำหรับหน้าหนาวให้ ทรงสอนให้ชาวเขาปลูกผักปลูกผลไม้ ทำให้มีชีวิตที่ดี ชาวอาข่าหลายคนก็อยากมา แต่เดินทางมาลำบากมาก ทุกวันนี้คิดถึงพ่อมาก มีโอกาสอยากจะมาทุกวัน

@ พสกนิกรเล่าความประทับใจ
นางสาวณัฐกานต์ ประสพสายพรกุล ศิลปินและพิธีกร กล่าวทั้งน้ำตาว่า ประทับใจพระราชจริยวัตรด้านความกตัญญูกับบุพการีและครอบครัว แม้จะทรงงานหนักแต่ไม่เคยละเลยครอบครัวเลย ทรงแบ่งเวลาไปเสวยพระกระยาหารกับสมเด็จย่าเกือบทุกวัน ทรงดูแลใส่ใจไม่ว่ายามปกติหรือประชวร ภาพที่พระองค์ป้อนข้าวพระราชมารดา ทรงประคองสมเด็จย่า ทรงเข็นรถให้สมเด็จย่าด้วยพระองค์เอง นั่นคือความประทับใจอยากจะยึดถือเป็นแนวทางดำเนินชีวิตและจะสอนคุณธรรมข้อนี้ให้กับลูกต่อไป
นายเกียรติศักดิ์ เข้าครอง อายุ 45 ปี ชาวอำเภอประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี อาชีพค้าขาย กล่าวว่า ได้น้อมนำแนวทางการดำเนินชีวิตในเรื่องการดำรงตนเป็นคนดี ไม่ทำให้สังคมเดือดร้อน ด้วยความรักที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เก็บสะสมพระบรมฉายาลักษณ์ และเหรียญเกี่ยวกับพระองค์มาตลอดตั้งแต่อายุ 10 ปี
นางจินดา วิทยากร อายุ 84 ปี กล่าวว่า ประทับใจพระองค์อยู่เสมอถึงการทรงงานหนักยากหาผู้ใดเปรียบ พระองค์เสด็จฯไปทั่วทุกแดนในประเทศไทย เป็นภาพประทับใจ ส่วนตัวไม่เคยได้เฝ้ารับเสด็จอย่างใกล้ชิด เพียงแต่ได้อยู่ริมถนนรับเสด็จเมื่อตอนครองราชย์ครบ 70 ปี สะสมพระบรมฉายาลักษณ์บนปฏิทินต่างๆ ไว้เป็นจำนวนมาก ถือเป็นสิ่งแทนใจของเรา
@ สำนักพระราชวังแจงเข้ากราบพระบรมศพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีพระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ภายหลังพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมเป็นต้นไป เวลา 08.00-21.00 น.ทุกวัน (ยกว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท) นั้น สำนักพระราชวังแจ้งว่า เส้นทางการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ จะให้ขบวนประชาชนทุกหมู่เหล่าซึ่งเดินมาจากมณฑลพิธีสนามหลวงเข้ามาทางประตูวิเศษไชยศรี ผ่านประตูพิมานไชยศรี จากนั้นเลี้ยวขวาไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ถึงประตูกำแพงแก้วด้านตะวันออกของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทจะมีเจ้าหน้าที่คอยจัดแถว เพื่อให้ประชาชนเข้าไปกราบพระบรมศพ จากนั้นให้เดินผ่านประตูกำแพงแก้วด้านตะวันออกเพื่อขึ้นสู่พระที่นั่งด้านมุขตะวันออกของพระที่นั่ง จากนั้นขึ้นไปถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อเข้าสู่ภายในพระที่นั่ง ตรงหน้าพระบรมศพให้กราบพระบรมศพหนึ่งครั้งโดยไม่แบมือ จากนั้นให้กราบพระพุทธรูป ประจำพระชนมวารที่ประดิษฐานใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 3 ครั้ง เสร็จแล้วให้ลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาททางมุขด้านเหนือ เลี้ยวซ้ายออกประตูกำแพงแก้ว ด้านตะวันตกของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท จากนั้นให้เดินออกจากพระบรมมหาราชวังสู่ถนนมหาราช ทางประตูศรีสุนทร และประตูเทวาภิรมย์ ตามลำดับ ทั้งนี้ การเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทางสำนักพระราชวังได้ขอความร่วมมือกับประชาชนทุกคนด้วยการห้ามบันทึกภาพใดๆ
@ “พระบรม”พระราชทานอาหาร
ที่บริเวณท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ และลงนามแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ผลไม้ และน้ำดื่มพระราชทาน มาแจกจ่ายให้ประชาชนในเต็นท์หน่วยงานมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ท้องสนามหลวงบริเวณหน้าประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง สำหรับอาหารพระราชทานมี 3 เวลา ประกอบด้วย อาหารเช้า เวลา 07.30 น. อย่างละ 2,000 ชุด วันนี้ทรงพระราชทานข้าวเหนียวหมูฝอย และนมหนองโพ ส่วนอาหารกลางวัน เวลา 11.30 น. ได้แก่ ก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่ลูกชิ้นหมู และข้าวหน้าไก่ อย่างละ 2,000 ชุด ขณะที่เมนูช่วงบ่าย พระราชทานขนมเค้ก ขนมไทย อย่างละ 2,000 ชุด และน้ำสมุนไพร 300 ลิตร ส่วนอาหารมื้อค่ำ พระราชทานข้าวแกงคั่วไก่ และผักสด 2,000 ชุด
@ “บิ๊กป้อม”สั่งเข้มความปลอดภัย
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมเป็นต้นไปว่า กระทรวงมหาดไทยและศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) จะดูแลเกี่ยวกับการเดินทางของประชาชนจากต่างจังหวัดเข้า กทม. จะกำหนดว่าแต่ละจังหวัดจะเดินทางเข้ามาอย่างไร และการจัดระเบียบต้องให้เหมาะสม ไม่เบียดเสียดยัดเยียดเกินไป ส่วนเรื่องความปลอดภัย หน่วยงานด้านความมั่นคงจะดูแลเส้นทางการเดินทางเข้ามา และเมื่อเดินทางเข้ามาถึง กทม.แล้ว ยังจัดคิวเพื่อดูแลความเรียบร้อยในการเข้าไปยังพระบรมมหาราชวัง รวมถึงดูแลเรื่องอาหาร ทุกภาคส่วนจะร่วมมือกัน นายกฯห่วงใยเรื่องนี้มาก ขอให้ประชาชนมั่นใจ เพราะรัฐบาลทำทุกอย่างเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้มากที่สุด รวมถึงมีมาตรการป้องกันพวกมิจฉาชีพและคนไม่หวังดี อาจก่อเหตุไม่คาดคิด
@ พระเมรุมาศยึดถือแบบรัตนโกสินทร์
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมสรุปความคืบหน้าการเตรียมการและดำเนินงานเกี่ยวกับพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ร่วมกับผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ว่า กรมศิลปากร (ศก.) ได้รายงานการดำเนินงานการจัดสร้างพระเมรุมาศพร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ มีความก้าวหน้าไปมาก การออกแบบยึด 3 แนวทางหลักสำคัญ คือ 1.สมพระเกียรติ 2.ยึดถือรูปแบบพระเมรุมาศสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ 3.ยึดขนบธรรมเนียมประเพณีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นสมมุติเทพ ส่วนราชรถ ราชยานที่ใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพนั้น ศก.ได้ตรวจสภาพการใช้งานของพระมหาพิชัยราชรถ พระเวชยันตราราชรถ ราชรถน้อย 3 องค์ และพระยานมาศสามลำคาน 2 องค์ รวมทั้งพระที่นั่งราเชนทรยานและพระวอสีวิกากาญจน์และจะทำการบูรณปฏิสังขรณ์ต่อไป
“พระเมรุมาศ เราได้มีการถวายแบบ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชวินิจฉัยเป็นลำดับขั้นเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมได้ แบบพระเมรุมาศจะมีความยิ่งใหญ่และสามารถรองรับจำนวนคนได้มากกว่าที่เคยมีการจัดสร้างที่ผ่านมา” พล.อ.ธนะศักดิ์กล่าว
@ ทำสมุดภาพรวมครั้งประวัติศาสตร์
รองนายกฯกล่าวว่า วธ.ได้รายงานว่า ได้รับมอบหมายให้จัดทำสมุดภาพประมวลเหตุการณ์งานพระบรมศพ เพื่อเสนอนายกรัฐมนตรี ใน 1 ชุด ประกอบด้วย 3 เล่ม ได้แก่ ประมวลเหตุการณ์ในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและต่างประเทศ จะประมวลภาพทุก 15 วัน นอกจากนี้ ได้จัดทำสารคดีความยาว 4 นาที จัดทำทุก 7 วัน ถือเป็นส่วนหนึ่งของจดหมายเหตุในรูปแบบภาพเคลื่อนไหว เพื่อเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ในวันที่ 2 ธันวาคม วันครบรอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน ปัญญาสมวาร นอกจากนี้จะรวบรวมผลงานด้านวรรณกรรมเพื่อเป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ สำนักวรรณกรรมฯจะรวบรวมคำแสดงความอาลัยของผู้นำประเทศต่างๆ บุคคลสำคัญ บทเพลง กวีนิพนธ์เกี่ยวเนื่องกับงานพระบรมศพ รวมทั้งรวบรวมข้อมูลจัดทำคำราชาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับงานพระบรมศพ
“ได้สั่งให้สํานักวรรณกรรมฯ รวบรวมคำราชาศัพท์ที่พูดบ่อยใช้บ่อยให้ถูกต้อง เพื่อให้ วธ.ใช้เป็นแนวทางเผยแพร่คำราชาศัพท์ที่ถูกต้อง เช่น คำว่า “พระเมรุมาศ” คำว่า “ปรมินทร” การตรวจสอบความถูกต้องจะประสานกับสำนักพระราชวัง ราชบัณฑิต ตลอดจนผู้รู้ด้านวรรณกรรม เพื่อเรียบเรียงและจัดทำให้เสร็จโดยเร็วที่สุด หรือแม้แต่การน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณควรจะมีคำขึ้นต้นว่า “ขอเดชะ” หรือลงท้าย “ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ” หรือไม่ ก็จะทำให้ถูกต้อง รวมถึงการจัดพุ่มเงินพุ่มทองตามหลักต้องทำเป็นดอกไม้ แต่มีกรณีพิเศษเหมาะสมจัดเป็นพุ่มเงินก็ได้เหมือนพระองค์ท่านยังสถิตอยู่เหมือนเดิม หากศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารประจำกระทรวงวัฒนธรรมตรวจสอบความถูกต้องแล้วก็พร้อมจะเผยแพร่ให้ส่วนราชการอื่นๆ ใช้เป็นแนวทางต่อไป” รองนายกฯกล่าว
@ ศตส.แนะยังไม่ต้องรีบมา
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่าที่สำนักพระราชวังเปิดให้เข้าถวายสักการะพระบรมศพตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมเป็นต้นไปนั้น ขอยืนยันว่า ณ เวลานี้ยังไม่มีการกำหนดเวลาสิ้นสุด เนื่องจากจะเปิดให้ประชาชนทยอยเข้าถวายบังคมได้ตลอด ดังนั้นประชาชนไม่ต้องเร่งรีบมาในช่วงวันแรกๆ เท่านั้น แต่ขอให้ทยอยกันมา ศตส.ได้วางแนวทางปฏิบัติช่วงสำคัญไว้ 2 ช่วงคือ ระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคม คาดว่าประชาชนจำนวนมากจะเดินทางเข้ามาภายในบริเวณมณฑลพิธี จึงจะปิดการจราจรตามถนนโดยรอบสนามหลวง โดยรอบพระบรมมหาราชวัง เช่น ปิดตั้งแต่แยกหลานหลวง แยกอรุณอมรินทร์ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. และตามแยกต่างๆ โดยรอบ จะแจ้งรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่รถขนส่งมวลชน รถเมล์ ขสมก.เข้าได้เท่านั้น แต่จะไม่ให้รถยนต์ส่วนบุคคลผ่านเข้า เพื่อให้การจราจรไหล ส่วนช่วงที่ 2 คือการจัดอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ โดยการให้รับบัตรคิว และมีจุดพักคอย ประเมินว่าจะอำนวยความสะดวกได้วันละ 10,000 คน จึงต้องขอร้องว่าไม่ต้องรีบเร่งเข้ามาช่วงวันแรกๆ ขอให้ทยอยกันเข้ามา เพราะยังมีเวลา นอกจากนี้ ศตส.จะประเมินสถานการณ์เป็นรายวัน หากสามารถเพิ่มจำนวนได้มากขึ้นกว่าวันละ 10,000 คนก็จะเพิ่มให้
@ จัดเรือรองรับปชช.ร่วมสักการะ
นายสุวพันธุ์กล่าวว่า การดูแลด้านการแพทย์และสุขภาพ จะยังมีตามจุดต่างๆ ทั้ง 15 จุดเช่นเดิม และยังขยายให้มีโรงพยาบาลสนามและให้บริการยา โดยอาศัยตัวอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมเป็นหลัก เพราะปัญหาในวันนั้นคือคนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน แต่ลืมพกยาติดตัวมาด้วย ขอให้ไปพบแพทย์ได้ตามจุดบริการทางการแพทย์ และอีกปัญหาที่พบคือโรคลมชัก ทางทีมแพทย์พร้อมให้บริการสำหรับโรคฉุกเฉินนี้ และหากป่วยฉุกเฉินก็มีแผนส่งกลับไว้พร้อม ทางกองทัพเรือพร้อมอำนวยความสะดวกทางเรือนำส่ง รพ.ศิริราช หรือ รพ.อื่นๆ ส่วนการตั้งจุดแจกอาหารและเครื่องดื่มก็ยังเป็นไปเช่นเดิม แต่อยากขอให้เป็นอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารแห้ง แต่ถ้าเป็นอาหารสดก็ยินดีให้ตั้งโรงครัว จะเปิดจุดบริการของกระทรวงต่างๆ เพิ่มขึ้น เพื่อแจกยาดม ยาหม่อง นอกจากนี้กระทรวงคมนาคม มีโครงการนำเรือใหญ่มาวิ่งให้บริการ จะทดลองในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ เป็นเรือใหญ่จุได้ 400 คน เส้นทางทดลองวิ่งคือจากท่าสาทรถึงท่าช้าง จะได้ประเมินว่ามีขีดความสามารถในการให้บริการประชาชนอย่างไร หากให้บริการในจุดอื่นๆ ได้จะเพิ่มเส้นทางอื่นต่อไป
@ เตรียมริสต์แบนด์กันเด็กหาย
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า ส่วนที่จอดรถยนต์ส่วนตัวยังเป็น 8 จุดเดิมที่เคยประกาศไว้ และทาง ขสมก.ยังคงให้บริการในการรับ-ส่ง ดังนั้น รถที่จะมาจากต่างจังหวัดยังใช้บริการเพื่อความสะดวกได้ในจุดนั้นๆ ส่วนการพักค้างคืนของประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพนั้น ขณะนี้ทางสนามม้านางเลิ้งจะเปิดให้เข้าพักได้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เตรียมเต็นท์ไว้ให้กับประชาชน 200 คน เพิ่มจากเดิมประชาชนเข้าพักได้ที่อาคารกีฬาเวสน์ สนามศุภชลาศัย และบ้านสุขใจ นอกจากนี้เรื่องการแก้ปัญหาคนพลัดหลงหรือเด็กหาย พม.ได้เตรียมริสต์แบนด์สามารถเขียนชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ให้ผู้ปกครองติดให้กับเด็กเอาไว้ให้ด้วย ศตส.จะประชุมอีกครั้งในวันที่ 30 ตุลาคม เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อประเมินสถานการณ์จากวันที่ 29 ตุลาคมอีกครั้งว่ามีจุดไหนจะต้องแก้ไขสถานการณ์อย่างไร กอร.รส.ได้ยืนยันแล้วว่าการเข้าคิวของประชาชนนั้นดำเนินไปอย่างรัดกุมที่สุด และเรื่องบัตรคิวนั้นไม่มีการปลอมแปลงอย่างแน่นอน
@ 1 พ.ย.นักท่องเที่ยวชมวังปกติ
นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมพระบรมมหาราชวังได้ตามปกติ ทางตำรวจจราจรจะได้เตรียมแผนรองรับเรื่องการจราจรของรถทัวร์ประมาณ 200 คัน เป็นทัวร์ท่องเที่ยว โดยเฉพาะเส้นทางจากพระที่นั่งอนันตมหาสมาคมถึงพระบรมมหาราชวัง โดยให้จอดรับนักท่องเที่ยวในจุดเดิมที่เคยปฏิบัติกันอยู่ แต่ตำรวจจราจรจะจัดการบริหารในส่วนนี้ไปตามสถานการณ์เฉพาะหน้า ศตส.ได้ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชี้แจงแนวทางปฏิบัติต่อสมาคมโรงแรม สมาคมทัวร์ต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
@ ขอปชช.ประพฤติเหมาะสม
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า สถานการณ์ด้านความมั่นคงยังเรียบร้อยดี ไม่มีอะไร ส่วนผู้ไม่หวังดีสร้างเพจปลอมของนายกรัฐมนตรีนั้น ไม่ทราบว่าเป็นใครดำเนินการ มีการจดทะเบียนในต่างประเทศหรือไม่นั้นต้องถามฝ่ายความมั่นคง แต่ทราบว่าดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 โดยติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ เพื่อนำเสนอโดยหวังให้สังคมเกิดความเข้าใจผิด
“ส่วนกรณีโซเชียลมีเดียโจมตีคนเดินทางไปสนามหลวงและพื้นที่โดยรอบพระบรมมหาราชวังว่า แทนที่จะมาร่วมแสดงความอาลัย แต่กลับไปเพื่อถ่ายรูป พบปะ และรับของแจกฟรีนั้น ความจริงเป็นเรื่องห้ามไม่ได้ ส่วนตัวมองว่าประเทศเราวันนี้อยู่ในความเศร้าโศก เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไปด้วยความรักความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช แต่ก็มีคนมีจิตใจอีกอย่าง จึงเป็นเรื่องของการเรียนรู้ถึงความเหมาะสม บางอย่างพบว่าไม่เหมาะสมก็ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตักเตือน” นายสุวพันธุ์กล่าว
@ “องค์โสม”ประทานข้าวเหนียวไก่ทอด
เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พร้อมด้วย ม.ล.สราลี กิติยากร พระขนิษฐาในพระองค์ เสด็จเป็นการส่วนพระองค์มายังรถเคลื่อนที่ของมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จอดอยู่ริมรั้วด้านหน้ากรมศิลปากร ถนนหน้าพระธาตุ เพื่อทรงทอดไก่ประทานพร้อมข้าวเหนียวให้แก่พสกนิกรที่มาลงนามแสดงความอาลัย ได้เตรียมไก่ทอดประทานจำนวน 1,000 กก. และข้าวเหนียวประทาน 500 กก. และนับเป็นครั้งที่ 4 ที่ทรงทอดไก่ประทานพร้อมข้าวเหนียว โดยพสกนิกรต่างต่อแถวอย่างเป็นระเบียบ พร้อมได้ชื่นชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด อีกทั้งทางมูลนิธิยังได้ร่วมมือกับเดอะมอลล์ กรุ๊ป และมูลนิธิลูกเสือแห่งชาติ นำไอศกรีมโบราณหลากหลายรสกว่า 5,000 แท่งมาแจกให้กับประชาชน รวมทั้งบริการข้าวหมูเจ้หมวย ร้านชื่อดังจาก จ.ราชบุรี จำนวน 2,000 จานมาไว้บริการให้แก่ประชาชน มีดารานักร้อง ดาวใจ ไพจิตร, วินัย พันธุรักษ์ และตุ๊ก-ชนกวนันท์ รักชีพ มาร่วมแจกไอศกรีมโบราณด้วย
ทั้งนี้ ในระหว่างที่ประทานไก่ทอดให้กับพสกนิกรนั้น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ มีพระปฏิสันถารกับประชาชนที่มารอคิวรับการประทานข้าวเหนียวไก่ทอดว่า เมื่อวานหมดแรงเลยพัก 1 วัน วันนี้เลยมาทำต่อ พร้อมทั้งมีรับสั่งผ่านเจ้าหน้าที่ว่า ให้ประชาชนทุกคนที่มารับอาหารประทาน ดูแลเรื่องของขยะด้วย เมื่อรับประทานเสร็จแล้วควรนำไปทิ้งที่ถังขยะให้ถูกที่
@ กทม.จัดที่รองรับประชาชน
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับอำนวยความสะดวกการเดินทางของประชาชน เพื่อถวายความเคารพพระบรมศพ ว่า กทม.จะดูแลพี่น้องประชาชนให้สะดวกสบายตามอัตภาพ ขณะนี้มีประชาชนเข้ามาลงนามแสดงความอาลัยมากขึ้นทุกวัน และในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ สำนักพระราชวังจะเปิดให้ประชาชนเข้าไปกราบพระบรมศพได้ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น.
โดยกระทรวงมหาดไทยได้จัดคิวให้ประชาชนในต่างจังหวัดเข้ามากราบพระบรมศพวันละ 5 จังหวัด จังหวัดละ 750 คน เมื่อรวมกับประชาชนในกรุงเทพฯและผู้ที่เดินทางมาเองจากต่างจังหวัดคาดว่าจะมีจำนวนมาก กทม.ได้จัดสถานที่รองรับ โดยประสานกับกองทัพบก กองทัพภาคที่ 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกระทรวงมหาดไทยจะร่วมดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชน ส่วนกลางคืนจะมีเทศกิจ ตำรวจ อาสาสมัคร และสารวัตรทหารตรวจความเรียบร้อยทั่วบริเวณสนามหลวง
พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า สำหรับการแจกบัตรคิวเข้าเคารพพระบรมศพ เป็นหน้าที่ของกองทัพภาคที่ 1 กทม.จัดเต็นท์และเก้าอี้สำหรับนั่งรอคิวก่อนเข้าไปยังพระบรมมหาราชวัง จำนวน 1,800 ตัว ด้านหลังจะมีเต็นท์สำหรับยืนรอสามารถรองรับประชาชนได้อีก 1,300 คน ขอความร่วมมือไม่นำรถส่วนตัวเข้ามาในพื้นที่สนามหลวง เพราะจะทำให้จราจรติดขัด รัฐบาลมอบหมายให้ กทม.ประสานกับกระทรวงคมนาคมและกองทัพในการจัดรถบริการประชาชนในจุดต่างๆ ไว้อย่างทั่วถึงแล้ว
@ ติดกล้องเพิ่ม-เสริมรถสุขา
พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้จะจัดโควต้าประชาชนเป็นกลุ่มจังหวัดและให้คนเข้ามาอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้โดย กทม.จะเพิ่มเต็นท์ให้ประชาชนได้เข้ามาพักพิงได้ พร้อมกับจัดระบบใหม่ด้วยการขอความร่วมมือผู้ที่เข้ามาแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มให้กับประชาชน งดแจกอาหารหลังเวลา 20.00 น. เพราะเกรงว่าจะกลายเป็นตลาดนัดกลางคืนและเพื่อป้องกันกลุ่มบุคคลที่จะเข้ามาพักค้างแรมในสนามหลวง ทั้งนี้เห็นควรไม่ให้มีการขายของบริเวณทางเท้า อย่างไรก็ตาม เรื่องที่พักทั้งอาคารสนามกีเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชน กทม. (ไทย-ญี่ปุ่น) และบ้านอิ่มใจ ทาง กทม.ได้จัดเตรียมไว้ดีแล้ว
น.ส.ตรีดาว อภัยวงษ์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า แผนรับมือเร่งด่วนสำหรับวันที่ 29 ตุลาคมนั้นคือ เร่งติดตั้งกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) การเพิ่มรถสุขาไว้ให้บริการ และการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดโดยรอบบริเวณสนามหลวง
@ บช.น.ตั้งจุดคัดกรอง9จุด
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในวันที่ 29 ตุลาคม ว่า จุดมุ่งหมายหลักคือความปลอดภัยสูงสุดรอบๆ บริเวณสนามหลวงและภายในพระบรมมหาราชวัง ศาลาสหทัยฯ รับได้วันละ 3-4 หมื่นคน พระที่นั่งดุสิตฯเชื่อว่าน่าจะน้อยกว่า เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องคอยย้ำเตือนและประชาสัมพันธ์ว่าทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนได้เข้าไปถวายสักการะพระบรมศพได้ทุกคน คงเป็นไปได้ยาก ทางกระทรวงมหาดไทยเองได้จัดคิวไว้ส่วนหนึ่ง แต่กำลังมองว่าจะทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนที่ไม่มีเครื่องมือเครื่องไม้ในการจองได้รับคิว ความเห็นส่วนตัวเหมือนการไปดูคอนเสิร์ตจะจองตั๋ว ถ้าสามารถจองทางอินเตอร์เน็ตได้จะง่ายขึ้น นี่คือสิ่งหนึ่งพยายามหาวิธีการ
พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการรักษาความปลอดภัยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำอยู่ โดยเฉพาะจุดคัดกรองทั้ง 8 จุดรอบสนามหลวง จะเพิ่มความเข้มข้นอย่างละเอียด ทำให้พื้นที่ด้านในปลอดภัย และจะเพิ่มจุดสำคัญจุดที่ 9 บริเวณก่อนเข้าพระบรมมหาราชวัง ต้องค้นให้ละเอียด 8 จุดแรกอาจหลุดเข้าไปบ้าง แต่จุดสุดท้ายหลุดไม่ได้เลย สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชน ขณะนี้พึงพอใจขึ้นเรื่อยๆ ฝากไปถึงประชาชนเมื่อมาต้องเตรียมใจไว้ด้วยว่า อาจได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพภายในพระที่นั่งดุสิตฯไม่ได้เข้าทุกคน แต่เราเคารพเทิดทูนศรัทธาจงรักภักดีต่อพระองค์ท่านเสมือนหนึ่งว่าพวกเรารวมใจกัน วันที่ 29 ตุลาคม ไม่น่าหนักใจเท่าไหร่ และไม่จำเป็นต้องเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ เราแค่เน้นพื้นที่ด้านในให้ปลอดภัยก็พอ
@ ปธ.หอค้านิวซีแลนด์ถวายอาลัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ประชาชนยังคงเดินทางมาลงนามอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีสายฝนโปรยมาในช่วงบ่าย สำนักพระราชวังปิดให้ลงนามเมื่อเวลา 16.00 น. โดยมีประชาชนมาร่วมถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทั้งสิ้น 33,182 คน รวม 12 วัน 394,621 คน และมีประชาชนทูลเกล้าฯ ถวายเงินสำหรับเสด็จฯพระราชกุศลพระบรมศพทั้งสิ้น 1,127,520 บาท รวมทั้งสิ้น 8,652,049.25 บาท นอกจากนี้ เมื่อเวลา 10.38 น. นายปีเตอร์ เบอร์เกสส์ ประธานหอการค้าไทย-นิวซีแลนด์ เดินทางมาลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง
@ มท.สรุปยอดปชช.3,412,418คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยสรุปยอดการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัยและการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ต.ค.) ในต่างจังหวัดประชาชนลงนามแสดงความไว้อาลัย ณ วันที่ 25 ตุลาคม มีจำนวนทั้งสิ้น 286,057 ราย มียอดสะสมการลงนามแสดงความไว้อาลัยตั้งแต่วันที่ 14-25 ตุลาคม จำนวนทั้งสิ้น 3,412,418 ราย กิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เฉพาะวันที่ 25 ตุลาคม กิจกรรมสวดพระอภิธรรม มีผู้เข้าร่วมจำนวน 313,201 คน กิจกรรมทำบุญตักบาตร มีผู้เข้าร่วมจำนวน 52,753 คน และกิจกรรมอื่นๆ จำนวน 14,815 คน
@ “อัลไบรท์”ร่วมลงนามที่สถานทูต
เฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เผยแพร่ภาพนางแมเดอลีน อัลไบรท์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐที่เดินทางไปร่วมลงนามแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา
โดยนางอัลไบรท์ได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อประชาชนไทยในช่วงเวลาที่โศกเศร้า พร้อมทั้งสรรเสริญพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นผู้นำที่เสียสละเพื่อประชาชนไทยด้วยความรัก พร้อมยังรำลึกถึงโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ตนได้เข้าเฝ้าฯ เมื่อครั้งที่เดินทางเยือนประเทศไทยในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เมื่อปี 2542
โดยข้อความแสดงความอาลัยของอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐระบุว่า “ขอแสดงความเสียใจกับประชาชนชาวไทยและพระบรมวงศานุวงศ์ต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ทรงทิ้งมรดกของความเป็นผู้นำที่เสียสละและมีเมตตาต่อพสกนิกร มรดกจะคงอยู่และเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นต่อไป”

