เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศช่วงบ่ายพสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศยังคงเดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ โดยมีคณะจากจังหวัดปัตตานี มาร่วมสักการะพระบรมศพด้วย จนกระทั่งเวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนผู้มาสักการะพระบรมศพเข้าประตูวิเศษไชยศรี ผ่านประตูพิมานไชยศรี แทนประตูมณีนพรัตน์ เนื่องจากวัดพระศรีรัตนศาสดารามปิดทำการในเวลา 16.00 น. โดยยังคงมีเหล่าจิตอาสาคอยบริการเข็นรถเข็นให้กับผู้สูงอายุ และผู้พิการตลอดเส้นทาง
นางทิวาทิพย์ และนาย เศวตชัย พึ่งบัว แพทย์และพยาบาลจากอ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งนางทิวาทิพย์กำลังตั้งครรภ์ 8 เดือนด้วย กล่าวว่า ออกจากบ้านตั้งแต่ 5 โมงเย็นของเมื่อวาน และมาถึงกรุงเทพฯประมาณตีหนึ่ง ได้พักอยู่กับเพื่อนย่านบางขุนนนท์และเดินทางออกมาถึงที่สนามหลวงตอน 7 โมง ใช้เวลารอกว่า 5 ชั่วโมงจึงได้เข้าสักการะพระบรมศพ แม้ว่าภรรยาจะตั้งครรภ์ 8 เดือนใกล้คลอด แต่ก็ตั้งใจแล้วว่าต้องมาให้ได้ เตรียมยารักษาโรคมาทั้งหมดเผื่อมีอาการผิดปกติใดๆ ครั้งนี้ลากิจมา 4 วัน ตั้งใจว่าต้องมากราบสักการะให้ได้สักวัน อย่างน้อยแม้ลูกของเราจะไม่ได้เกิดในแผ่นดินของรัชกาลที่ 9 แต่ก็จะสอนลูกได้ว่า ที่เรามีแผ่นดินอยู่ และมีบ้านเมืองที่ดีก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อได้ขึ้นไปสักการะก็ได้อธิษฐานจิต ขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย และกล่าวปฏิญาณว่าเราจะเป็นคนดี ตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด


