ทรงมุ่งมั่นปฏิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎร
พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมุ่งมั่นปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความอุดมสมบูรณ์ สงบร่มเย็น ของประเทศไทย ดังพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”
เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 70 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 จึงได้ร้อยเรียงพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ ที่ทรงปฏิบัติเพื่อความอยู่ดีมีสุขของอาณาราษฎรชาวไทยทุกหมู่เหล่า

⦁ แสงแห่งพระราชา ส่องสว่างทางการศึกษา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักในความสําคัญของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เมื่อครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จึงมีพระราชดำริให้ดำเนิน “โครงการทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ขึ้นเมื่อปี 2552 โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศล มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามพระราชปณิธานที่มุ่งสร้างความรู้ สร้างโอกาสแก่เยาวชนไทยที่ประพฤติดี มีความสามารถในการศึกษาให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มั่นคง
ต่อมาในปี 2553 มีพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)” โดยทรงรับเป็นประธานกรรมการ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำโครงการทุนการศึกษาฯ มาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนสืบต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนเด็กและเยาวชนไทยทั่วประเทศที่มีผลการเรียนดี ประพฤติดี มีคุณธรรม แต่ขาดโอกาสทางการศึกษาให้ได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องจนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
ปัจจุบันมีนักเรียนที่ได้รับทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รวม 13 รุ่น มากกว่า 2,000 ราย ที่ได้รับโอกาสในการศึกษาอย่างต่อเนื่องในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จนถึงปริญญาตรีหรือเทียบเท่า อาทิ สาขาแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ วิทยาศาสตร์การแพทย์ วิศวกรรมศาสตร์ และครู เป็นต้น โดยมีนักเรียนทุนที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว 6 รุ่น จำนวนเกือบ 700 ราย ซึ่งร้อยละ 70 ล้วนกลับไปทำงานที่บ้านเกิด

⦁ ธรรมราชา ผู้ทรงค้ำจุนพระพุทธศาสนา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชศรัทธามั่นต่อพระบวรพระพุทธศาสนา ดังที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ด้านศาสนา อาทิ เสด็จฯไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันสำคัญทางศาสนา อาทิ วันมาฆบูชา, วันวิสาขบูชา, ทรงพระดำเนินขึ้น-ลงพระบรมบรรพต (เจดีย์ภูเขาทอง) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ทางบันไดจำนวน 688 ขั้น เพื่อทรงห่มผ้าองค์พระเจดีย์บรมบรรพต และสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ, ได้เสด็จฯไปทรงประกอบพิธียกฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือพระประธานพระวิหารพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง ณ วัดมหาวนาราม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เพื่อให้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เป็นศูนย์รวมทางจิตใจของชาวจังหวัดอุบลราชธานี และถวายเป็นพุทธบูชาสืบไป

⦁ ทรงเคียงข้างประชาชนยามเกิดโรคระบาด
นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด ด้วยทรงห่วงใยประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์จึงพระราชทานพระบรมราโชบายในการดำเนินมาตรการต่างๆ อีกทั้งพระราชทานรถเก็บตัวอย่าง ชีวนิรภัย 36 คัน, รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษ 5 คัน, รถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล 2 คัน, รถต่อพ่วงชีวนิรภัย 6 คัน, พระราชทานชุด PPE จำนวน 3 รุ่น รวม 700,000 ตัว และพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ 122 ล้านบาท ในการจัดหารถยนต์และอุปกรณ์การแพทย์ดังกล่าว เพื่อกระจายไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ
พระราชทานรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล คันแรกในประเทศไทยที่มีระบบ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ทันสมัยที่สุด ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำไปสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพทางการแพทย์ในการป้องกันดูแลสุขภาพอนามัยประชาชนอย่างครบวงจร
พร้อมกันนี้ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อสมทบทุนและจัดหาอุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาลและสถานที่ต่างๆ อาทิ พระราชทานทรัพย์ 100,000,000 บาท สมทบทุนสร้างอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา โรงพยาบาลศิริราช, พระราชทานทรัพย์ 2,407,144,487.59 บาท แก่โรงพยาบาล วิทยาลัยแพทย์ และสถานพยาบาล 27 แห่ง เพื่อจัดซื้อเครื่องมือ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์, พระราชทานรถพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์สื่อสาร แก่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี, โรงพยาบาลบันนังสตา จ.ยะลา, โรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก และโรงพยาบาลแม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
น้ำพระราชหฤทัยยังแผ่ไปถึงผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศ โดยทรงรับเป็นพระราชภารกิจสำคัญจึงพระราชทานทรัพย์ 345,000,000 บาท แก่เรือนจำ ทัณฑสถาน และโรงพยาบาลแม่ข่ายของเรือนจำ 44 แห่ง เพื่อจัดซื้อเครื่องมือ ครุภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ผ่าน “โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์”
⦁ พลิกผืนพสุธา สู่ธาราแห่งชีวิต
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้งมั่นพระราชหฤทัยที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และแนวพระราชดำริต่างๆ แห่งองค์พระบรมชนกนาถ เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับ “โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้ง” ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2564 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ราษฎรจากวิกฤตภัยแล้ง 15 แห่ง กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิสังคมของประเทศไทย ในพื้นที่ 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ขอนแก่น กาฬสินธุ์ นครพนม ศรีสะเกษ ฉะเชิงเทรา กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี และพัทลุง
ซึ่งเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จทุกพื้นที่ จะมีประชาชนได้รับประโยชน์ไม่น้อยกว่า 37,600 ครัวเรือน หรือ 143,000 คน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 557,000 ไร่ ปริมาณน้ำรวม 11.1 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ช่วยประหยัดรายจ่ายให้ประชาชนกว่า 500 ล้านบาทต่อปี จากการได้มีน้ำดื่มสะอาดบริการฟรี
โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงเปิดโครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ โครงการจัดหาน้ำบาดาลขนาดใหญ่แก้ปัญหาภัยแล้งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.หนองฝ้าย อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2565

⦁ ทรงห่วงใยพสกนิกร
ไม่มีความเดือดร้อนใดของพสกนิกรอยู่นอกสายพระเนตรพระกรรณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับทราบถึงความตั้งใจและความทุ่มเทของทหารและตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันอธิปไตยอยู่ที่ 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้
ครั้นความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ถึงความสูญเสียและเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ ก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชิญดอกไม้และสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตก็ทรงรับศพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบให้แก่ครอบครัวเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิต เพื่อพระราชทานกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป
ภาพความเดือดร้อนแสนสาหัสของพสกนิกรเมื่อต้องประสบกับวาตภัยที่พัดพาบ้านเรือนเสียหาย หรือบ้านเรือนราษฎรที่มอดไหม้ไปกับกองเพลิง มิได้อยู่ไกลจากสายพระเนตรแม้แต่น้อย ทันทีที่ความทุกข์ร้อนของราษฎรทราบยังฝ่าละอองธุลีพระบาท ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งจำเป็นไปมอบแก่ราษฎรผู้ที่กำลังประสบทุกข์ภัย พร้อมเชิญพระราชกระแสรับสั่งทรงห่วงใยไปกล่าวเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจด้วย
⦁ ทรงยึดถือความกตัญญูกตเวที
ด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงยึดถือความกตัญญูกตเวทีเป็นธรรมะประจำพระราชหฤทัย เมื่อถึงเทศกาลสำคัญก็จะทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายแด่สมเด็จพระบรมราชบุพการี ตามหลักพระพุทธศาสนา หรือเทศกาลตรุษจีนของทุกปี ก็จะเสด็จฯไปทรงประกอบพระราชพิธีสังเวยพระป้าย
ครั้นถึงเทศกาลสงกรานต์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชสำนักผู้ใหญ่เชิญเครื่องสรงน้ำสงกรานต์ไปพระราชทานแก่พระอนุวงศ์ผู้ใหญ่ เป็นการแสดงพระราชกตัญญุตาธรรม โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์เชิญเครื่องสรงน้ำสงกรานต์ไปพระราชทาน พลเรือเอก หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ และหม่อมเจ้ามงคลเฉลิม ยุคล ด้วย

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

