
อุทยานฯกุยบุรี ตั้ง 3 กก.คุมแปรรูป “ไม้จันทน์หอม” เลือกต้นลำดับ 15 ประกอบพิธีบวงสรวงลงขวานทองเป็นปฐมฤกษ์ พระองค์โสมประทานสัมภาษณ์เคล็ดลับไก่ทอด “หญิงแมงมุม”เผย”เพลงสรรเสริญ”ฉบับ”ท่านมุ้ย”เสร็จแล้ว ไม่เกินสัปดาห์นี้ได้ชม
@ ‘ท่านมุ้ย’บำเพ็ญพระราชกุศล
เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นประธานถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร ในพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 24 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
ต่อมาเวลา 11.00 น. ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงเป็นประธานในการบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดสุทัศนเทพวราราม
สำหรับบรรยากาศการเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. ทุกวัน เป็นวันที่ 9 สำนักพระราชวังเปิดให้พสกนิกรเข้าถวายสักการะก่อนเวลาจริงตั้งแต่เวลา 04.30 น. ผ่านทางประตูวิเศษไชยศรี สู่ประตูพิมานไชยศรี เข้าสู่กำแพงแก้วของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเพื่อขึ้นไปถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ ซึ่งเมื่อเวลา 08.00 น. มีฝนตกเล็กน้อย
@ องค์โสมฯทรงเผยเคล็ดลับไก่ทอด
ต่อมาเวลา 10.30 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จมายังรถเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ซึ่งจอดบริเวณด้านข้างมหาวิทยาลัยศิลปากร (วังท่าพระ) เพื่อประทานสัมภาษณ์แก่รายการ “3 แซบ” โดยมี อรนภา กฤษฎี พิธีกรชื่อดังเป็นผู้ดำเนินการสัมภาษณ์ โดยพระองค์ประทานสัมภาษณ์ถึงเคล็ดลับทอดไก่ว่า แต่ละวันต้องใช้น่องไก่ส่วนบนมากกว่า 2,300 ชิ้น หรือราว 1,000-3,000 กิโลกรัม ซึ่งเหตุผลที่เลือกทำไก่ทอดนั้น เพราะไม่เสียง่าย เก็บไว้รับประทานได้นาน โดยตั้งแต่ผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ทำให้รู้ว่าอาหารอะไรเสียง่าย รวมทั้งไก่ทอดเมื่อรับประทานคู่กับข้าวเหนียวก็มีรสชาติอร่อย ทุกคนสามารถรับประทานได้ แม้แต่ชาวต่างชาติ ส่วนข้าวจี่นั้นเพิ่งมาทำทีหลัง อย่างไรก็ตาม พระองค์มีรับสั่งด้วยว่าเวลาทอดไก่นั้นค่อนข้างร้อน แต่ก็เหนื่อยจนชิน เพราะอยากทำอาหารให้ประชาชน โดยเคยทอดไก่นานสุดถึง 7 ชั่วโมงติดต่อกัน
@ ทรงทอดไก่ประทานพสกนิกร
จากนั้น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงทอดไก่ประทานพร้อมข้าวเหนียวแก่พสกนิกรที่เดินทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ โดยมีม้า-อรนภาขออนุญาตเป็นผู้ช่วยด้วย อรนภากล่าวว่า พระองค์ทรงรักษาความสะอาดและเก็บของบริเวณนั้นเป็นระเบียบมาก ซึ่งพระองค์ก็ได้มีรับสั่งตอบกลับว่า ต้องรักษาความสะอาดเพราะทำให้ประชาชนรับประทาน อย่างไรก็ตาม เมื่ออรนภา ได้รับประทานไก่ทอดและข้าวจี่ฝีพระหัตถ์ก็ได้กล่าวว่า มีรสชาติอร่อยมาก
นอกจากนี้ พระองค์โสมฯยังได้ประทานคำแนะนำในการนำข้าวสวยมาห่อให้เม็ดข้าวมีความเรียงตัวสวยเหมือนเดิมว่า “อย่านำข้าวสวยที่หุงเสร็จร้อนๆ ห่อในกระดาษทันที ควรปล่อยให้ข้าวเย็นสักระยะหนึ่งก่อนแล้วค่อยนำมาห่อ เพียงเท่านี้ก็จะได้เมล็ดข้าวที่สวยน่ารับประทาน”
ทั้งนี้ รายการ 3 แซบ ที่บันทึกเทปในวันนี้จะออกอากาศทางช่อง 3 ในวันที่ 20 พฤศจิกายน เวลา 13.00 น.
@ พระเทพฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศล
เวลา 15.07 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
เวลา 17.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มีพระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดจักรวรรดิราชาวาสวรมหาวิหาร และวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรม
เวลา 19.14 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร และวัดอนงคารามวรวิหาร สวดพระอภิธรรม ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชานุญาตให้พสกนิกรเข้าถวายสักการะพระบรมศพระหว่างที่มีพระราชพิธีด้วย
@ เพลงสรรเสริญฉบับท่านมุ้ยเสร็จแล้ว
ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล หรือ คุณหญิงแมงมุม ธิดาของท่านมุ้ย ชี้แจงผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว yingmangmoomofficial หลังจากเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ได้บันทึกภาพประชาชนนับแสนคนร่วมร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ที่บริเวณหน้าพระลาน กำแพงพระบรมมหาราชวัง และท้องสนามหลวง เพื่อจัดทำเป็นภาพยนตร์และวีดิทัศน์นำไปฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ รวมถึงสถานีโทรทัศน์ต่างๆ โดยมีท่านมุ้ยเป็นผู้ดูแลงานด้านโปรดักชั่นถ่ายทำว่า วีดิทัศน์ดังกล่าวได้ตัดต่อเสร็จสิ้นแล้ว และน่าจะได้รับชมกันภายในสัปดาห์หน้าอย่างแน่นอน
“วีดิทัศน์การร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีที่ตัดต่อโดยท่านพ่อ พี่หญิงนุ้ย (ม.ร.ว.ปัทมนัดดา ยุคล) และทีมงาน ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว น่าจะได้ชมกันไม่เกินอาทิตย์หน้าแน่นอนค่ะ แมงมุมดูแล้วประทับใจมาก น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว รู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างที่สุด ที่ได้เป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของการถ่ายทำวีดิทัศน์ชุดนี้ ขอขอบพระคุณทีมงานที่เกี่ยวข้องกว่าสองพันชีวิต รวมทั้งประชาชนทุกคนเเละผู้ให้การสนับสนุน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจทำงานนี้อย่างเต็มความสามารถ เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติและแสดงความจงรักภักดีเเด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พวกเราทุกคนได้ร้องเพลงนี้และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่พระองค์ทรงมีต่อพวกเราพสกนิกรชาวไทยอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมกับความคิดถึงพระองค์ท่านในทุกห้วงลมหายใจ”
@ กราบสักการะพระบรมศพล้นหลาม
ทั้งนี้ เวลา 08.30 น. สำนักพระราชวังเปิดให้นักท่องเที่ยวซื้อบัตรเที่ยวชมวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว และได้เปลี่ยนมาให้พสกนิกรเข้าถวายสักการะทางประตูมณีนพรัตน์ ผ่านระเบียงคด และพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เข้าสู่กำแพงแก้วของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเพื่อขึ้นไปถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ และเดินออกทางประตูศรีสุนทรและเทวาภิรมย์ แต่พสกนิกรที่นั่งบนรถวีลแชร์เข้าทางประตูวิเศษไชยศรีตามเดิม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศยังเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศอย่างล้นหลามด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ตลอดทั้งวัน เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ความยาวของแถวตลอดบริเวณรอบสนามหลวงจากทิศใต้ไปยังทิศเหนือและวกเข้าสู่ช่วงกลางสนามหลวง สำหรับสภาพอากาศบริเวณพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวงค่อนข้างร้อนอบอ้าวแต่ประชาชนทุกคนต่างเข้าแถวรอโดยไม่ปริปากบ่น ทั้งเด็กและเยาวชน ตลอดจนผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ที่ต่างยิ้มสู้ เพราะทุกคนต่างมีจุดหมายเดียวกันเพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเวลา 16.00 น. ที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามปิดทำการ สำนักพระราชวังได้เปิดให้พสกนิกรที่มารอถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ เข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ผ่านทางประตูวิเศษไชยศรี แทนประตูมณีนพรัตน์ ซึ่งยังมีพสกนิกรจำนวนมากที่รอเข้าถวายสักการะ โดยพสกนิกรได้ต่อแถวอย่างเป็นระเบียบ แม้ว่าจะต้องเข้าแถวรอท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวมาหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม
@ ลูกถวัลย์แจกภาพ-แลกร่มสีดำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณรอบสนามหลวง ฝั่งโซนเหนือ มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มประชาชนจิตอาสาหลายภาคส่วน ตั้งซุ้มกิจกรรมรับบริจาคร่ม และนำร่มเก่ามาแลกร่มสีดำ โดยมีประชาชนที่เดินทางมาแสดงความอาลัย และเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ให้ความสนใจนำร่มสีคันเก่าของตัวเองมาแลกร่มคันใหม่ที่ทาสีดำ และมีเลข 9 ไทยกันเป็นจำนวนมาก
ด้านนายดอยธิเบศร์ ดัชนี ลูกชายนายถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เดินทางมาแจกภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เป็นสัปดาห์ที่ 2 ต่อเนื่องกัน โดยในสัปดาห์นี้ได้นำภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งถ่ายโดยช่างภาพตามเสด็จฯ 9 แบบ 60,000 ภาพมาแจกให้กับประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพ บริเวณตรงข้ามประตูวิเศษไชยศรี พระบรมมหาราชวัง
@ แจกภาพพระบรมโกศพสกนิกร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่พสกนิกรถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศแล้วเสร็จ ได้เดินออกทางประตูศรีสุนทร ก่อนผ่านประตูเทวาภิรมย์ สำนักพระราชวังได้แจกภาพพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ให้แก่พสกนิกรที่เข้าถวายสักการะ รวมทั้ง สำนักปลัดนายกรัฐมนตรี ได้นำเมล็ดพันธุ์ข้าว จากกรมการข้าวกว่า 30,000 ถุง มาแจกให้กับพสกนิกรที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพด้วย
โดย ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงได้รับการเทิดพระเกียรติให้ทรงเป็นพระบิดาแห่งข้าวไทย และทรงเป็นนักพัฒนาพันธุ์ข้าว จึงได้คัดเลือกพันธุ์ข้าวพระราชทานจาก กรมการข้าวมาแจกจ่ายให้กับประชาชน โดยก่อนหน้านี้แจกจ่ายวันละ 12,000 ถุงต่อวัน ซึ่งไม่เพียงพอกับประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะมีจำนวนมาก จึงได้เพิ่มจำนวนเป็น 30,000 ถุงต่อวัน ก็แจกจ่ายจนหมด อย่างไรก็ตาม สำนักปลัดนายกฯ จะมีการแจกจ่ายข้าวตลอดงานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ตลอด 100 วัน
@ ปรับพื้นที่สนามหลวงฝั่งเหนือเสร็จ
พล.ต.กฤษณ์ดนัย อิทธิมณฑล เสนาธิการกองทัพภาคที่ 1 พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 นายอธิกร เพิ่มพวก รองผู้อำนวยการศูนย์อาสาสมัคร Volunteers for Dad มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายณัฐนันท์ กัลยาศิริ รองโฆษกของกรุงเทพมหานคร ร่วมกันแถลงผลการประชุม กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ณ ท้องสนามหลวง (กอร.รส.) ถึงผลการดำเนินการงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และการบริหารจัดการพื้นที่โดยรอบสนามหลวงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งจะมีพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โดย พล.ต.กฤษณ์ดนัยกล่าวว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบแถวประชาชนที่มาถวายราชสักการะพระบรมศพเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และประชาชนให้ความร่วมมือโดยปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ขณะนี้กรุงเทพมหานครได้ปรับปรุงพื้นที่ท้องสนามหลวงด้วยการปูแอสฟัลต์บริเวณสนามหลวงด้านเหนือ (สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า) เพื่อจัดผังสถานที่ใหม่รองรับตั้งเต็นท์กองอำนวยการ จุดพักของประชาชน เต็นท์จิตอาสา บริการอาหารและเครื่องดื่มของหน่วยงานต่างๆ รวมถึงเส้นทางเดินของประชาชนเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพ เพื่อจัดระเบียบท้องสนามหลวงให้พร้อมสำหรับจัดงานพระราชพิธีพระบรมศพให้สมพระเกียรติ โดยคาดว่าจะปูแอสฟัลต์แล้วเสร็จภายในคืนนี้ และจะเริ่มตั้งเต็นท์และจัดระเบียบพื้นที่ตั้งแต่วัน 7 พฤศจิกายน เป็นต้นไป
@ ศตส.ตั้ง40เต็นท์ที่พักปชช.
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) เป็นประธานประชุมฝ่ายเลขานุการ ศตส.ร่วมกับตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายสุวพันธุ์ แถลงผลการประชุมว่า สัปดาห์หน้าจะนำ 40 เต็นท์มาติดตั้งเพื่อเป็นจุดพักคอยประชาชนและอีกส่วนเป็นจุดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และกันเตรียมไว้เพื่อจัดเป็นซุ้มอาหาร และซุ้มจิตอาสา รวมถึงการออกร้านของภาคส่วนต่างๆ สำหรับจุดบริการทางการแพทย์ โรงพยาบาลสนาม เมื่อติดตั้งเต็นท์เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าจะบริหารจัดการ จัดความเป็นระเบียบได้มากขึ้น จัดที่ให้ประชาชนได้พักคอยได้มากขึ้นเกือบ 3 หมื่นคน
@ เผยยังไม่ใช้ระบบคิวออนไลน์
“สำหรับประชาชนที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพยังใช้ระบบจัดคิวกลุ่มเป็นหลัก โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้ตลอดระยะทาง ส่วนแนวคิดจัดระบบคิวแบบออนไลน์นั้น ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นจัดทำโปรแกรม ซึ่ง ศตส.คิดว่าจะเป็นทางเลือกในการลดจำนวนประชาชนมารอคิว แต่ต้องมีหลักประกันก่อนว่า ระบบต้องมีความเสถียร มั่นคง และต้องผ่านการทดลองใช้ ที่มีความเสถียรเสียก่อน โดยต้นเดือนธันวาคมจะต้องขอศึกษารายงานเป็นขั้นสุดท้ายเสียก่อน ตอนนี้ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่ายังใช้ระบบจัดคิวกลุ่มเป็นปกติไม่มีการยกเลิก ทั้งนี้ ขอขอบคุณประชาชน เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ให้ความร่วมมือ รวมถึงภาคเอกชนที่เข้ามาร่วมอำนวยความสะดวกประชาชนด้วย โดยการประชุม ศตส.จะมีการประชุมครั้งต่อไปวันที่ 11 พฤศจิกายน เวลา 14.00 น.” นายสุวพันธุ์กล่าว
@ ตั้ง3กก.คุมแปรรูปไม้จันทน์หอม
นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์การเตรียมพร้อมพื้นที่ในอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ทางผู้แทนจากสำนักพระราชวัง และหัวหน้างานโหรพราหมณ์ เข้ามาทำพิธีตัดไม้จันทน์หอม 4 ต้น สำหรับใช้ในงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ว่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้อนุมัติการตัดและแปรรูปไม้จันทน์หอมแล้ว โดยแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมการแปรรูปไม้ 3 ราย ประกอบด้วย นายวัฒนา พรประเสริฐ เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส เป็นประธาน นายธีระ เต็มองค์หล้า นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ เป็นกรรมการ และนายพีรวัฒิ สิโรตม์พิพัฒ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการเป็นกรรมการและเลขานุการ หลังจากแปรรูปไม้เสร็จจะส่งมอบไม้จันทน์หอมทั้งหมดให้กับสำนักพระราชวัง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป สำหรับการเตรียมพร้อมในพื้นที่นั้น ทางอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้เตรียมการพร้อมเกือบทุกอย่างแล้ว โดยเดิมทีนั้น เจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้ลงพื้นที่ เพื่อสำรวจหาไม้จันทน์หอม ที่ยืนต้นตายไว้ 19 ต้น เพื่อให้ทางคณะผู้แทนจากสำนักพระราชวังคัดเลือก ลำดับที่ 1-19 และหลังจากคณะเข้าไปสำรวจแล้วได้คัดเลือกไม้จันทน์หอมไว้ 4 ต้น คือลำดับที่ 11,12,14 และ 15 เพื่อใช้จัดสร้างพระบรมโกศ ตกแต่งพระเมรุมาศ และทำดอกไม้จันทน์ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยทางสำนักพระราชวังจะมีพิธีบวงสรวงตัดไม้จันทน์หอมในวันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน เวลา 14.09 น.นี้
@ ตั้งโต๊ะบวงสรวง-ลงขวานทอง
“ตอนนี้เร่งปรับพื้นที่บริเวณต้นไม้จันทน์หอมลำดับต้นที่ 10,11,14 และต้นที่ 15 รวม 4 ต้นภายในบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ด้านหลังของที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรีแล้ว โดยให้เจ้าหน้าที่เอากรวดหยาบไปโรยบริเวณเส้นทางที่จะเดินเข้าไปทำพิธี ซึ่งจะเลือกพื้นที่บริเวณต้นไม้จันทน์หอมลำดับต้นที่ 15 ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีบวงสรวงตัดต้นไม้จันทน์หอมทั้ง 4 ต้น ใช้ฤกษ์เวลา 14.09-14.39 น. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้เร่งดำเนินการปรับพื้นที่บริเวณโดยรอบต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เพื่อใช้เป็นมณฑลพิธีบวงสรวงและตัดต้นไม้จันทน์หอม โดยเฉพาะจุดด้านหน้าพื้นที่ราบ จะตั้งโต๊ะเครื่องบวงสรวง ตลอดจนเครื่องสังเวยต่างๆ รวมทั้งทำบันไดไม้ชั่วคราวขึ้นไปยังต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เพื่อให้นายวุฒิ สุมิตร รองราชเลขาธิการ สำนักราชเลขาธิการ ซึ่งจะเดินทางมาประกอบพิธีในวันดังกล่าว โดยจะหลั่งน้ำเทพมนต์ เจิมบริเวณต้นไม้จันทน์หอม และลงขวานทองที่ต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 15 เป็นปฐมฤกษ์ พร้อมโปรยข้าวตอกดอกไม้รอบบริเวณต้นไม้จันทน์หอม และจึงตัดต้นไม้จันทน์หอมที่เหลืออีก 3 ต้นพร้อมๆ กัน” นายธัญญากล่าว
@ เผยตัด4ต้นตามฤกษ์เวลา
นายกาญจนพันธ์ คำแหง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กล่าวว่า ได้เร่งให้เจ้าหน้าที่สางเถาวัลย์และไม้เล็กบางส่วนที่ขึ้นปกคลุมบริเวณต้นไม้จันทน์หอมต้นที่ 10,11,14 ด้วยเนื่องจากทั้ง 3 ต้นจะต้องดำเนินการตัดต้นไม้จันทน์หอมให้เสร็จสิ้นในช่วงเวลาที่กำหนดเช่นกัน ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้านี้การปรับพื้นที่ทั้งหมดจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีต่างพร้อมใจดำเนินการตามขั้นตอนตั้งแต่การตัด การแปรรูป การลำเลียงขึ้นรถไปส่งมอบจนเสร็จสิ้นให้ลุล่วงเพื่อถวายความอาลัย และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
นายศรีสวัสดิ์ บุญมา กำนัน ต.หามขาม อ.กุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการประสานงานจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี มอบหมายให้ 13 องค์กรจากเครือข่ายพาวเวอร์ ออฟ กุยบุรี รับผิดชอบจัดเครื่องสังเวยเพื่อประกอบพิธีในวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ และร่วมกับ นายมานพ ตั้งบูรพาจิตต์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ประจวบคีรีขันธ์ จัดเตรียมรถบรรทุกไม้จันทน์หอมจากอุทยานแห่งชาติกุยบุรีไปส่งที่สำนักช่างสิบหมู่ จ.นครปฐม นอกจากนั้นชาวบ้านในพื้นที่ได้เตรียมปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณริมถนนเพชรเกษม-ยางชุม เนื่องจากคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางไปร่วมงานพิธีจำนวนมาก
@ ทั้ง4ต้นกลิ่นหอมปานกลาง
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาอุทยานแห่งชาติกุยบุรี กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้สำรวจ พบไม้จันทน์หอมยืนต้นตายตามธรรมชาติบริเวณป่าดิบแล้งเส้นทางศึกษาธรรมชาติหลังที่ทำการอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หมู่ 9 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไว้ 4 ต้นจาก 19 ต้นโดยต้นที่ 14 มีขนาดความโต 203 เซนติเมตร สูง 15 เมตร ปริมาตร 4.92 ลูกบาศก์เมตร ต้นที่ 11 มีขนาดความโต 178 เซนติเมตร สูง 11 เมตร ปริมาตร 2.77 ลูกบาศก์เมตร ต้นที่ 10 มีขนาดความโต 175 เซนติเมตร สูง 14 เมตร ปริมาตร 3.41 ลูกบาศก์เมตร และต้นที่ 15 มีขนาดความโต 142 เซนติเมตร สูง 15 เมตร ปริมาตร 2.09 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งทั้ง 4 ต้นเนื้อไม้มีกลิ่นหอมปานกลาง และมีลักษณะไม้เปลาตรงกลม
@ ใช้งานพระราชพิธีตั้งแต่พุทธกาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับไม้จันทน์หอมจัดเป็นไม้หายากมีค่ามีอยู่ในภูมิภาคแถบนี้เท่านั้นทั้งในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นไม้โตช้า ลำต้นไม่ใหญ่มากนักคนโบราณจัดว่าไม้จันทน์หอมเป็นไม้มงคลชั้นสูงที่มีกลิ่นหอมในทุกส่วนของลำต้น ไม่ว่าจะเป็นแก่น เปลือก กระพี้ เหตุเพราะไม้จันทน์หอมมีความหอมไม่ว่าจะเป็นหรือตาย จึงเปรียบเหมือนคนเมื่อเกิดมาทำความดี ตายแล้วก็ยังมีความดีอยู่คนโบราณจึงนำไม้จันทน์หอมมาเผาศพเรียกว่า “ดอกไม้จันทน์”
สำหรับไม้จันทน์หอมซึ่งใช้ในงานพระราชพิธีนับแต่สมัยพุทธกาล และพบประวัติการใช้ไม้จันทน์หอมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายและสมัยกรุงรัตน์โกสินทร์ โดยที่ผ่านมามีการนำมาสร้างพระโกศ และพระเมรุมาศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพตราบถึงปัจจุบันนี้
@ มท.สรุปลงนามอาลัย6.9ล้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทย (มท.) สรุปผลการดำเนินการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัย และการจัดกิจกรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในส่วนของต่างจังหวัด มีประชาชนลงนามแสดงความอาลัย ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน ทั้งสิ้น 101,063 ราย มียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม เป็นต้นมา จำนวนทั้งสิ้น 6,990,471 ราย กิจกรรมเพื่อน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช โดยกิจกรรมสวดอภิธรรม มียอดสะสมผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวดอภิธรรม ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม-5 พฤศจิกายน มีจำนวน 8,934,800 คน การทำบุญตักบาตรมียอดสะสมผู้เข้าร่วมกิจกรรมการทำบุญตักบาตร ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม-5 พฤศจิกายน มีทั้งสิ้น 2,745,961 คน
