ในหลวง พระราชินี พระราชทานสิ่งของแก่ มูลนิธิช่วยคนตาบอดฯ และสถานคุ้มครองฯ คนพิการพระประแดง
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงตระหนักถึงความสำคัญในชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงสุขอนามัย และการมีโภชนาการที่ดีของประชาชนทุกหมู่เหล่า รวมทั้งผู้พิการ และผู้ทุพพลภาพ อีกทั้งยังทรงห่วงใย และทรงให้ความสำคัญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่ยังคงมีอยู่ในประเทศไทย ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ หน่วยราชการในพระองค์ เชิญอาหารพระราชทาน เงิน สิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการพระประแดง ดังนี้
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ท่านผู้หญิงอินทิรา พลธร เป็นประธานเชิญสิ่งของ เครื่องอุปโภคบริโภค และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์พระราชทาน ไปมอบแก่ผู้พิการทางสายตา และเจ้าหน้าที่ จำนวน 407 คน ณ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงรับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เมื่อปี พ.ศ.2502 และพระองค์ได้เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมและพระราชทานกำลังใจแก่ผู้พิการทางสายตา และเจ้าหน้าที่ หลายครั้ง ซึ่งมูลนิธิฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาทั้งชายและหญิง โดยไม่จำกัดเชื้อชาติและศาสนา พร้อมทั้งให้การศึกษาสายสามัญและการฝึกอบรมด้านอาชีพ เพื่อช่วยให้ผู้พิการทางสายตาสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และร่วมมือกับหน่วยงานราชการและองค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์แก่ผู้พิการทางสายตาด้วย




และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ ท่านผู้หญิงจีริกัญญา โชติกเสถียร เป็นประธานเลี้ยงอาหารพระราชทาน และเชิญเงิน สิ่งของ กับเครื่องอุปโภคบริโภคพระราชทาน ไปมอบแก่ผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ และเจ้าหน้าที่ จำนวน 557 คน ณ สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการพระประแดง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
โดย สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ สังกัดกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดตั้งขึ้นเพื่อให้การคุ้มครอง สงเคราะห์ ฟื้นฟูสมรรถภาพในทุกๆ ด้าน และพัฒนาศักยภาพผู้พิการทุกประเภททั้งชายและหญิง ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ขาดผู้อุปการะ และมีฐานะยากจน เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคง และบางส่วนสามารถกลับคืนสู่สังคมและพึ่งพาตนเองได้



