เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศพสกนิกรที่มาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ในช่วงเช้ามีประชาชนมาเดินทางมารอสักการะพระบรมศพตั้งแต่เวลา 03.00 น. โดยนายน้อม ใจซื่อ อายุ 70 ปี กล่าวว่า ตนเดินทางมาจากจ.นครศรีธรรมราช เข้าคิวรอสักการะพระบรมศพ พร้อมกับลูกและหลาน ตั้งแต่ เวลา 03.00 น. เพื่อแสดงความอาลัยต่อในหลวงรัชกาลที่9 เพราะในหลวงมีบุญคุณต่อชาติ เป็นพ่อของแผ่นดิน คอยแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดิน เรื่องน้ำหรือคอยแนะแนวทางทำการเกษตรให้ประชาชนมีกินอย่างพอเพียง แม้ในชีวิตจะไม่เคยได้เฝ้ารับเสด็จในหลวงร.9 เลยสักครั้ง แต่ก็รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เมื่อทราบว่าทรงสวรรคตก็ตั้งใจเดินทางขึ้นมาสักการะพระบรมศพ

น.ส.ภัทรภร ทับทิมสุวรรณ ชาวอ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนๆ เข้าคิวรอตั้งแต่ 04.00 น. ได้เข้าไปสักการะ เวลา 06.30 น. เมื่อทราบว่าสวรรคตก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมา เพราะเคยได้เฝ้ารับเสด็จในหลวงร.9 ช่วงที่ทรงแปรพระราชฐานไปประทับวังไกลกังวล เหมือนเป็นบ้านของพ่อ พอท่านไม่อยู่แล้วก็รู้สึกใจหาย แต่พยายามจะใช้ชีวิตทุกอย่างให้เหมือนเดิม ทุกวันนี้เวลามองเข้าไปยังวังไกลกังวล ยังรู้สึกเสมอว่าพระองค์ยังอยู่ไม่ได้จากเราไปไหน ตั้งใจว่า จะน้อมนำแนวพระราชดำรัส และพระราชดำริ ของพระองค์ไปใช้ในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะหลักเศรฐกิจพอเพียง

ขณะที่นางอุไร ไมดุเก็ม และครอบครัว กล่าวว่า เดินทางมาจากจ.ภูเก็ต มารอตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง เพราะตั้งใจมาแสดงความอาลัยต่อในหลวงร.9 ด้วยหัวใจ ทั้งนี้ยอมรับว่าก่อนเดินทางมารู้สึกกังวลเพราะเป็นชาวมุสลิม ซึ่งไม่สามารถสักการะพระบรมศพโดยการกราบแบบชาวพุทธได้ แต่ก็ตัดสินใจว่าต้องมาทำความเคารพ เพราะพระองค์ท่านไม่เคยแบ่งแยกศาสนา ทรงเสด็จร่วมศาสนกิจของทุกศาสนา เป็นพ่อของคนไทยทุกคน ดังนั้นจึงคิดว่าหากเราตั้งใจดี ก็ไม่มีอะไรน่ากังวล เชื่อว่ามีชาวมุสลิมอีกหลายคนอยากเข้ามาแสดงความอาลัยต่อในหลวงร.9 ที่พระบรมมหาราชวัง แต่อาจจะกังวล ก็อยากให้สบายใจและอยากให้ทุกคนได้มีโอกาสเข้าแสดงความอาลัยต่อพระองค์ท่านเช่นเดียวกับตนเอง อย่างไรก็ตามจากนี้จะยึดเอาคำสอนของพระองค์เป็นหลักในการดำเนินชีวิต และจะสอนลูกหลายให้ได้รู้เกี่ยวกับสิ่งที่ในหลวงร.9 ทำ ให้เขาได้เรียนรู้ และปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ต่อไป

