ทูลกระหม่อมฯ เสด็จร่วมงาน WTM 2022 ลอนดอน ชูอาหารไทยซอฟต์เพาเวอร์ดึงดูด นทท.

8.11.22 | 15:56 น.

ทูลกระหม่อมฯ เสด็จร่วมงาน WTM 2022 ณ ลอนดอน ชูอาหารไทยเป็นซอฟต์เพาเวอร์ดึงดูดนักท่องเที่ยว

เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 7 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเข้าร่วมงาน World Travel Market 2022 (WTM 2022) ณ Excel London กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ ได้เยี่ยมชมคูหาประเทศไทย พร้อมกับทรงสาธิตการทำข้าวยำดอกดาหลาออร์แกนิค รวมถึงประทานสัมภาษณ์ถึงความคาดหวังต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในปี 2566 โดยแม้ยังไม่แน่ใจว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จะกลับไปดีเหมือนก่อนการระบาดโควิด-19 หรือไม่ แต่จะเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา มีศักยภาพ และน่าจะกลับไปใกล้เคียงกับช่วงก่อนหน้านั้น ซึ่งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมหลักของการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศไทย รายได้จากการท่องเที่ยวค่อนข้างสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ ทุกคนต้องพยายามช่วยกันฟื้นฟูให้กลับมาเหมือนช่วงปกติ

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยสามารถทำได้ โดยสิ่งที่เราเห็นตอนนี้คือ พันธะสัญญาจากหลายหน่วยงานและหลายชุมชน ในการที่จะพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่จะทำให้นักท่องเที่ยวมีความสุขกับเสน่ห์หลายๆ ประการในเมืองไทย อันเป็นเอกลักษณ์และเป็นสิ่งเยี่ยมยอดของประเทศไทย ข้าพเจ้าอยากจะเห็นการท่องเที่ยวเน้นการส่งเสริมครอบคลุม โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง รวมไปความยั่งยืน และทุกคนต้องช่วยกัน ทำให้แต่ละแคมเปญที่ออกมามุ่งไปสู่เป้าหมายดังกล่าว

ในการนี้ได้กล่าวถึงอาหารไทยที่จะแนะนำต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ ให้ลองชิมเวลาที่มาเที่ยวประเทศไทย ว่า อาหารไทยเป็นซอฟต์เพาเวอร์อย่างหนึ่ง ที่มีความสำคัญที่สุดในบรรดาหลายๆ ซอฟต์เพาเวอร์ของไทย โดยประเทศไทยมีวัตถุดิบจำนวนมาก ที่เป็นสมุนไพร และเป็นวัตถุดิบไม่ทำให้อ้วน มีหลากหลายรสชาติที่ฝรั่งชอบ ไม่น่าเบื่อ อร่อย และมีประโยชน์ อาทิ ยำส้มตำ โดยอาหารไทยในตอนนี้มีชื่อเสียงดังมากในโลก อย่างแกงมัสมั่น ได้รับคัดเลือกจากซีเอ็นเอ็น ทราเวล ให้เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกและในปีนี้เว็บไซต์ TasteAtlas จัดอันดับให้ข้าวซอยเป็นซุปอันดับหนึ่งของโลก ก็น่าภูมิใจมาก นอกจากนี้ มีต้มข่าไก่ ต้มยำกุ้ง ที่เป็นอาหารไทยมีทั้งประโยชน์ ทำให้ไม่อ้วน และอร่อยมาก สร้างชื่อเสียงและเป็นซอฟต์เพาเวอร์อย่างดียิ่ง

“อาหารไทยที่ทำการสาธิตในครั้งนี้ คือ ข้าวยำดอกดาหลาก็เป็นสมุนไพร ไม่ทำให้อ้วน มีประโยชน์ และวัตถุดิบต่างๆ อาทิ ดอกดาหลา ก็เป็นวัตถุดิบของไทย เป็นดอกไม้ เป็นสมุนไพร ที่ต่อต้านอนุมูลอิสระ และช่วยแก้ปัญหาท้องเฟ้อ ท้องอืด โดยข้าวยำมีผัก มีมะนาว ที่ไม่ทำให้อ้วน และมีประโยชน์ ถือว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพได้เลย เพราะนอกจากอาหารที่ดีต่อสุขภาพแล้ว นักท่องเที่ยวยังเดินทางมาดูแลสุขภาพ มาใช้บริการสปาของไทย มาศัลยกรรมหน้าและแปลงเพศได้ด้วย”

Advertisement

โดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวง และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยังไม่หยุดเดินหน้าพลิกฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย เพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้เดินทางมายังประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2565-2566 นับเป็นปีแห่งความท้าทายในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตามแนวคิด “Amazing Thailand, Amazing New Chapters” เพื่อพลิกโฉมประเทศไทยสู่ High Value & Sustainable Tourism พร้อมยกระดับภาพลักษณ์สู่การเป็นจุดหมายปลายท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวระดับสูง หลังโควิด-19 ระบาด จากกลยุทธ์ทางการตลาดที่พึ่งพาตลาดในประเทศเป็นส่วนใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา มุ่งสู่การกลับมาเดินหน้า ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในตลาดต่างประเทศอีกครั้ง ครอบคลุมทั้งตลาดระยะใกล้และระยะไกล ผ่านการทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ให้แก่กลุ่มเป้าหมายตามระยะเวลาของฤดูการท่องเที่ยวที่เหมาะสม เพื่อรักษาฐานตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ ส่งเสริมการเดินทางของกลุ่มเป้าหมายใหม่ รวมถึงให้ความสำคัญกับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับท่องเที่ยวทั้งระบบด้วย

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ได้วางกลยุทธ์การตลาดภูมิภาคยุโรป รักษาฐานตลาดหลักนักท่องเที่ยวคุณภาพ โดยนำทัพผู้ประกอบการไทย 38 ราย ประกอบด้วย โรงแรมและรีสอร์ท จำนวน 28 ราย บริษัทนำเที่ยว จำนวน 8 ราย และสายการบิน จำนวน 2 ราย เข้าร่วมงาน World Travel Market 2022 (WTM 2022) ระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2565 ณ Excel London กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร นำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของไทย ภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมพร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมายและทรงคุณค่า

ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวจากอังกฤษ ถือเป็นกลุ่มตลาดระยะไกลที่มีศักยภาพ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากสถิติปี 2562 ก่อนโควิด ไทยให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักร ทั้งสิ้น 946,774 คน สร้างรายได้จำนวน 72,318.73 ล้านบาท คิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัว จำนวน 4,284.04 บาทต่อคนต่อวัน และในปี 2565 (มกราคม-สิงหาคม) ประเทศไทย โดยให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวจากสหราชอาณาจักรมีจำนวนกว่า 204,231 คน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่า 2,688.52% จากปี 2564 ในช่วงที่มีโควิดอย่างรุนแรง เพื่อฟื้นคืนตลาดนักท่องเที่ยวจากอังกฤษ

ททท.เล็งเห็นโอกาสที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในช่วงฤดูการท่องเที่ยวที่เป็นไฮซีซั่น หรือฤดูกาลท่องเที่ยวของไทยผ่านแคมเปญโฆษณาสำหรับตลาดต่างประเทศ Amazing Thailand Always Warm เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในปี 2565 ที่ตั้งเป้าไว้ต้องมีนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษเข้ามาเยือนประเทศไทย จำนวน 400,000 คน โดยมุ่งเจาะตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ กลุ่มครอบครัว LGBTQ กลุ่ม Millennials รวมถึงกลุ่มความสนใจพิเศษ อาทิ กลุ่มคนรักสุขภาพ ท่องเที่ยวเชิงกีฬา กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ภายในคูหาออกแบบและตกแต่ง ด้วยโทนสีและแสงไฟเพื่อสื่อถึงความอบอุ่นเมื่อมาเยือนประเทศไทย (Always warm)  นำเสนอผ่าน 2 มิติ คือ Warm Weather หมายถึง อากาศและบรรยากาศที่มีความอบอุ่นเหมาะสมกับการท่องเที่ยวตลอดปี และ Warm Hospitality หมายถึง ความมีมิตรไมตรีของคนไทย ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยี่ยมเยือนได้เสมอ รวมถึงบริเวณด้านหน้าของคูหาประเทศไทย มีการแจกเอกสารเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ข้อมูลสินค้าบริการทางการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในตลาดสหราชอาณาจักร และสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ภายใต้แนวคิด Responsible and Sustainable Tourism ตามหลัก BCG Model อาทิ 20 เส้นทางท่องเที่ยว Low Carbon และ การท่องเที่ยวเมืองรอง เป็นต้น การจัดกิจกรรมสาธิตด้านอาหาร สาธิตการทำ Upcycling นำขยะจากทะเลมาประดิษฐ์เป็นของที่ระลึกจากประเทศไทย การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย

การจัดงานครั้งนี้ ททท. ได้เปิดตัวแคมเปญสำหรับตลาดต่างประเทศ ภายใต้ชื่อ “Always Warm” เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มจำนวนเที่ยวบินและที่นั่งในช่วงฤดูการท่องเที่ยวของไทย โดยสร้างการรับรู้ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านการตกแต่งภายนอก (Wrap) รถโดยสารประจำทางสองชั้น (London Bus) ซึ่งเป็นรถโดยสารที่ให้บริการขนส่งมวลชนในกรุงลอนดอน เสมือนสัญลักษณ์สำคัญประจำของกรุงลอนดอน โดยเลือกใช้ภาพทะเลไทย ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม มีความสวยงาม และเป็นที่สนใจของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศโดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรป ได้แก่ เกาะทะลุ จังหวัดระยอง และหาดปากเมง จังหวัดตรัง

ในการนำเสนอ ภายในรถโดยสารฯได้รับความร่วมมือจากร้านอาหารไทยในกรุงลอนดอน มอบส่วนลดค่าอาหารสูงสุดถึง 20% อาทิ ร้าน ROSA’S THAI ร้าน THAI SQUARE และร้าน NIPA THAI ซึ่งจะเป็นการช่วยสนับสนุนร้านอาหารไทยรวมถึงแสดงศักยภาพของ Soft Power ของประเทศไทยผ่านอาหาร ไปสู่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ ซึ่งรถคันดังกล่าว เริ่มวิ่งให้บริการตั้งแต่วันที่ 5-6  และ 9-12 พฤศจิกายน 2565 เริ่มต้นเส้นทางจาก London Eye ถึง Southwark Bridge และจะจอดบริเวณ  Excel London ในวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2565