กรมพระศรีสวางควัฒน เสด็จฯ ทรงติดตามพระอาการ ‘พระองค์ภาฯ’
เมื่อเวลา 16.59 น. วันที่ 26 ธันวาคม สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จจากสนามบินสุวรรณภูมิ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มายัง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เพื่อทรงติดตามพระอาการประชวร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นการส่วนพระองค์ ภายหลังจากเสร็จสิ้นการเสด็จไปทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ ณ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 14-26 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา
ซึ่งมี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และผู้บริหารโรงพยาบาล พร้อมด้วยประชาชน ตั้งแถวรอเฝ้ารับเสด็จ ณ บริเวณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงพระดำเนินผ่านประชาชนที่มาเฝ้าถวายกำลังใจพระองค์ภาฯ ต่างพร้อมใจเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง จากนั้นทรงพระดำเนินเข้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ เสด็จขึ้นทางลิฟต์ ก่อนเสด็จกลับ
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ สำนักพระราชวัง มีแถลงการณ์ เรื่อง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มีพระอาการประชวรหมดพระสติ ด้วยพระอาการทางพระหทัย ระหว่างทรงทำการฝึกสุนัขทรงเลี้ยง ณ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2565 นั้น ความทราบฝ่าพระบาท สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัติยราชนารี ทรงห่วงใยพร้อมกับทรงเฝ้าติดตามพระอาการโดยตลอด แม้จะทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ ณ ประเทศญี่ปุ่น อยู่ขณะนั้นก็ตาม

อนึ่ง เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2565 ได้เสด็จออก ณ ห้องที่ประทับ โรงแรมอิมพิเรียล กรุงโตเกียว ทรงนำเอกอัครราชทูต ข้าราชบริพาร และเจ้าหน้าสถานทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ร่วมบำเพ็ญกุศลสวดมนต์ บทโพชฌังคปริตร 7 จบ เพื่ออาราธนาบารมีของ พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน) ให้คุ้มครองและเป็นสิริมงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงหายจากพระอาการประชวร มีพลานามัยแข็งแรง ทั้งนี้ ตามคติความเชื่อของชาวพุทธ ได้กล่าวไว้ว่า บทสวด “โพชฌังคปริตร” นี้ ถือเป็นหลักธรรมที่เปรียบดั่งพุทธมนต์ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยหายจากโรคภัยไข้เจ็บโดยเร็ววัน

