ในหลวง ทรงเป็นดั่งแสงสว่างสร้างชีวิตใหม่ ลูกทุน ม.ท.ศ. ตั้งมั่นตอบแทนคุณแผ่นดิน

2.01.23 | 11:42 น.

ในหลวง ทรงเป็นดั่งแสงสว่างสร้างชีวิตใหม่ ลูกทุน ม.ท.ศ. ตั้งมั่นตอบแทนคุณแผ่นดิน

ด้วยพระปรีชาสามารถ และพระราชหฤทัยอันแน่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเห็นว่าการพัฒนาการศึกษา คือ การสร้างความมั่นคงของประเทศ จึงทรงสนับสนุนด้านการศึกษาให้กับประชาชนได้เรียนรู้สามารถนํามาใช้ประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว รวมถึงสามารถนำความรู้มาพัฒนาสังคมและประเทศชาติได้

ดังนั้น จึงทรงมีพระราชดำริให้ดำเนิน “โครงการทุนการศึกษาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ขึ้นเมื่อปี 2552 โดยให้ทรงนำพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินบริจาคโดยเสด็จพระราชกุศล มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามพระราชปณิธานที่มุ่งสร้างความรู้ สร้างโอกาสแก่เยาวชนไทยที่ประพฤติดี มีความสามารถในการศึกษาให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มั่นคงต่อมาในปี2553 มีพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฏราชกุมาร” โดยเรียกย่อว่า(ม.ท.ศ.)” ทรงเป็นองค์ประธานกรรมการ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นำโครงการทุนการศึกษาฯ มาอยู่ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิฯ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนสืบต่อไป

ผู้หมวดบาส-ว่าที่ร้อยตรี อนุรุทธ ด้วงทอง นักเรียนทุนฯ ม.ท.ศ.รุ่นที่2 รับราชการตำรวจที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 จ.ราชบุรี ตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์สัญญาบัตร1 (นวท.สบ1) เล่าว่า ในชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้ศึกษาจนจบระดับชั้นปริญญาตรีเลยด้วยซ้ำไป แค่ศึกษาจบแค่ระดับชั้นมัธยมปลายก็ดีที่สุดแล้ว แต่วันหนึ่งก็มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เกิดขึ้นเมื่อเขาได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. และวันนั้นเองที่เขาได้เห็นรอยยิ้มแห่งความยินดีบนใบหน้าผู้เป็นมารดาอีกครั้ง

“ผมเป็นนักเรียนทุนพระราชทานปีการศึกษา 2553 ตอนนั้นทางบ้านฐานะยากจนคุณแม่กับคุณพ่อแยกทางกันตั้งแต่ผมอายุ 2 ขวบ คุณแม่ทำงานคนเดียวเป็นเสาหลักของครอบครัวซึ่งต้องดูแลคนในครอบครัวกว่า 6 ชีวิต ตอนนั้นลำบากมาก คุณแม่หาเช้ากินค่ำเป็นแม่ค้าขาย แม่บอกว่ายังไม่รู้เหมือนกันว่าจะมีกำลังส่งเราเรียนถึงได้ในระดับไหนแต่เราก็มีความตั้งใจว่าอยากจะศึกษาไป ในระดับที่สูงเท่าที่ครอบครัวจะส่งได้ แต่พออาจารย์ที่โรงเรียนแนะนำให้สมัครทุน ม.ท.ศ. เราก็รีบสมัครทันที ตอนนั้นเขาคัดเลือกนักเรียนทุนจาก 3 ข้อคือ เรื่องความประพฤติ ฐานะและความมุ่งมั่นที่จะประกอบอาชีพ ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับคัดเลือก

Advertisement

ดีใจมากครับพอมีทุนการศึกษาพระราชทานซึ่งเป็นทุนต่อเนื่องที่ส่งเสียจนเรียนจบปริญญาตรี ก็เป็นโอกาสที่ทำให้เราก้าวมาถึงจุดนี้ พอรู้ว่าได้ทุนสิ่งแรกเลยชีวิตเรามันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือจากแม่ที่เคยเหนื่อยก็ลดภาระจากการส่งเสียอย่าเรื่องของค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาเพราะทุนนี้มีเงินที่เป็นของค่าเรียนและค่าครองชีพให้ ซึ่งตรงนี้ก็ช่วยลดภาระของแม่ที่ทำงานได้เป็นอย่างดี ”

เพราะมีความฝันอันแน่วแน่ที่อยากจะเป็นข้าราชการ เพื่อเป็นฟันเฟืองเล็กๆในการช่วยเหลือประเทศชาติและประชาชนเมื่อสำเร็จการศึกษาจากระดับปริญญาตรีและปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สาขาฟิสิกส์ประยุกต์ ผู้หมวดบาสจึงเลือกเข้าสู่เส้นทางชีวิตข้าราชการที่เขาเคยวาดฝันไว้ และพร้อมน้อมนำพระบรมราโชบายในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานให้แก่นักเรียนทุนทุกคนเมื่อครั้งที่เข้าเฝ้าฯรับพระราชทานทุนมาเป็นหลักยึดในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ

“ชีวิตนี้มีความฝันอยู่สองอย่างคือเป็นข้าราชการในสายทหารตำรวจกับเป็นข้าราชการครูตอนแรกก็ไปเป็นอาจารย์ก่อนใช้ชีวิตในการสอนหนังสือแต่เราก็ยังรักในสายตำรวจก็เลยมาสอบซึ่งมาบรรจุหน่วยพิสูจน์หลักฐานผมได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสของในหลวงมาใช้ในฐานะข้าราชการตำรวจคือการผดุงความยุติธรรมเพื่อที่จะรับใช้ประชาชน

“ดังนั้นในสายงานของพิสูจน์หลักฐานตำรวจประชาชนจะต้องมีความเดือดร้อนแล้วต้องให้เราช่วยในการแก้ไขปัญหาเพราะเราเอาหลักของวิทยาศาสตร์ไปช่วยคลี่คลายคดีในการเริ่มต้นคดีประกอบสำนวนของพนักงานสอบสวนจะต้องมีพยานหลักฐาน การตรวจเก็บวัตถุพยานเราก็จะใช้ความรู้จากสาขาของฟิสิกส์มาช่วยแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้สิ่งนี้มันอยู่ในใจของเราอยู่แล้วว่าการทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติเราอาจไม่สามารถช่วยได้ทั้งหมดแต่เราก็สามารถช่วยในสิ่งที่เราทำได้”

ผู้หมวดบาส ยังเล่าต่อว่า ทุนการศึกพระราชทาน ม.ท.ศ. เปรียบเสมือนกับน้ำทิพย์ มาหล่อเลี้ยงชีวิตต่อลมหายใจให้เขาและครอบครัวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

“ทุนพระราชทานนี้ไม่ใช่แค่ได้กับเราคนเดียวแต่ปัจจุบันผมสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้เพราะฉะนั้นมันเป็นผลลัพธ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆเริ่มต้นมาจากการได้รับพระราชทานทุนของพระองค์ดังนั้นสิ่งนี้ถือเป็นกำลังใจ ให้ตัวเองและครอบครัวที่ได้มาถึงจุดนี้ในปัจจุบัน และผมตั้งใจจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้อื่นและตอบแทนสังคมอย่างสุดกำลังเมื่อมีโอกาส”

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ สำนักงาน ก.พ. ได้ทูลเกล้าฯ ถวายทุนรัฐบาล ก.พ. จำนวน 100 ทุน แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และสืบสานพระบรมราโชบายด้านการศึกษาตามโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. การนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยชื่อทุนดังกล่าวว่า “ทุนเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก” เพื่อคัดเลือกผู้ได้รับทุน ม.ท.ศ ที่สำเร็จการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรีที่มีผลการเรียนดี มีความประพฤติดี มีทัศนคติที่ถูกต้องดีงาม มีจิตอาสา มีความสามารถด้านการเรียนและการใช้ภาษาอังกฤษ ให้ได้รับพระราชทานทุนไปศึกษาต่อระดับชั้นปริญญาโททั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว สามารถกลับมาปฏิบัติราชการในพื้นที่ และภูมิลำเนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้หมวดบาส-ว่าที่ร้อยตรี อนุรุทธ ด้วงทอง

มิค-ปารเมศ บัวขาว นักเรียนทุนฯ ม.ท.ศ.รุ่นที่6 ข้าราชการหนุ่มไฟแรง นักวิชการศุลกากรปฏิบัติการ สังกัดกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง (ปฏิบัติงาน กองมาตรฐานพิธีการและราคาศุลกากร) และเป็นผู้ได้รับคัดเลือกเป็นผู้รับทุนเฉลิมพระเกียรติฯ รุ่นที่1 ประจำปี 2564 เพื่อไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ต่างประเทศ บอกว่าการที่เขาเป็นเด็กต่างจังหวัดมีโอกาสได้เล่าเรียนสูงถึงระดับปริญญาตรีก็ถือว่ายากแล้ว แต่ในชีวิตนี้เขาไม่เคยคิดว่าจะได้รับโอกาสไปศึกษาต่อระดับปริญญาโทถึงต่างประเทศ เมื่อได้รับโอกาสครั้งใหญ่ในชีวิตแล้วเขาจะตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อให้เกิดประโยชน์ประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

“เราอยู่ต่างจังหวัดพูดถึงการจะเรียนระดับปริญญาตรีมันเป็นเรื่องที่ยากและไกลเกินตัวมากเพราะส่วนหนึ่งเกิดมาจากเงินค่าเทอมมันแพงมากสำหรับคนบ้านนอกมันเป็นเรื่องค่อนข้างลำบากอย่างแรกที่มันลำบากคือพ่อกับแม่ผมเขาแยกกันอยู่ดังนั้นภาระทั้งหมดจึงหนักอยู่ที่แม่คนเดียว แม่ก็เลยอยากจะให้เรียนสายอาชีพแต่พอได้รับทุนการศึกษาพระราชทาน เหมือนมีแสงสว่างส่องเข้ามาในชีวิต ผมดีใจมากแต่แม่ดีใจมากกว่าผม พอเรียนจบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิยาลัยสงขลานครินทร์ แล้ว ผมจึงตัดสินใจเข้าสมัครเข้ารับราชการ เพราะการรับราชการเป็นอีกทางหนึ่งที่เราจะได้ช่วยเหลือมันเป็นฟันเฟืองเล็กๆในการพัฒนาประเทศชาติแล้วก็สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ และปี 2564 ผมได้รับคัดเลือกได้รับทุนเฉลิมพระเกียรติฯ อันเป็นทุนต่อเนื่องของทุน ม.ท.ศ.เพื่อไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ที่ต่างประเทศ ซึ่งผมเป็นรุ่นแรกตอนนี้ที่มองไว้คืออยากไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษอยากไปเรียนกฎหมายเพราะอยากไปต่อยอดวิชาความรู้เกี่ยวกับสายงานของตัวเองให้มากขึ้น”

มิค เล่าต่อว่า การได้รับทุนการศึกษาเฉลิมพระเกียรติฯ ไม่ใช่แค่การไปเรียนแต่มันคือการได้ไปเห็นโลกทัศน์อีกใบหนึ่งทำให้เขาสามารถพัฒนาตัวเองได้ดีขึ้นไปกว่านี้ ซึ่งเขาตั้งปณิธานไว้ว่าจะมุ่งมั่นตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและนำความรู้ที่ได้รับกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

มิค-ปารเมศ บัวขาว

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ลูกทุน ม.ท.ศ.