เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆทั่วประเทศ ทยอยเดินทางมารวมตัวกันด้วยพาหนะทุกชนิดที่หาได้ เพื่อเตรียมเข้าสู่พิธีสำคัญพร้อมกัน ในวันที่ 12 ธันวาคม ในการรวมตัวครั้งใหญ่เพื่อกราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
นายวิลิต เตชะไพบูลย์ ทายาทตระกูลเตชะไพบูลย์ ที่ปัจจุบันผันตัวเองมาประกอบอาชีพชาวนา ในฐานะผู้ประสานงานของกิจกรรม “รวมพลังชนเผ่าพื้นเมืองน้อมใจถวายอาลัยและเข้าสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ในวันที่ 12 ธันวาคมว่า การรวมตัวของชาวเขาครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญ และครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ที่เคยมีมา ประกอบด้วยชาวเขาเผ่าต่างๆจำนวนกว่า 5 พันคน จากจังหวัดตามแนวตะเข็บชายแดนไทย ตั้งแต่ฝั่งตะวันตก ตะวันออก จนจรดเหนือสุดของประเทศกว่า 20 จังหวัด รวมกว่า 40 ชนเผ่า ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือต้องการมาถวายสักการะพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 และร่วมทำพิธีร่วมส่งดวงพระวิญญาณสู่สรวงสวรรค์ตามความเชื่อของชาวเผ่าพื้นเมือง ด้วยความรักและความผูกพันของชนที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงลงพื้นที่ทรงงานหนักให้กับชาวเขามาเป็นเวลายาวนาน ชาวเขาที่มารวมตัวครั้งนี้ ได้อธิบายภารกิจสำคัญออกมาเป็นคำพูดสั้นๆว่า “จากอดีตมาฟ้าเคยลงมาสู่ดิน มาถึงวันนี้พวกเราที่เปรียบเสมือนดินเหมือนป่า จะขอมาส่งฟ้าเป็นครั้งสุดท้าย”
นายวิลิต กล่าวอีกว่า กลุ่มชาวเขาที่มามีทั้งที่เดินทางมาเองจากในพื้นที่ อีกส่วนที่เป็นลูกหลานที่ทำงานอยู่ในกทม. รวมถึงชนเผ่าที่ทำงานในประเทศไทย แต่อาศัยอยู่ตะเข็บชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน การนัดหมายกลุ่มชาวเขาเผ่าพื้นเมืองเดินทางมารวมตัว เกิดจากการประสานงานของเครือข่ายอาสาสมัครที่ทำงานในพื้นที่ เป็นผู้รับหน้าที่ช่วยส่งข่าวกระจายและนัดหมายกันเป็นทอดๆ ดังนั้นการเดินทางครั้งนี้ส่วนใหญ่จะมาเอง ออกค่าใช้จ่ายเองแบบลงขันกัน เหมือนมาร่วมในงานบุญครั้งสำคัญของเผ่า จึงต้องถือได้ว่ามาด้วยใจจริงๆไม่มีใครนำมา กลุ่มจิตอาสาที่อยู่ในเมืองทำหน้าที่แค่ประสานงาน เรื่องพาหนะบางส่วนและเรื่องของอาหาร เช่นได้รับการอนุเคราะห์จากการรถไฟแห่งประเทศไทย อนุมัติรถไฟฟรีให้เดินทางมาถึง 13 โบกี้ ได้รับการอนุคราะห์จากกระทรวงสาธารณสุขดูแลเรื่องการรักษาพยาบาล อย่างไรก็ตาม หลายชนเผ่าต้องเดินทางมาด้วยความยากลำบากจริงๆ เพราะไม่ได้อยู่ในพื้นที่เขตเมือง บางเผ่าลงทุนเดินเท้าจากป่ารอนแรมเดิน ป่าข้ามภูเขาหลายลูก เพื่อขึ้นรถ บางเผ่าอยู่ไกลมาก ใช้เวลาเดินป่าถึง 2-3 วัน บางชนเผ่าห่ออาหารพื้นเมืองมาทานเช่นถั่วเน่า และช่วงนี้อากาศบนดอยหนาวมาก บางเผ่าเอาผ้าห่มใส่กระสอบมาห่ม เพราะไม่มีกระเป๋าจะใส่ ที่น่าประทับใจคือส่วนหนึ่งคนนำภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่เก็บไว้ตั้งแต่สมัยรุ่นปู่ย่าติดมือมาด้วย
“ในคืนนี้ทั้งหมดจะพักค้างแรมอยู่ที่สนามม้านางเลิ้ง ในเวลา05.00 น.กลุ่มชาวเขาจำนวนหนึ่งที่เตรียมความพร้อมมา เช่น ม้ง อาข่า จะจะเดินทางมารวมตัวกันที สวนสราญรมย์ เพื่อทำพิธีสำคัญที่สุดตามความเชื่อของชาวเผ่าแต่ละเผ่า นั่นคือ การอัญเชิญวิญญาณบรรพบุรุษชาวเขาดั้งเดิม มาร่วมส่งดวงพระวิญญาณในหลวงรัชกาลที่ 9 ขึ้นสู่สรวงสวรรค์ จากนั้นก็จะเข้าแถวเดินสู่ท้องสนามหลวง ตามระบบเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป เพื่อเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง ขึ้นสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และจะเดินทางมากลับพร้อมกัน เท่ากับเสร็จสิ้นภารกิจสำคัญที่ชาวเขาพึงกระทำ ครั้งสุดท้ายต่อในหลวงรัชกาลที่ 9″ นายวิทิตกล่าว

