ชาวจ.นราธิวาสเผยความประทับใจ ‘ในหลวง ร.9’ แม้เป็นจังหวัดเกือบใต้สุดของปท. แต่ก็ทรงไปถึงทุกตรอกซอกซอย

13.12.16 | 11:37 น.
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเข้าสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เหล่าพสกนิกรจากทั่วประเทศยังคงเดินทางมาเข้าแถวสักการะกันอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเช้าประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวต่างจังหวัดที่เช่ารถกันมาเป็นคณะและต่างจูงลูกหลานมาสร้างประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้งนี้ สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะคณะแรกเมื่อเวลา 04.45 น.

ด.ญ.ณัฐชยา วิจิตรนพคุณ อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นม.1 โรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเดินทางมากับพี่สาว และป้า กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้แต่ติดตามข่าวการเข้ากราบสักการะพระบรมศพทางโทรทัศน์ และสื่อต่างๆ แต่ไม่เคยมีโอกาสได้เข้ามาด้วยตัวเองสักครั้ง วันนี้จึงได้โอกาสมากับป้าและพี่สาว มาถึงเวลาตี 1 กว่าๆและเข้าคิวรอจนได้เข้าเมื่อเวลา 9 โมงเช้า ถือเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าพระบรมมหาราชวังด้วย เมื่อขึ้นไปกราบก็ได้อธิษฐานระลึกถึงพระองค์ และคุณความดีที่พระองค์ได้ทรงทำไว้เพื่อคนไทย ที่ผ่านมาคุณพ่อคุณแม่สอนเสมอว่าทรงทำทุกอย่างเพื่อคนไทย ให้เราอยู่สบาย โดยเฉพาะพระราชกรณียกิจแกล้งดิน ที่ทำให้ดินที่เสื่อมสภาพกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง ทุกวันนี้ที่บ้านยึดหลักความพอเพียง ปลูกผักสวนครัวไว้ทานในบ้าน ไม่ฟุ่มเฟือย เพราะแม้พระองค์ไม่ทรงอยู่แล้ว แต่ก็ยังสถิตย์อยู่ในใจไทยทุกคน และจะนำเอาเรื่องราววันนี้ไปบอกเล่าให้เพื่อนๆในห้องได้ฟังกัน

 

ด.ญ.ณัฐชยา วิจิตรนพคุณ
ด.ญ.ณัฐชยา วิจิตรนพคุณ

 

ด.ช.ธีรภัทร์ จาบเมืองปัก อายุ 9 ปี นักเรียนชั้นป.4 โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา จ.นครราชสีมา เล่าว่า ตั้งใจเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพกับครอบครัวและญาติ ๆ รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้โอกาสมากราบสักการะในหลวง ร.9 เพราะที่ผ่านมาได้แต่ติดตามข่าวสารทางโทรทัศน์และลงนามถวายความอาลัยตามสถานที่ต่างๆเท่านั้นจึงอยากมากราบในหลวงร.9 ที่ทรงช่วยประเทศไทยไว้มากมาย ทรงช่วยให้ชาวนาปลูกข้าวได้ จึงภาคภูมิใจมากที่ได้เกิดมายุคสมัยของรัชกาลที่ 9 ส่วนตัวได้รับรู้เรื่องราวของพระองค์ผ่านเพลงต่างๆ โดยเฉพาะเพลง ต้นไม้ของพ่อ ที่ฟังแล้วซาบซึ้ง อยากเดินตามรอยพระบาทพระองค์

Advertisement

ด้าน นางมณฑิรา จาบเมืองปัก อายุ 58 ปี กล่าวเพิ่มเติมว่าตนมีโอกาสได้รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และพระบรมวงศานุวงศ์ที่เสด็จฯไปเปิดอาคารเรียนที่จ.นครราชสีมา ครั้งหนึ่งเมื่อครั้งตัวเองยังเป็นเด็ก จำได้ว่ารู้สึกดีใจปลาบปลื้มเป็นอย่างมากเพราะได้รับเสด็จพระองค์ใกล้ๆ และยังตื้นตันใจมาจนทุกวันนี้ ส่วนปัจจุบันได้ถ่ายทอดคำสอนของในหลวงร.9 สู่ลูกหลานในเรื่องความประหยัดอดออม นอกจากนี้เนื่องจากตัวเองอายุมากแล้วจึงอยากเดินตามรอยพ่อหลวงด้วยการยึดอาชีพเพาะปลูกทำการเกษตรแบบพอเพียงอีกด้วย

 

นางมณฑิรา-และด.ช.ธีรภัทร์
นางมณฑิรา-และด.ช.ธีรภัทร์

 

นางน้อย ส่งศิริพร อายุ 85 ปี พสกนิกรที่เดินทางมาจาก อ.พยุหะศีรี จ.นครสวรรค์ มาสักการะพระบรมศพในหลวง ร.9 เล่าย้อนให้ฟังว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินมายังนครสวรรค์หลายครั้ง ได้มีโอกาสรับเสด็จฯ ในหลายๆครั้งเช่นกัน ครั้งหนึ่งจำได้ว่า ในหลวง ร.9 เสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชโอรสและพระราชธิดา ตนยังจำได้ดี ตอนนั้นมีชาวนครสวรรค์มาเฝ้ารับเสด็จจำนวนมาก ในหลวง ร.9 ทรงแย้มพระโอษฐ์แก่ราษฎร และมีรับสั่งต่างๆ นานา สร้างความปีติแก่พวกเราชาวนครสวรรค์เป็นอย่างยิ่ง

นางน้อย กล่าวด้วยว่า การเดินทางมาครั้งนี้ตนก็มาด้วยความคิดถึงพระองค์ท่าน อยากมากราบใกล้ๆ  อยากเห็นพระบรมโกศ ได้เห็นแล้วก็ปลาบปลื้มและตื้นตันใจ สวยงามสมพระเกียรติ ตนอายุมากแล้ว ได้มาถึงที่แห่งนี้ก็นับว่าเป็นบุญมาก ได้เห็นราชประเพณีโบราณ ซึ่งทำให้ตนนึงถึงว่าสมัยพ่อตนท่านเล่าให้ฟังว่าได้มากราบพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ในหลวง ร.8 ตนในฐานะลูกก็ได้มากราบพระบรมศพ ในหลวง ร.9 และตนก็อยากจะเห็นพระเมรุมาศ แต่รู้ตัวว่าแก่แล้ว ไม่รู้อยู่ได้นานอีกเท่าไหร่ ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็อยากมาเห็นสักครั้ง

 

นางน้อย ส่งศิริพร
นางน้อย ส่งศิริพร

 

นางถนอมศรี ขวัญนาคม วัย 56 ปี เดินทางมาจาก จ.นราธิวาส โดยเช่ารถตู้มาพร้อมกับญาติและเพื่อนบ้านรวม 13 คน เผยว่า ออกเดินทางมาตั้งแต่ตี 3 วันที่ 11 ธันวาคม แล้วมาพักที่บ้านญาติกระทั่งตี 4 วันนี้จึงมาต่อแถวเข้าสักการะพระบรมศพและได้เข้ากราบสักการะประมาณ 9 โมงเช้าซึ่งถือว่าไม่นานนัก

“บ้านของพวกเราอยู่ใกล้พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ เมื่อครั้งที่พระองค์และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรที่จ.นราธิวาส มีโอกาสได้รับเสด็จฯหลายครั้ง ประทับใจพระองค์มาก เพราะบ้านเราอยู่ไกลเกือบถึงใต้สุดของประเทศแต่พระองค์ก็ไปถึงทุกตรอกซอกซอย วันนี้จึงตั้งใจจะมากราบพระองค์ให้ได้ ตอนได้ขึ้นไปบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รู้สึกตื่นเต้นและตื้นตันจนน้ำตาไหล ความเหนื่อยหายไปจนหมดกลายเป็นความปลื้มปีติเข้ามาแทน พร้อมอธิษฐานขอให้พระองค์ไปสู่นิพพาน ส่วนตัวเองจะขอน้อมนำคำสอนของพระองค์มาใช้ตลอดไป โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่ทำมาตลอดด้วยการปลูกผักปลอดสารเคมีไว้กินเอง ทั้งที่บ้านและที่สวน” นางถนอมศรี ตัวแทนคณะเผย

 

นางถนอมศรี (ตรงกลางที่สูงที่สุด) พร้อมคณะ
นางถนอมศรี (ตรงกลางที่สูงที่สุด) พร้อมคณะ