ชาวหมู่บ้านรวมไทย จ.ประจวบฯ เผยทั้งน้ำตา อดีตเคยอยู่ยากลำบาก กระทั่ง ‘ในหลวง ร.9’ ทรงพระราชทานชีวิตใหม่

15.12.16 | 12:37 น.

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ดำเนินมาเป็นวันที่ 46 พบประชาชนจากทั่วทั้งประเทศ ยังคงเดินทางมาต่อแถวเข้ากราบพระบรมศพ ซึ่งวันนี้สำนักพระราชวังเปิดประตูให้ประชาชนเข้าเมื่อเวลา 04.45 น. และหลังจากกราบสักการะแล้วประชาชนยังคงได้รับข้าวพอเพียง ปฏิทิน และน้ำดื่มพระราชทาน ตลอดจนยารักษาโรค รวมทั้งเต็นท์พยาบาลคอยให้การรักษาอยู่ตลอดประตูสรีสุนทร และประตูเทวาภิรมย์

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ภายหลังปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ ในเวลา 22.49 น. จากกำหนดเวลาเดิม 21.00 น. เนื่องจากยังมีประชาชนเข้าแถวรอเข้ากราบพระบรมศพ ในท้องสนามหลวงเป็นจำนวนมาก มีจำนวนทั้งสิ้น 52,186 คน รวม 45 วัน รวมมี 1,724,965 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,658,861.75 บาท รวม 45 วัน รวมเงินทั้งสิ้น 133,765,323.50 บาท

นางจันทร์ ถิ่นหอม ชาวจ.ประจวบคีรีขันธ์ อายุ 86 ปี หนึ่งในผู้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้อยู่อาศัยในหมู่บ้านรวมไทย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่เดินทางออกจากหมู่บ้านตั้งแต่สามทุ่ม มาต่อคิวตั้งแต่ช่วงตีสอง แม้จะเดินเร็วไม่ได้เนื่องจากอายุมากแล้ว แต่ก็ขอไม่ใช้รถวีลแชร์ เพราะอยากให้คนอื่นได้ใช้มากกว่า และรู้สึกไม่สะดวก อยากร่วมขบวนไปกับคณะที่มาด้วยกันมากกว่า กล่าวว่า ตนอายุมากแล้ว อยู่มา 4 รัชกาลแล้วก็ว่าได้ แต่ตอนที่ยังเล็กๆนั้นจำอะไรไม่ได้มาก แต่กับรัชสมัยรัชกาลที่ 9 นี้ มีความทรงจำมากมาย วันนี้จึงต้องมากราบสักการะให้ได้ ถือว่าได้ทำหน้าที่ของประชาชนคนไทยแล้ว

“ในอดีตเป็นคนจังหวัดสุพรรณบุรี แต่ก็มารับจ้างค้าขายทำงานที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบกับความลำบากมากมาย ชีวิตก็ได้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชที่ให้ชีวิต พระราชทานบ้านให้อยู่ในหมู่บ้านรวมไทย มีที่ดินทำกินได้ ทั้งยังมีอ่างเก็บน้ำให้เราได้ใช้กินตลอดปี ชีวิตเราก็มีความสุข แม้จะไม่ค่อยได้เข้าเฝ้าฯบ่อยนัก ต้องรอให้พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯไปประจวบคีรีขันธ์ จะได้เข้าเฝ้าฯบ่อยหน่อยก็ครั้งที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯไปโรงเรียนตระเวนชายแดนที่นั่น แต่ก็รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์เสมอ เรียกว่ามีอยู่มีกินก็เพราะพระองค์ แล้วเช่นนี้เราจะไม่รักพระองค์ได้อย่างไร” นางจันทร์กล่าว

นางวิมล พายมณี อายุ 64 ปี อีกหนึ่งสมาชิกในหมู่บ้านรวมไทย กล่าวพร้อมน้ำตาว่า เป็นอีกหนึ่งคนที่ชีวิตเจอความลำบากมามาก จนได้มาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ส่งชื่อไปขอพระราชทานบ้านให้กับเรา พร้อมที่ 6 งาน ได้เพาะปลูกช่วยเหลือตัวเองได้ เมื่อทราบข่าวว่าพระองค์สวรรคตก็รู้สึกเสียใจมาก หากตายแทนได้ก็อยากจะตายแทน อยากให้พระองค์อยู่กับคนไทยไปนานๆ ทุกวันนี้ก็ยังคิดถึงพระองค์อยู่ ได้แต่อธิษฐานจิตให้พระองค์ทรงหมดห่วง เสด็จสู่สวรรคาลัย เมื่อได้ขึ้นไปกราบสักการะและได้เห็นพระบรมโกศของพระองค์ ก็รู้สึกสะเทือนใจ คิดถึงภาพที่พระองค์ทรงงานหนักเพื่อคนไทย จนเดินลงมาไม่ไหว เจ้าหน้าที่ต้องพยุงลงมา แต่ชีวิตก็ต้องก้าวเดินต่อไป ให้พ่อหลวงหมดห่วง

Advertisement

 

OLYMPUS DIGITAL CAMERA
จันทร์ ถิ่นหอม
วิมล (ซ้าย)
วิมล พายมณี (ซ้ายสุด)

 

S__69722164