พสกนิกรหลายภูมิภาคเล่าผลลัพธ์เมื่อเดินตามรอยพระยุคลบาท ‘ในหลวง ร.9’

15.12.16 | 14:27 น.
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศยังคงต่อแถวเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ภายหลังกราบถวายสักการะเสร็จต่างมีสีหน้าปลาบปลื้ม บางส่วนยังเศร้าน้ำตาไหล และพากันถ่ายรูปริมรั้วกำแพงพระบรมมหาราชวังด้านนอกเป็นที่ระลึก

นางวิไลวรรณ จันทร์มัด เจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทาน จ.ตรัง เผยว่า ได้พาคณะเกษตรกรในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้งโครงการอ่างเก็บน้ำคลองท่างิ้ว อ.ห้วยยอด และโครงการฝายคลองนางน้อย จำนวน 48 คน เดินทางมาสักการะพระบรมศพ โดยที่ผ่านมาชาวบ้านทุกคนตั้งใจทำตามปรัชญาของในหลวง ร.9 เช่น ปลูกผัก ทำเศรษฐกิจพอเพียง ทำฝายบริหารน้ำ ประโยชน์ที่ได้รับในปัจจุบันคือ น้ำใช้ในการเกษตรเพียงพอทั้งปี แม้ว่าจะเป็นฤดูแล้ง หน้าฝนน้ำก็ไม่ท่วมขังแปลงนาไร่เหมือนอดีต ชาวบ้านมีรายได้จากการทำเกษตรตลอดทั้งปี เป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่คนตรังที่ทรงสร้างอาชีพที่ดีให้ประชาชน และเป็นเรื่องที่เราต้องทำสืบต่อถึงลูกหลานในอนาคต

ด้านนางวงเดือน หอมคลฑา วัย 71 ปี จาก จ.จันทบุรี เผยว่า เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้เข้ามากราบสักการะพระบรมศพ โดยเดินทางมากับชาวบ้านที่ชักชวนกันมาได้ 50 กว่าคนมาเข้าแถวตั้งแต่ตี 5 ทุกครั้งที่เข้าไปกราบน้ำตาก็ไหลตลอด เพราะคิดถึงพระองค์มาก เมื่อก่อนเวลาท่านทรงงานเราก็ติดตามดูว่าทรงไปพัฒนาบ้านเมืองที่ไหน เคยมีโอกาสรับเสด็จเวลาที่พระองค์เสด็จฯมาในพื้นที่ ปลื้มใจที่ทรงไม่เคยทิ้งประชาชนเลย ตอนนี้อยากจะมาหลายๆ ครั้งถ้ามีโอกาส หรือหากมีลูกหลานชักชวนมาอีกก็พร้อมมาทันที

นายผวย โม่งแสวง เกษตรกร จ.ลพบุรี วัย 68 ปี เผยว่า เดินทางออกจากบ้านมาตั้งแต่ตี 1 พร้อมเพื่อนเกษตรกรและชาวบ้านในชุมชนกว่า 30 คน รู้สึกดีใจที่ได้ทำตามความตั้งใจตั้งแต่วันแรกที่พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย ก็คิดว่าจะต้องมากราบในหลวง ร.9 ให้ได้

“ตอนนี้ยังไม่หายเศร้าใจ แต่ก็อยู่กับคำสอน หลักปรัชญาของพระองค์ให้เต็มที่ เมื่อมีเวลาว่างจะสอนหลาน 2 คน อายุ 8 ขวบกับ 4 ขวบ ให้รู้จักในหลวง ร.9 ได้เห็นสิ่งที่ทรงทำจากไร่สวนในบ้านเรา ที่น้อมนำเอาทฤษฎีการเกษตรผสมผสานมาใช้ และทำปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เอง เพิ่มขั้นตอนการดูแลไร่นิดหน่อย ไม่ได้เหนื่อยมาก แต่ทำให้ลดต้นทุนไปได้มาก มีเก็บ ดินก็ดีขึ้น ปลูกอะไรก็ออกผล น่าทาน ทรงคิดวิธีให้เราอยู่ได้อย่างพอดี ยั่งยืน อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ” นายผวยกล่าวด้วยความปลื้มใจ

Advertisement

น.ส.นิภา แซ่กอ อายุ 83 ปี พร้อมกลุ่มเพื่อน นางซู่ง้อ สุขจดิษฐ์ อายุ 83 ปี นางฉลวย สิงห์คำราม อายุ 83 ปี และนางบุญทัน วิบูรณ์ชาติ อายุ 84 ปี ชาว จ.นครปฐม กล่าวว่า เดินทางมากราบพระบรมศพเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งก่อนมากันหลายคน เหมารถตู้กันมา ต้องรอกันหลายคน คราวนี้จึงนัดกลุ่มเพื่อนมากันเองโดยรถไฟฟรีสายนครปฐม-ธนบุรี มาลงที่สถานีศิริราช ก่อนลงเรือแล้วเดินมาต่อแถวที่สนามหลวง ที่อยากมาอีกครั้งเพราะเรารักพระองค์มาก ตอนอายุ 13 ปี ก็เห็นพระองค์ขึ้นครองราชย์ ตอนนั้นพระองค์ยังทรงหนุ่มอยู่ แล้วได้เห็นพระองค์ทรงงานปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชนมาโดยตลอด ท่านเสด็จฯไปช่วยเหลือชาวเขาที่ภาคเหนือ ช่วยชาวใต้เรื่องน้ำท่วม ส่งเสริมให้มีการเกษตรปลูกพืชผักสร้างอาชีพ เราจึงได้เห็นการพัฒนาประเทศมาตั้งแต่แรกเริ่ม กระทั่งเป็นประเทศไทยถึงปัจจุบัน กว่า 70 ปีที่พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อย แต่กลับสร้างแรงบันดาลใจให้เราได้ต่อสู้ในการดำเนินชีวิต อีกทั้งไม่ลืมที่จะสอนและบอกต่อเรื่องราวของพระองค์ผ่านไปยังลูกหลาน ให้มีความรักต่อพระองค์ พร้อมนำคำสอนเรื่องความประหยัด พออยู่พอกิน มีน้อยใช้น้อย ไม่ฟุ่มเฟือย และปลูกพืชผักกินเองดีต่อสุขภาพใช้ชีวิตแบบพอเพียง

 

ผวย โม่งแสวง
ผวย โม่งแสวง
วงเดือน หอมคลฑา (ซ้าย)
วงเดือน หอมคลฑา (ซ้าย)
วิไลวรรณ จันทร์มัด
วิไลวรรณ จันทร์มัด

 

น.ส.นิภา แซ่กอ, นางซู่ง้อ สุขจดิษฐ์, นางฉลวย สิงห์คำราม และนางบุญทัน วิบูรณ์ชาติ 4 ยายชาวจ.นครปฐม
น.ส.นิภา แซ่กอ, นางซู่ง้อ สุขจดิษฐ์, นางฉลวย สิงห์คำราม และนางบุญทัน วิบูรณ์ชาติ 4 ยายชาวจ.นครปฐม

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA