ในหลวง พระราชินี พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือชาวเมียนมา ที่ประสบภัยพิบัติพายุไซโคลน

22.05.23 | 20:55 น.

ในหลวง พระราชินี พระราชทานสิ่งของช่วยเหลือ ปชช.ชาวเมียนมา ที่ประสบภัยพิบัติพายุไซโคลน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของแก่ประชาชนชาวเมียนมาที่ประสบภัยพิบัติจากพายุไซโคลนในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงติดตาม
สถานการณ์พายุไซโคลนโมคา (Mocha) ที่ได้พัดผ่านรัฐยะไข่ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือน และระบบสาธารณูปโภคได้รับความเสียหาย ในหลายพื้นที่ วมทั้งประชาชนชาวเมียนมาได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก

Advertisement

ด้วยทรงมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ภัยพิบัติดังกล่าว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการจัดหาสิ่งของต่าง ๆ ที่จำเป็น เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนชาวเมียนมา โดยในวันที่ 22 พฤษภาคม 2566 เวลา 17.57 น. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทน ประกอบด้วย เต้นท์นอน ผ้าห่มนโน ผ้าขนหนู ยาสามัญประจำบ้านอาหารแห้ง และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นอื่น ๆ ไปมอบแก่ อุซิซเว (U Chit Swve) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย ณ โรงเก็บอากาสยาน ฝูงบิน 607 กองบิน 6 กองทัพอากาศ เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร โดยกองทัพอากาศเป็นผู้ดำเนินการจัดส่งสิ่งของพระราชทานไปยังสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อนำไปช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนชาวเมียนมาผู้ประสบภัย

ในการนี้ สภากาชาดไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และบริษัท บิ๊กชี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมบริจาคอาหารและสิ่งของที่จำเป็นในการดำรงชีพ โดยกองทัพอากาศได้สนับสนุนเครื่องบินลำเลียง C-130 จำนวน 2 เครื่องและกำลังพล ในการเชิญสิ่งของพระราชทานและสิ่งของที่มีผู้ร่วมบริจาค ไปยังสนามบินย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อมอบแก่ผู้ประสบภัยต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 พายุไซโคลนโมคา (Mocha) ซึ่งก่อตัวขึ้นในอ่าวเบงกอล ได้เคลื่อนตัวเข้าพื้นที่ด้านตะวันตกของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาบริเวณรัฐยะไข่โดยมีความเร็วลมที่จุดศูนย์กลางสูงสุด ๒๕0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถือว่ามีความรุนแรงเทียบเท่าพายุเฮอร์ริเคนระดับ 5 ส่งผลให้เกิดลมกรรโชกแรง พายุฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่มกระแสไฟฟ้ดับในหลายพื้นที่ และเสาส่งสัญญาณโทรคมนาคมล้มทำให้มีอุปสรรคในการติดต่อสื่อสารเป็นผลให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและรัพย์สินของประชาชนเมียนมาในวงกว้าง