จัดงาน’แสงเทียนแห่งสยาม’ เกือบ2.5หมื่นวัดทั่วประเทศ ร่วมสวดมนต์ข้ามปี ถวายเป็นพระราชกุศล-กทม.ใจกลางหลักเคาน์ดาวน์’เซ็นทรัลเวิลด์’

26.12.16 | 13:05 น.

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.), นางกอบกาญจน์ วัฒนาวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายสุทธิพงษ์ จุเจริญ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนางรัชนีวรรณ อัศวธิตานนท์รองปลัดกรุงเทพมหานคร ร่วมกันแถลงข่าวจัดงาน “แสงเทียนแห่งสยาม สวดมนต์ข้ามปี ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ ถวายเป็นพระราชกุศลพุทธศักราช 2560”
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า วธ.เป็นหน่วยงานหลักร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับกิจกรรมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่พุทธศักราช 2560 ดังนี้ 1.กิจกรรมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร 2.สวดมนต์ข้ามปีทุกศาสนา 3.การบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย 4.การจัดกิจกรรมนับถอยหลัง (Countdown) เข้าสู่ปีใหม่ พ.ศ.2560

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า สำหรับกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีในปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีประชาชนมาร่วมสวดมนต์กว่า 18.2 ล้านคน และปีนี้จะจัดการสวดมนต์ข้ามปีในวันที่ 31 ธันวาคมโดยจะจัดกิจรรม ณ วัด สนามหลวง และสถานที่ต่างๆ ซึ่งอยู่นอกวัดและในเวลา 21.00น.จะมีการถวายความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยยืนสงบนิ่ง89 วินาที และเวลา 23.45 น.จะสวดมนต์ส่งท้ายปีเก่า นะโม 3 จบ และบทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย (อิติปิโสภะคะวา) โดยจะเป็นการสวดมนต์ให้แก่ประเทศชาติพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ประชาชนและผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตเวลา 24.00 น. ลั่นฆ้องชัย 9 ครั้ง พระสงฆ์ และประชาชนสวดมนต์ข้ามปีด้วยบทชยันโต และร้องเพลง “พรปีใหม่” และ “เพลงสรรเสริญพระบารมี” พร้อมฉายพระบรมฉายาลักษณ์พระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร และวันที่ 1 มกราคม 2560 เวลา 00.09 น.จะมีการจุดเทียน “แสงเทียนแห่งสยาม” พระสงฆ์และประชาชนสวดมนต์รับปีใหม่บทชัยมงคลคาถา(พาหุง)และเวลา 07.00 น.มีพิธีทำบุญตักบาตร เพื่อต้อนรับปีพุทธศักราช 2560

นายวีระกล่าวว่า สำหรับจำนวนวัด และสถานที่จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีทั่วประเทศ ในปี 2560 มีวัดในกรุงเทพมหานคร 395 แห่ง และวัดในต่างจังหวัด 76 จังหวัด 24,189 แห่ง รวมทั่วประเทศ 24,584แห่ง และยังจัดสวดมนต์ข้ามปีอาเซียน 15 จังหวัด รวมทั้งสวดมนต์ข้ามปีในวัดไทยในต่างประเทศ 504 วัดอีกทั้งยังสวดมนต์ข้ามปีตามหลักของศาสนาคริสต์, พราหมณ์ – ฮินดู ซิกข์ และในปีนี้กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดตั้งการตั้งศูนย์ประสานงานและการรายงานผล จำนวน 4 ระดับ คือ ระดับประเทศ ระดับหน่วยงาน ระดับจังหวัด และระดับอำเภอ

นายวีระกล่าวอีกว่า นอกจานี้ยังจัดกิจกรรม “ไหว้พระ 10 วัด สืบสิริสวัสดิ์ 10 รัชกาล” ซึ่งเป็นวัดที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ใน กทม. ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมล มังคลารามราชวรมหาวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดราชโอรสาราม, วัดราชประดิษฐ สถิตมหาสีมาราม, วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม, วัดบวรนิเวศวิหาร, วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม, วัดสุทัศนเทพวรารามวรมหาวิหาร, วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก และวัดวชิรธรรมสาธิต เขตบางนา ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2559-2มกราคม 2560 โดยจัดรถโดยสารปรับอากาศ ขสมก.ให้บริการรับ-ส่ง พร้อมทั้งจัดทำหนังสือไหว้พระ 10 วัด 10 รัชกาล และแผ่นพับไหว้พระ 10 วัด เพื่อแจกจ่ายประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย และยังมีกิจกรรม “กราบบูชาพระพุทธปฏิมาในพระมหากรุณาพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า” วันที่ 26 ธันวาคม 2559-31 มกราคม 2560 ณ พระที่นั่งพุทธไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยนำพระพุทธรูปสำคัญแสดงปางต่างๆ จำนวน 10 องค์อีกด้วย

นางกอบกาญจน์กล่าวว่า จุดหลักของงานแสงเทียนแห่งสยามจะอยู่ที่สนามหลวง โดยจะมีการแจกโคมเทียนจำนวน 1 แสนโคม ซึ่งการจัดกิจกรรมไม่ใช่แค่ที่สนามหลวง แต่ในต่างจังหวัดก็จะร่วมกันจัดกิจกรรมทั่วประเทศตามจุดเคาต์ดาวน์ต่างๆ ขณะที่ในกทม. โดยเฉพาะจุดเคาต์ดาวน์ใจกลาง กทม. อย่างบริเวณเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่บริเวณแยกปทุมวัน-แยกพร้อมพงษ์ เริ่มตั้งแต่บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรม, ลานสยามพารากอน, ลานเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลเอ็มบัสซี่, เทอร์มินอล 21 ก็จัดกิจกรรมสอดคล้องไปด้วยกันในลักษณะเดียวกันหมดเลย โดยอยากขอเชิญชวนคนไทยทุกที่ไปร่วมกิจกรรมตามจุดเคาต์ดาวน์ต่างๆ ทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่เพียงใน กทม. ซึ่งการเคาน์ดาวน์ปีใหม่ปีนี้จะต้องมีการจารึกไว้ว่าเป็นการเคาน์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ให้ทั่วโลกได้เห็น
ด้านสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช. )ได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องความปลอดภัย ในภาพรวม ได้มีการประชุม 160,000 คน ทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัย เน้นนโยบายการทำงานเชิงประชารัฐ พร้อมจะดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนทุกคน

Advertisement