เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม บรรยากาศการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันนี้สำนักพระราชวังเปิดประตูวิเศษไชยศรี ตั้งแต่เวลา 04.45 น. จากปกติเปิดเวลา 08.00 น. โดยอากาศช่วงเช้าวันนี้ค่อนข้างเย็นสบาย ซึ่งพสกนิกรทั่วทุกสารทิศได้ใช้เวลาในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ 2560 เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้อย่างต่อเนื่อง
นายบุญเพิ่ม ม่วงรี อายุ 64 ปี ชาวพระประแดง จ.สมุทรปราการ เดินทางพร้อมภรรยา และลูกสาว นางณิญาภา สุวรรณคัณฑิ และหลานด.ญ.ไหมพิมพ์ สุวรรณคัณฑิ พร้อมน้องสาว นางบุญเกื้อ ม่วงรี โดยได้มาต่อแถวเวลา 03.45 น. และได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพเวลา 08.30 น. กล่าวว่า วันนี้ครอบครัวมากัน 5 คน ที่เลือกมาวันนี้เพราะช่วงนี้เป็นช่วงวันหยุดปีใหม่ จะได้เดินทางมาพร้อมครอบครัว ทั้งนี้ คาดว่าผู้คนส่วนหนึ่งจะเดินทางออกต่างจังหวัด ทำให้คิวที่รอสักการะพระบรมศพไม่หนาแน่นมากนัก ซึ่งรวม ๆ รอประมาณ 5 ชั่วโมง ถือว่าเร็วกว่าคนอื่นที่เคยเห็นตามข่าวว่ารอถึง 12 ชั่วโมง ก็รู้สึกปลาบปลื้มใจมากที่ได้มากราบสักการะพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 และขอเป็นข้ารองพระบาทของพระองค์ทุกชาติไป ระหว่างที่อยู่ในพระที่นั่งดุสิตก็อธิษฐานขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย
“ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนคนไทย ทรงไม่ถือพระองค์ และยังเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารทั่วแผ่นดินไทย ซึ่งสมัยก่อนการเดินทางยากลำบากกว่าตอนนี้มากนัก สำหรับส่วนตัวได้เคยรับเสด็จพระองค์ท่าน ราวปี 2516 ช่วงที่พี่ชายรับพระราชทานปริญญาบัตร เป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจของชีวิต ซึ่งตนได้นำแนวทางของพระองค์ท่านมาสอนแก่ลูกหลาน ให้เป็นคนดี รู้จักใช้จ่าย และมีความพอเพียงในชีวิตทุกๆ ด้าน” นายบุญเพิ่มกล่าว
ขณะที่ นางบุญเกื้อ น้องสาว กล่าวว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวสมุทรปราการเป็นอย่างมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสะพานภูมิพล ที่มาจากพระราชดำริ เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางกรุงเทพฯ-สมุทรปราการ ให้สั้นลง รวมทั้งยังช่วยเรื่องการจราจรที่ติดขัดได้ด้วย หากไม่มีพระราชดำริของพระองค์ท่าน การเดินทางของคนพระประแดงและสมุทรปราการต้องใช้ระยะเวลาหลายชั่วโมง ไม่สามารถเดินทางได้เร็วเหมือนทุกวันนี้ โดยตนทำงานด้านบัญชีอยู่แถวเพลินจิต การเดินทางมาที่ทำงานจากบ้านไม่เกินชั่วโมง จากเดิมที่บางวันใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง
นางณิญาภา กล่าวว่า วันนี้ได้พาลูกสาวอายุ 6 ขวบมากราบสักการะพระบรมศพด้วย โดยวันนี้แม้จะต้องตื่นเช้ากว่าปกติแต่ลูกสาวก็ไม่งอแง ที่ผ่านมาตนได้มีการถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ลูกสาวรับทราบ โดยเฉพาะการเสด็จฯไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือประชาชน หากมีโอกาสพาลูกสาวไปยังสถานที่ต่างๆ ที่พระองค์เคยเสด็จก็จะเล่าให้ลูกฟังว่าในหลวง รัชกาลที่ 9 เคยทรงงานอย่างไรบ้าง ขณะนี้ลูกสาวก็เริ่มรับรู้เรื่องราวของพระองค์ท่านเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ
นางเสลา ก้อนแก้ว อายุ 89 ปี ชาวนนทบุรี กล่าวหลังกราบสักการะพระบรมศพ ว่า ตั้งใจที่จะเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ เพราะซาบซึ้งและประทับใจในทุกทุกอย่างที่พระองค์ท่านทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาชนคนไทย ยายรักในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เคยได้ไปลงนามถวายพระพรและรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่โรงพยาบาลศิริราช พระองค์ทรงสรวลและยกพระหัตห์ให้ประชาชนที่รับเสด็จ รู้สึกปลื้มใจมาก
นางรุ่งรัตน์ กล่าวน้ำตาคลอ ว่า ภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทยและได้อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภารของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตอนที่ทราบข่าวการสวรรคตเสียใจมาก อยากให้ยังอยู่ต่อเป็นขวัญกำลังใจประชาชนและประเทศชาติ ที่ผ่านมาเห็นพระองค์ทรงงานหนักทรงนึกถึงประชาชนก่อนเสมอ เสด็จฯไปบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนทั่วถิ่นแดนไทย หาผู้ที่จะมาเปรียบเทียบได้ เวลาที่ท้อแท้ก็จะนึกถึงพระองค์ท่านเสมอ และจะยึดเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ทั้งนี้ แม้ว่าในชีวิตนี้จะมีโอกาสให้รับเสด็จและชมพระบารมีของพระองค์ท่านเพียงครั้งเดียว สมัยที่เรียน ป.5 โรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์ โดยได้เป็นตัวแทนรอรับเสด็จครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินผ่านเส้นทางหน้าโรงเรียนฯ ได้เห็นพระองค์ท่านบนรถพระที่นั่ง รู้สึกตื้นตัน และแม้เป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ยังจำได้ไม่ลืม
น.ส.วิภารัตน์ สิริบูรณ์ อายุ 33 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ ที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ พร้อมกับสามีและลูกสาว กล่าวว่า ตนมาเข้าคิวที่สนามหลวงตั้งแต่เวลา 03.00 น. และได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพประมาณ 11.00 น. คิดว่ารอไม่นานและไม่รู้สึกเหนื่อยเลย โดยครั้งนี้มาเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ถ้ามีโอกาสก็อยากจะมาอีก เพราะรักและคิดถึงพระองค์มาก ตั้งแต่จำความได้ ตนก็เห็นพระองค์ทรงงานหนักเพื่อประชาชนและประเทศชาติมากมาย ส่วนตัวได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตและใช้จ่ายอย่างประหยัด
น.ส.วิภารัตน์ กล่าวต่อว่า พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ดีมาก ในชีวิตนี้ตนยังไม่เคยมีโอกาสได้รับเสด็จก็รู้สึกเสียดายมาก แต่ตนภูมิใจและดีใจมากที่ได้เกิดมาในรัชกาลที่ 9 ตนได้อธิษฐานขอให้ชาติหน้าได้เกิดมาอยู่ใต้บรมโพธิสมภารของพระองค์อีก ตนตั้งใจจะทำความดีและเป็นคนดีของสังคมเพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ





