ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูต 7 ประเทศ เฝ้าฯ
เมื่อเวลา 17.18 น. วันที่ 7 ตุลาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง ตามลำดับดังนี้
– พลตรี โกตซีเลเน มอราเค (Major General (Rtd) Gotsileene Morake) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐบอตสวานาประจำประเทศไทย ในการมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐบอตสวานาประจำประเทศไทย พลตรี โกตซีเลเน มอราเค ได้ดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐบอตสวานาประจำญี่ปุ่นด้วย

– นางชีร์เลย์ เดนนิเซ อากิลาร์ บาร์เรรา (Mrs. Shirley Dennise Aguilar Barrera) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐกัวเตมาลาประจำประเทศไทย ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐกัวเตมาลา ประจำประเทศไทย นางชีร์เลย์ เดนนิเซ อากิลาร์ บาร์เรรา เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐกัวเตมาลา รับผิดชอบภารกิจด้านการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ การท่องเที่ยวและการค้าต่างประเทศมาก่อน

– นายดาริอุส ไกดีส (Mr. Darius Gaidys) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่สิงคโปร์ สาธารณรัฐสิงคโปร์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐลิทัวเนียประจำประเทศไทย ในการมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐลิทัวเนีย ประจำประเทศไทย นายดาริอุส ไกดีส ได้ดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐลิทัวเนียประจำสาธารณรัฐสิงคโปร์ด้วย

– นายวะลีด อะบู อะลี (Mr. Walid Abu Ali) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งรัฐปาเลสไตน์ประจำประเทศไทย ในการมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งรัฐปาเลสไตน์ประจำประเทศไทยนายวะลีด อะบู อะลี ได้ดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตรัฐปาเลสไตน์ประจำมาเลเซียด้วย

– นายอาร์ตูร์ ดมอฮอฟสกี (Mr. Artur Dmochowski) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐโปแลนด์ประจำประเทศไทย ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐโปแลนด์ ประจำประเทศไทย นายอาร์ตูร์ ดมอฮอฟสกี เคยดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโปแลนด์ประจำมอนเตเนโกร มาก่อน

– นายเฟเดริโก อัลเบร์โต กูเอโย กามิโล (Mr. Federico Alberto Cuello Camilo) ซึ่งมีถิ่นพำนักอยู่ที่กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญ ผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐโดมินิกันประจำประเทศไทย ในการมาดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐโดมินิกันประจำประเทศไทย นายเฟเดริโก อัลเบร์โต กูเอโย กามิโล ได้ดำรงตำแหน่งเป็นเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐโดมินิกัน ประจำสาธารณรัฐเกาหลีด้วย

จากนั้นเวลา 17.51 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่ ตามลำดับดังนี้
– นายมุศเฏาะฟา มะฮ์มูด มุศเฏาะฟา เอลกูนี (Mr. Moustapha Mahmoud Moustapha Elkouny) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ประจำประเทศไทย ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่



ในโอกาสนี้ นางออมเนยา อะห์มัด มะฮ์มูด เอลกูนี (Mrs. Omneya Ahmed Mahmoud Elkouny) ภริยาเอกอัครราชทูต ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย
– นายโอวีคูโรมา โอโรกุน เจบะฮ์ (Mr. Ovikuroma Orogun Djebah) เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรียประจำประเทศไทย ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่




