13 ต.ค.น้อมรำลึกร.9 เปิดลงทะเบียนวางพวงมาลา ‘วันนวมินทรมหาราช’ วันนี้ ที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติ วธ.จัดสวดพระพุทธมนต์ทั่วปท.
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม สำนักพระราชวัง ขอแจ้งการวางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน วันนวมินทรมหาราช พุทธศักราช 2566 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2566 ดังนี้ วันพฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม 2566 รับลงทะเบียนวางพวงมาลา ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึงเวลา 18.00 น. ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ
สำหรับวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2566 วางพวงมาลาและถวายสักการะ ช่วงที่ 1 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึงเวลา 12.00 น. ช่วงที่ 2 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึงเวลา 24.00 น. วันเสาร์ที่ 14 และวันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม 2566 ถวายสักการะ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึงเวลา 21.00 น. ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์จะวางพวงมาลากรุณาลงทะเบียน เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้อำนวยความสะดวกสถานที่ตั้งพวงมาลา
นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า วันที่ 13 ตุลาคม กรมการศาสนา (ศน.) จะจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์อุทิศถวายพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันนวมินทรมหาราช เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยรัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันนวมินทรมหาราช ซึ่งหมายถึงวันที่ระลึกถึงพระมหาราชรัชกาลที่ 9 ผู้ยิ่งใหญ่ วธ.จึงได้จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์อุทิศถวายพระราชกุศล เพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตาธรรม การแสดงความอาลัยด้วยความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยร่วมกับผู้นำองค์การทางศาสนา หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศ ร่วมกันบำเพ็ญกุศลสวดพระพุทธมนต์อุทิศถวายพระราชกุศล ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
นายเสริมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกลางจะร่วมกับวัดบวรนิเวศวิหาร จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์อุทิศถวายพระราชกุศล วันที่ 13 ตุลาคม สวดมนต์ตามบทสวดพระพุทธมนต์เพื่อใช้ประกอบพิธี จำนวน 8 บท ประกอบด้วย ปัพพะโตปะมะคาถา, อะริยะธะนะคาถา, ธัมมะนิยามะสุตตัง, ติลักขณาทิคาถา, ปฏิจจสมุปบาท, พุทธอุทานคาถา, ภัทเทกรัตตสูตร และสัพพมงคลคาถา ซึ่งเป็นพระสูตรและคาถา หมายถึง การไม่ยึดมั่นถือมั่นในทุกสรรพสิ่ง ให้ยึดมั่นในความดีงาม และมีพระรัตนตรัยเป็นที่ตั้ง ระลึกถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีค่าประเสริฐเลิศล้ำกว่าทรัพย์ทั้งปวง และตระหนักรู้อยู่เสมอว่าทุกอย่างมีการเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา จึงไม่ควรยึดถือไว้ให้เกิดความทุกข์ ให้มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติธรรม มุ่งอยู่ในปัจจุบัน ไม่คิดถึงอดีตที่ล่วงมาแล้ว และสิ่งที่ยังไม่มาถึง
“นอกจากนี้ ได้จัดทำโปสการ์ดพระราชกรณียกิจด้านศาสนา 9 แบบ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านศาสนา 5 ศาสนา ได้แก่ พุทธ อิสลาม คริสต์ พราหมณ์-ฮินดู และซิกข์ เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนอีกด้วย” นายเสริมศักดิ์กล่าว
นายเสริมศักดิ์กล่าวอีกว่า สำหรับส่วนภูมิภาค ได้สนับสนุนสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์เช่นเดียวกับส่วนกลาง และจัดกิจกรรมตามวัน เวลา และสถานที่ ตามความเหมาะสมในพื้นที่ อาทิ กิจกรรมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ จัดนิทรรศการ หรือจัดทำวีดิทัศน์น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และกิจกรรมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งยังร่วมกับองค์กรทางศาสนา 5 ศาสนา จัดพิธีทางศาสนาตามหลักศาสนา ได้แก่ ศาสนาพุทธ จีนนิกาย วัดอนัมนิกาย จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์ ศาสนาอิสลาม จัดพิธีดุอาอ์ ศาสนาคริสต์ จัดพิธีอธิษฐานภาวนา ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู จัดพิธีสวดมนต์ และศาสนาซิกข์ จัดพิธีสวดกีรตันและอัรดาส
“นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศใช้ดอกดาวเรือง หรือดอกไม้สีเหลือง จัดทำพานพุ่มและตกแต่งสถานที่ประกอบพิธี ซึ่งดอกดาวเรืองเป็นดอกไม้ประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีสีเหลือง ตรงกับวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันพระบรมราชสมภพ แสดงถึงพระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ ที่เรียบง่ายและพอเพียง ถือเป็นต้นไม้มงคล ที่เชื่อกันว่าเป็นดอกไม้ที่มาจากสรวงสวรรค์ หากปลูกไว้ก็จะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่ตนเองและครอบครัว มีความอยู่ดี กินดี และอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข” นายเสริมศักดิ์กล่าว

