เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเข้าสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ดำเนินมาเป็นวันที่ 101 ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศต่างเดินทางมายังพระบรมมหาราชวังเพื่อต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และตรงกับวันมาฆบูชา แม้อากาศจะร้อนและมีแดดจัด แต่ช่วงเช้ามีลมพัดเย็นสบายช่วยคลายร้อยได้ ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ บริเวณทางออกประตูเทวาภิรมย์ ได้มีการแจกน้ำเย็น และไอศกรีม ช่วยคลายร้อนให้กับประชาชน และหลังจากกราบสักการะพระบรมศพ ก็ได้เดินทางไปกราบสักการะพระแก้วมรกต ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม นอกจากนี้ ประชาชนบ้างส่วนยังได้เดินทางไปร่วมทำบุญ และเวียนเทียนในวัดต่างๆ ด้วย
น.ส.คนึงนุช แจ้งพรมมา อายุ 40 ปี ชาว จ.ขอนแก่น นักเทคนิคการแพทย์ โรงพยาบาลพระยืน อ.พระยืน จ.ขอนแก่น เดินทางพร้อมเพื่อนเพื่อนรวม 10 คน ออกเดินทางจาก จ.ขอนแก่น โดยรถตู้ตั้งแต่ช่วง 20.00 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ ราว 03.00 น. หลังจากทำธุรส่วนต่อได้มาต่อแถวเพื่อเข้ากราบสักการะพระบรมศพ ช่วง 04.00 น. และได้เข้ากราบสักการะเวลาประมาณ 09.00 น. กล่าวว่า ตั้งใจอยากจะมากราบสักการะพระบรมศพสักครั้งในชีวิต โดยที่เลือกวันนี้เพราะเป็นวันหยุด ไม่ต้องลางาน และสามารถมาพร้อมกับเพื่อนๆ หลายคนได้ รู้สึกตื้นตันใจและคุ้มค่ากับการรอคอยมากที่ได้กราบสักการะพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ตนประทับใจทุกทุกอย่างที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำเพื่อประชาชนคนไทยและทำงานหนักไม่เคยหยุดพักเพื่อส่วนรวม และพระองค์ยังได้มีโครงการพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ ให้ประชาชนไทยเรียนรู้และนำไปปฏิบัติตาม หลังจากนี้จะเข้าไปกราบสักการะพระแก้วมรกตที่วัดพระแก้ว ก่อนจะเดินทางกลับ
ขณะที่ นางเกศสุวรรณ ผ่องแก้ว อายุ 34 ปี เพื่อนที่เดินทางมาด้วยกัน กล่าวว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้มากราบสักการะพระองค์ รู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง ตนจะยึดแบบอย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 ในการทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมและได้นำหลักการเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ปลูกผักสวนครัวกินเอง และใช้จ่ายประหยัด สำหรับวันนี้ตนและกลุ่มเพื่อนยังได้ซื้อบัตรอวยพรของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ชุดละ 90 บาท เพื่อร่วมสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ รวมทั้งสมทบทุนให้กับโรงพยาบาลศิริราชด้วย
พลทหารกิจจนันท์ จันทร์อุ่น ทหารอากาศ อายุ 24 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี เดินทางโดยรถบัสประจำทางพร้อมแฟนสาว น.ส.เสาวลักษณ์ เพ่งการ อายุ 24 ปี ชาว จ.พังงา กล่าวว่า ได้มาต่อแถวเพื่อเช้ากราบสักการะตั้งแต่ 05.00 น.และได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ ประมาณ 10.00 น. ภูมิใจอย่างมากที่ได้เดินทางมาในวันนี้ เพราะไม่มีโอกาสที่จะได้มากราบสักการะพระบรมศพ แม้จะตั้งใจมานานแล้ว เนื่องจากตนประจำอยู่ที่กองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี ตลอด แต่ช่วงนี้เป็นช่วงวันหยุดกลับบ้านของตน จึงเลือกที่จะเดินทางมาพระบรมมหาราชวังเพื่อกราบสักการะพระบรมศพ
“ผมมองในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแบบอย่างในทุกๆ ด้าน ทั้งในแง่การใช้ชีวิต การทำงาน ตลอดจนเรื่องคู่ครอง โดยเฉพาะเรื่องความอดทนในการซ้อมดนตรี แม้พระองค์จะทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านดนตรี แต่ก็ยังหมั่นฝึกฝนอดทนซ้อม ในส่วนของผมก็เป็นนักดนตรีเช่นกัน โดยตนเป่าทรัมเป็ต ก็ได้ยึดเรื่องนี้เป็นแบบอย่าง ทั้งนี้ ในฐานะทหารอากาศ ตนตั้งใจที่ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดและจะเป็นคนดีของสังคม” พลทหารกิจจนันท์กล่าว


นางมานี อภิสุนทรกุล อายุ 59 ปี ชาวเขาเผ่าอาข่า อาศัยอยู่ที่ ต.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เดินทางมาพร้อมลูกสาวและเพื่อนบ้านรวม 5 คน โดยนางมานี กล่าวเป็นภาษาอาข่า โดยมีลูกสาวคนโต น.ส.ณัฐชา วิบูลย์จิตเจริญ ช่วยแปลให้ว่า ตั้งใจที่จะเดินทางมากราบพระบรมศพ เดินทางมากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ มาพักที่บ้านญาติย่านลาดพ้าว และได้มาต่อแถวเพื่อกราบสักการะพระบรมศพ ขณะที่กราบพระบรมศพรู้สึกดีใจมาก อยากมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่แต่ยังไม่มีโอกาส
“ในหลวง ร.9 ทำงานเพื่อประชาชนมากมาย โดยเฉพาะชาวเขา ทรงช่วยให้มีอาชีพ มีรายได้ ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้นมาก เพราะเมื่อก่อนทำไร่เลื่อนลอย อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง เมื่อพ่อหลวงเสด็จฯมาช่วย ก็ปักหลักอยู่เป็นหลักแหล่ง มีบัตรประชาชน ได้ปลูกกาแฟ และผักเมืองหนาวต่างๆ ลูกหลานก็ได้เรียนหนังสือ ที่ปลื้มใจมากก็ตอนที่มีโอกาสได้รับเสด็จพ่อหลวง สมเด็จย่า และสมเด็จพระเทพฯ ที่ดอยตุง พ่อหลวงท่านมาเยี่ยมสมเด็จย่า รู้สึกมีบุญที่ได้อยู่ใกล้ๆ วันนี้เลยอยากมีแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย จึงตั้งใจแต่งชุดชาวเขาเผ่าอาข่าที่น้ำหนักรวมกว่า 3 กิโลกรัมมาด้วย หนักมากแต่ไม่เป็นไร ได้มาก็หายเหนื่อยแล้ว” นางมานีกล่าว
น.ส.คำมี อินทร์โสภา อายุ 31 ปี อาชีพรับเหมาะก่อสร้าง ชาว ต.นางิ้ว อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมกับพ่อ แม่ และลูกสาว ตั้งแต่เมื่อวาน มาพักบ้านญาติแถวจ.นนทบุรี เพื่อเดินทางมาเช้าวันนี้ช่วงตี 04.00 ตั้งใจไว้ตั้งแต่พระองค์สวรรคต ว่าอยากจะมากราบถวายบังคมพระบรมศพ แต่พึ่งมีโอกาสมา วันนี้ครอบครัวมาเป็นตัวแทนสามีด้วย เพราะเขาอยากมามากแต่ทิ้งงานมาไม่ได้จึงให้ครอบครัวมาเป็นตัวแทน
“รักและเทิดทูลพระองค์มาตั้งแต่เด็กแล้ว ตอนเด็กๆเคยคิดว่าในหลวงท่านอยู่บนฟ้า แต่พอโตขึ้นจึงรู้ว่าพระองค์อยู่ในรั้วในวัง เห็นภาพการทรงงาน และเยี่ยมประชาชน ก็อยากรับเสด็จพระองค์ แต่ก็ไม่มีโอกาส ช่วงที่พระองค์สวรรคตใหม่ๆ ก็อยากจะเดินทางมา แต่ก็ไม่มีเงิน จึงจะพูดออกมาและนึกถึงภาพพระองค์ว่าถ้ามีเงิน มีบุญจริงก็ขอให้ได้เดินทางมากราบพระองค์ ที่พระบรมมหาราชวังสักครั้งหนึ่งในชีวิต และอยู่ๆก็มีงานมีเงินเข้ามา จึงพาพ่อแม่และลูกสาวนั่งเครื่องเดินทางมากราบพระองค์ในวันนี้ได้ตามที่ตั้งใจไว้ นอกจากนี้ ยังได้นำคำสอนต่างๆ ของพระองค์ท่านมาสอนลูกสาวให้อยู่อย่างพอเพียงและรู้จักประหยัดอดออมด้วย” น.ส.คำมีกล่าว



