สมเด็จพระราชินี ‘คู่พระบารมี’ เปี่ยมพระเมตตา ทรงเป็นแบบอย่างด้าน ‘การกีฬา’

3.06.24 | 15:43 น.

สมเด็จพระราชินี ‘คู่พระบารมี’ เปี่ยมพระเมตตา ทรงเป็นแบบอย่างด้าน ‘การกีฬา’

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ที่ตลอด 9 ปีแห่งรัชกาลปัจจุบัน “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเคียงคู่ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ประดุจ “นางแก้วคู่พระบารมี” ไม่เคยห่างพระวรกาย ทรงช่วยแบ่งเบาพระราชภาระต่างๆ ด้วยน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาเพื่อให้พสกนิกรชาวไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุข

อันเป็นการสนองพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

“เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”

Advertisement
  • ผู้นำฉลองพระองค์ผ้าไทย

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ในการสนองพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านต่างๆ

หนึ่งในพระราชกรณียกิจสำคัญที่ประจักษ์ชัดแก่สายตาพสกนิกรไทยและคนทั่วโลก นั่นคือ การสืบสาน รักษา และต่อยอด “ภูมิปัญญาไทย” ให้คงอยู่เพื่อเป็นมรดกแก่ลูกหลานสืบไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง “ผ้าไทย”

พระองค์ทรงเป็น “ผู้นำ” ในการสวมใส่ผ้าไทยในทุกโอกาส ทรงพระสิริโฉมงดงามยามฉลองพระองค์ผ้าไทย ทั้งในการเสด็จฯไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และในการพระราชพิธีต่างๆ

หนึ่งในความงดงามที่ได้รับการกล่าวขานไปทั่วโลกนั่นคือ ครั้งที่พระองค์โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯเยือนสหราชอาณาจักรตามคำทูลเชิญของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ เพื่อทรงร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลา ณ มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ กรุงลอนดอน ระหว่างวันที่ 4 -7 พฤษภาคม พ.ศ.2566 ซึ่งเป็นพระราชพิธีประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร

  • ทรงให้ความสำคัญ ‘เด็ก-เยาวชน’

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสมอมา พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับ “เด็กและเยาวชน” โดยได้มีพระราชดำรัสเป็นภาษาอังกฤษในโอกาสเปิดการประชุมสุดยอดการคุ้มครองเด็ก “Child Protection Summit, Bangkok 2024” จัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ (UNCC) โดยเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระราชินีซิลเวีย เรนาเทอ ซอมแมร์ลัธ แห่งราชอาณาจักรสวีเดน ความว่า

“ปัญหาเกี่ยวกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กยังคงมีความซับซ้อน และต้องการแนวทางการจัดการในหลายมิติ กลยุทธ์เชิงป้องกันและองค์รวม เช่น การสนับสนุนทางการเงินสำหรับใช้ในการดำรงชีวิตให้แก่ครอบครัวที่เปราะบาง การเข้าถึงชุมชน หรือการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้แก่สาธารณชน สามารถเป็นมาตรการสำคัญในการส่งเสริมการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด และการกำหนดความผิดทางอาญาได้ ความสำเร็จของความพยายามเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายพันธมิตรระหว่างประเทศ การดูแลให้เด็กมีความเป็นอยู่ที่ดี และมีความปลอดภัยอย่างแท้จริงเป็นความรับผิดชอบพื้นฐานที่เราต้องตระหนักและร่วมกันรับผิดชอบ เพราะเด็กคือทรัพยากรอันมีค่าที่สุด เด็กๆ ควรจะได้เติบโตงอกงามด้วยการเลี้ยงดูที่ดีในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้า และสร้างสรรค์ความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะมีชีวิต มีสิทธิที่จะได้รับความรัก มีสิทธิที่จะมีความสุข มีสิทธิที่จะได้รับการศึกษา มีสิทธิที่จะได้เล่นและหัวเราะ มีสิทธิที่จะได้พัฒนา และเจริญเติบโตขึ้นในทางที่ถูกที่ควร”

นับเป็นพระราชดำรัสที่จับใจผู้ทำงานและพสกนิกรเป็นอย่างยิ่งที่ทรงห่วงใยเด็กและเยาวชน และทรงปรารถนาที่จะเห็นเด็กและเยาวชนเติบโตขึ้นมาอย่างงดงาม

  • พระราชินีนักบินคู่พระบารมี

พระปรีชาสามารถในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เป็นที่ประจักษ์ชัดในเรื่องของ “การทหาร” และ “การบิน” ทรงเป็น “สมเด็จพระราชินีนักบิน” คู่บุญคู่พระบารมี พระมหากษัตริย์นักบินแห่งราชวงศ์จักรี

พระองค์ทรงได้รับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์เอกจากสำนักงานการบินพลเรือน และปัจจุบันทรงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง “นักบินผู้ช่วย” ทำการบินกับเครื่องบินพระราชพาหนะ อันเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาประชาชนชาวไทยหลายครั้ง ที่ทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงทำการบินร่วมกัน

โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงขับเครื่องบินพระที่นั่งด้วยพระองค์เอง ในตำแหน่งนักบินที่ 1 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมขับเครื่องบินในตำแหน่งนักบินผู้ช่วย เสด็จฯไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ ทั่วทุกภาคของประเทศ อาทิ เสด็จฯไปทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ และทรงเปิดอาคารที่ทำการศาลเยาวชนและครอบครัว ที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563, เสด็จฯไปทรงประกอบพิธียกฉัตรขึ้นประดิษฐานเหนือพระประธานพระวิหาร “พระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง” ณ วัดมหาวนาราม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2565, เสด็จฯไปทรงประกอบพิธีเปิดแพรคลุมป้ายเจดีย์อัฐบริขารเขมาภิรโต และทรงประกอบพิธีสมโภชพิพิธภัณฑ์อัฐบริขารเขมาภิรโต วัดถ้ำกลองเพล อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2565

ทรงเป็นนักบินคู่พระบารมีในหลวงรัชกาลที่ 10 โดยแท้จริง

  • พระปรีชาสามารถด้านกีฬา

พระปรีชาสามารถที่ประทับจิตประทับใจปวงชนชาวไทยนั่นคือ พระปรีชาสามารถด้าน “การกีฬา” สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเล่นกีฬาอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นจักรยาน ที่ทรงจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ (BMX) เมื่อครั้งโดยเสด็จฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปทรงเปิดโครงการพัฒนาบึงสีไฟเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และทรงเปิดสนามจักรยาน “สราญจิตมงคลสุข” ณ บริเวณโครงการพัฒนาบึงสีไฟเฉลิมพระเกียรติฯ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร

นอกจากจักรยานที่พสกนิกรมักได้เห็นทั้งสองพระองค์ทรงจักรยานด้วยกันบ่อยครั้ง อีก 2 กีฬาที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงทุ่มเทพระวรกายฝึกฝนจนสามารถเข้าร่วมแข่งขัน และคว้าชัยชนะมาได้นั่นคือ เรือใบ และฮอกกี้

ดั่งเช่นในการแข่งขันเรือใบนานาชาติ ชิงถ้วยพระราชทานภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า ครั้งที่ 35 ประจำปี 2566 ที่สร้างความปลาบปลื้มแก่พสกนิกรชาวไทยเป็นล้นพ้น ด้วยได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้จากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯไปทรงร่วมการแข่งขันในทีมเรือใบรุ่นไออาร์ซี ซีโร่ (IRC Zero) หมายเลขเรือ THA72 ซึ่งในการแข่งขันวันสุดท้ายสามารถเข้าเส้นชัยได้เป็นที่ 1 ทั้ง 2 รอบ

นับเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของภูเก็ตคิงส์คัพรีกัตต้า ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯมาทรงร่วมการแข่งขันครั้งแรกในรอบ 35 ปี

อีกครั้งที่ประจักษ์ชัดในพระปรีชาสามารถแห่ง “พระราชินีนักกีฬา” นั่นคือ ทรงเข้าร่วมแข่งขันกีฬาเรือใบข้ามอ่าว ในมหกรรมเรือใบเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งกองทัพเรือ ร่วมกับ สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการแข่งขันขึ้นสนองพระราชปณิธาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด การส่งเสริมการเล่นกีฬาเรือใบของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมการแข่งขันกีฬาเรือใบข้ามอ่าว เส้นทาง หาดชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ไปยังอ่าวเตยงาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 45 ไมล์ทะเล พระองค์ทรงเรือใบประเภท TP52 รุ่นไออาร์ซี ซีโร่ (IRC Zero) ทรงลงแข่งขันในทีมวายุ เลขที่เรือ THA72 โดยมีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 8 ทีม จากประเทศต่างๆ อาทิ ออสเตรเลีย อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ มาเลเซีย ไทย และไต้หวัน รวมประมาณ 115 คน

ในการแข่งขันครั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ซึ่งทรงได้รับใบอนุญาตขับเรือ Motor boat license และ Sail boat license จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และ RYA Coastal Skipper จากประเทศอิตาลี ทรงปฏิบัติหน้าที่หลักคือ บังคับหางเสือเรือให้แล่นไปตามทิศทางที่ต้องการ และจะสลับไปทรงชักใบเรือ ปรับใบเรือ เป็นต้น โดยไปตามเส้นทางการเดินเรือซึ่งแล่นตัดกลางอ่าว โดยไม่มีสิ่งกีดขวาง ในรูปแบบการแล่นเรือใบขวางลม พระองค์ทรงนำทีมชนะเลิศอันดับที่ 1 รวมระยะเวลาการแข่งขัน 4 ชั่วโมง 33 นาที

พระปรีชาสามารถด้านกีฬาปรากฏชัดอีกครั้งเมื่อเสด็จฯไปทรงเปิด “ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชันแนล ไอซ์ ฮอกกี้ อารีนา เชียงใหม่” (Thailand International Ice Hockey Arena Chiangmai) อ.เมือง จ.เชียงใหม่

ในการนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์กีฬาไอซ์ ฮอกกี้ คู่เปิดสนามร่วมกับทีมนักกีฬาไอซ์ ฮอกกี้ทีมชาติไทย ระหว่างทีม WHITE และทีม BLUE พระองค์ทรงอยู่ทีม BLUE และทรงทำคะแนนแรกให้กับทีมด้วย

เกมการแข่งขันเป็นไปอย่างสูสี ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างดุเดือดจนจบการแข่งขัน ซึ่งระหว่างที่ทรงแข่งขันอยู่ในสนามนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงสนุกสนานไปกับการแข่งขันตลอดเกม

นับเป็นพระปรีชาสามารถที่ทรงเป็นแบบอย่างให้กับพสกนิกรชาวไทยให้หันมาสนใจการเล่นกีฬา ทั้งเพื่อสุขภาพที่ดี และเพื่อนำไปสู่การพัฒนาวงการกีฬาไทย อันจะเกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติในอนาคตต่อไป