ในหลวง พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะบุคคล เข้าเฝ้าฯ
เมื่อเวลา 17.13 น. วันที่ 6 มิถุนายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่ ตามลำดับดังนี้
– นายยอน ทัวร์กอร์ด (Mr. Jon Thorgaard) เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเดนมาร์กประจำประเทศไทย ซึ่งพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระราชสาส์นตราตั้ง เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่
ในโอกาสนี้ นางคามิลลา ทัวร์กอร์ด (Mrs. Camilla Thorgaard) ภริยาเอกอัครราชทูต ฯ ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย


– นายยูริ ยาร์วียาโฮ (Mr. Jyri Järviaho) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟินแลนด์ประจำประเทศไทย
ซึ่งพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2565 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่
ในโอกาสนี้ นางเอลินา มุลตาเนน (Mrs. Elina Multanen) ภริยาเอกอัครราชทูต ฯ ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย


– นายมุฮัมมัด อับดุล ฮัย (Mr. Mohammed Abdul Hye) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศประจำประเทศไทย ซึ่งพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายอักษรสาส์นตราตั้ง เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2564 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลลา ในโอกาสที่จะพ้นจากหน้าที่



ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคลต่าง ๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ตามลำดับดังนี้
– นายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด นำ อัยการประจำกอง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
ในโอกาสนี้ นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ รองอัยการสูงสุด นายเพียรศักดิ์ สมบัติทอง อธิบดีอัยการ สำนักงานคณะกรรมการอัยการ และนายยรรยง เดชภิรัตนมงคล เลขานุการอัยการสูงสุด ร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย



– รองศาสตราจารย์วีระพล ทองมา รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ และบุคลากรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายผลผลิตของโครงการสาธิตการปลูกพืชผัก พืชไร่ และไม้ผลแบบประณีต ในพื้นที่โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และในโอกาสที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ก่อตั้งครบ 90 ปี ในวันที่ 7 มิถุนายน 2567


– นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พร้อมด้วย คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า กับทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรูปประติมากรรมนูนต่ำ พระมหาธาตุเจดีย์ วัดพระสิงห์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาบริหารธุรกิจ กับทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายผ้าคลุมไหล่ และผ้าพันคอ แด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยในการศึกษา พัฒนา และผลิตกระแสไฟฟ้าภายในประเทศ ด้วยทรงตระหนักและเล็งเห็นว่ากระแสไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาวิจัยทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ ตั้งแต่เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อส่งเสริมการศึกษาและการวิจัยทางด้านวิศวกรรมศาสตร์แขนงต่าง ๆ กับพระราชทานทุนการศึกษาแก่นักศึกษา ทรงพระราชอุทิศพระวรกายและทรงมีพระปรีชาสามารถในการพัฒนางานไฟฟ้า โดยทรงมีพระราชปณิธานที่จะส่งเสริมเทคโนโลยีและพัฒนาด้านวิศวกรรมไฟฟ้าเพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการสืบสานศิลปะ
และงานหัตถศิลป์ของราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ทรงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนางานฝีมือและทักษะของราษฎรในถิ่นทุรกันดาร ร่วมกับการบริหารจัดการทรัพยากรทางด้านศิลปวัฒนธรรมที่เน้นการสร้างสรรค์ การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานหัตถศิลป์ ผ่านการปฏิบัติพระราชกรณียกิจในต่างประเทศ ในฐานะพระราชอาคันตุกะในพิธีสำคัญต่าง ๆ ซึ่งเป็นการเผยแพร่ความงามอันมีเอกลักษณ์ของผ้าทอรวมถึงเครื่องแต่งกายจากภูมิปัญญาไทย และส่งเสริมผ้าไทย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและหัตถศิลป์อันทรงคุณค่า ตลอดจนทรงส่งเสริมสร้างรายได้ให้แก่ราษฎร อันนำมาซึ่งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น



– ศาสตราจารย์ นายแพทย์จรัส สุวรรณเวลา นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับทูลเกล้าทูล กระหม่อมถวายผ้าลีมาบาติก แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และการสาธารณสุข


ตั้งแต่เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างและทรงสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช จำนวน 21 แห่ง ทั่วประเทศ ทำให้ราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารเข้าถึงการรักษาได้อย่างเท่าเทียมและรวดเร็ว อีกทั้งยังพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และเครื่องมือแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยฉพาะช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) รวมทั้งจัดสร้างอาคาร และสนับสนุนโครงการต่าง ๆ เป็นต้น ด้วยทรงตระหนักว่าสุขภาพพลานามัยที่ดีของราษฎร จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างสรรค์ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นพลังในการพัฒนาประเทศต่อไป


