ปีติ ในหลวง เสด็จออกมหาสมาคม มีพระราชดำรัสขอบใจ ทรงให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศ

28.07.24 | 15:24 น.

ปีติ ในหลวง เสด็จออกมหาสมาคม มีพระราชดำรัสขอบใจ ทรงให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้ประเทศมั่นคงก้าวหน้า

เมื่อเวลา 10.27 น. วันที่ 28 กรกฎาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง ในการเสด็จออกมหาสมาคม พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พระบรมวงศานุวงศ์ นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา และประธานศาลฎีกา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จในการนี้ด้วย

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

Advertisement

  • ในหลวงประทับบนพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นประทับบนพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตรแล้ว เจ้าพนักงานรัวกรับและเปิดพระวิสูตร เจ้าพนักงานประโคมกระทั่ง แตร มโหระทึก กองทหารเกียรติยศ ถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติ ฝ่ายละ 21 นัด

  • กรมสมเด็จพระเทพฯ ถวายพระพรชัยมงคล

จากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล แทนพระบรมวงศานุวงศ์ องคมนตรี และข้าราชบริพารในพระองค์ ความว่า

” “ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม บัดนี้ ลุอุดมมงคลสมัย เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ข้าพระพุทธเจ้าเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ มีความปีติ ปราโมทย์เป็นพ้นประมาณ ที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้มาเฝ้าฯ ในมหาสมาคมนี้เพื่อถวายพระพรชัยมงคล ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงเป็นอัครขัตติยชาติแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ตลอดระยะเวลาที่ทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันเป็นการแบ่งเบาพระราชภาระของสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระบรมราชชนนี ด้วยพระราชอุตสาหะอย่างยิ่งยวด เมื่อเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย ก็ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อความผาสุก ร่มเย็นของประชาชน และความเจริญมั่นคงของประเทศชาติเป็นอเนกประการ”

“ทั้งพระราชกรณียกิจที่เป็นที่ทราบกันทั่วไป และพระราชกรณียกิจที่เป็นการปิดทองหลังพระมากมาย ทั้งนี้ เพราะทรงพระราชหฤทัยตั้งมั่นในชาติบ้านเมือง และประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ทรงตั้งพระราชปณิธานแน่วแน่ ที่จะทรงปฏิบัติงานทุกอย่างเพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติ และประชาชน จึงนับเป็นโชค วาสนาของข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ได้อยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร และได้รับพระราชทานพระมหากรุณาคุ้มเกล้าคุ้มกระหม่อม ให้มีความสุข ความร่มเย็นโดยถ้วนหน้า ในวาระอันเป็นอุดมมงคลนี้ จึงขอพระราชทานการถวายสัตย์ปฏิญาณว่าจะขอยึดมั่นในคุณธรรม ความสุจริต และตั้งใจปฏิบัติภารกิจทั้งปวงโดยเต็มกำลัง สติปัญญา ความสามารถ เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณด้วยจิตจงรักภักดี พร้อมทั้งขอพระราชทานตั้งสัตยาธิษฐาน ถวายพระพรชัยมงคล ขออัญเชิญพระพุทธานุภาพ พระธรรมานุภาพ พระสังฆานุภาพ เทวตาธุภาพ และพระบรมเดชานุภาพ แห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ จงพรั่งพร้อมถวายอารักขาให้ทรงพระเกษมสำราญ สมบูรณ์ด้วยพระพลานามัย ทรงดำรงอยู่ในสิริราชสมบัติ และในจิตใจของปวงประชา ทั้งขอให้พระราชปรารถนาที่จะทรงช่วยขจัดทุกข์ บำรุงสุขของพสกนิกรถ้วนหน้า จงสำเร็จศุภผลทุกประการ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ”

  • นายกฯ ทูลเกล้าฯ ถวายน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ 

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ จากพระเต้าปทุมนิมิตทอง นาก เงิน แทนคณะรัฐมนตรี ข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน และราษฎรทุกหมู่เหล่า ความว่า

“ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ข้าพระพุทธเจ้า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในนามของคณะรัฐมนตรี และข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ มีความปลื้มปีติเป็นล้นพ้น ที่ได้มาแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระราชวิริยะอุตสาหะ เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด พระราชกรณียกิจแห่งสมเด็จพระราชบิดาในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่อาณาประชาราษฎร์ พระปรีชาสามารถและน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมด้วยพระเมตตา อาทร ที่ทรงมีต่อผองพสกนิกรเสมอมา ทรงดำรงพระองค์มั่นในทศพิธราชธรรม เป็นแบบอย่างในความซื่อสัตย์ สุจริต และเสียสละเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ”

“พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้นี้ เป็นที่ประจักษ์ ซาบซึ้งแก่อาณาราษฎรทุกหมู่เหล่า ปวงข้าพระพุทธเจ้าจะเทิดทูนไว้เหนือเศียรเกล้าตลอดไป ก่อนอื่นที่จะถึงวันงานพระราชพิธี ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศ ต่างโสมนัสยินดีร่วมจิตพลีกรรมตักน้ำ จากมงคลสถานทุกจังหวัด เพื่อเสกทำน้ำพุทธมนต์ประมวลรวมกันเข้าเป็นหนึ่งสำหรับทูลเกล้าทูลกระหม่อม สำหรับถวายเป็นพระราชศิริสวัสดิ์ตามขัตติยราชประเพณี ในโอกาสมหามงคลนี้ ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายน้ำพระพุทธมนต์และขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออานุภาพแห่งพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล ตลอดจนอำนาจแห่งพระสยามเทวาธิราช โปรดอภิบาลและดลบันดาลประทานพรให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระเจริญพร้อมจตุรพิธพรชัย เปี่ยมพระพลานามัย มีพระราชประสงค์จำนงใด จงสัมฤทธิ์ได้สมดั่งพระราชหฤทัยปรารถนา พระชนมายุยิ่งยืนนาน สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าของผองพสกนิกรตราบจิรัฐิติกาล ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ”

  • ปธ.รัฐสภา กราบบังคมทูลถวายพระพรฯ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล แทนสมาชิกรัฐสภา ความว่า “ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 ข้าพระพุทธเจ้า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ในนามของสมาชิกรัฐสภา และข้าราชการรัฐสภา ล้วนมีความปลาบปลื้ม ปีติ โสมนัสเป็นล้นพ้น และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงครองแผ่นดินโดยทศพิธราชธรรม ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเป็นอเนกประการด้วยพระวิริยะ อุตสาหะ เพื่อประโยชน์สุขของอาณาราษฎรตามที่ได้มีพระบรมปฐมราชโองการที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”

“ด้วยพระปรีชาสามารถและน้ำพระราชหฤทัยอันเปี่ยมล้น ด้วยพระเมตตา อาทร ปวงพสกนิกร และข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายต่างชื่นชมในบุญญาบารมี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ทรงมีต่อปวงประชา นำมาซึ่งความผาสุก ร่มเย็น ความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ยั่งยืนของประเทศชาติ ซึ่งปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจะเทิดทูนไว้ปกเกล้าปกกกระหม่อมด้วยความจงรักภักดีสืบไป ในโอกาสอันเป็นมิ่งมหามงคลนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลได้โปรดดลบันดาล และประทานพรให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงพระเกษมสำราญมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน พระเกียรติคุณเกริกไกร แผ่ไพศาล สถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าปวงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายและพสกนิกรชาวไทยตลอดกาล ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”

  • ปธ.ศาลฎีกา ถวายพระพรชัยมงคล

นางอโนชา ชีวิตโสภณ ประธานศาลฎีกา กราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล แทนข้าราชการตุลาการ ความว่า

“ขอเดชะ ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพเจ้านางอโนชา ชีวิตโสภณ ประธานศาลฎีกา ขอพระราชทานกราบบังคมทูลพระกรุณาในนาม ข้าราชการตุลาการทั้งมวลด้วยความปีติปราโมทย์เป็นล้นพ้นและความจงรักภักดีเนื่องในศุภวาระมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา 6 รอบของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทในวันนี้ ปวงข้าพระพุทธเจ้าต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยทศพิธราชธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนและเพื่อความเจริญวิวัฒน์ของประเทศชาติ ทรงเป็นธรรมิกราชของประชาราษฎร์ โดยทรงไว้ซึ่งธรรมะอันควรแก่หน้าที่ของผู้ปกครองและพระราชทานความเป็นธรรมแก่พสกนิกรในงานด้านกฎหมาย และตุลาการ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเอาพระราชหฤทัยใส่ยิ่งด้วยเนติธรรมด้วยพระราชประสงค์ให้ดำรงหลักความยุติธรรมให้เที่ยงตรง มั่นคง เพื่อหมายมุ่งที่จะให้พสกนิกรมีความร่มเย็นเป็นสุข และได้รับความยุติธรรมโดยเสมอภาคเท่าเทียมกัน”

“ปวงข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการตุลาการซึ่งปฏิบัติงานในพระปรมาภิไธย ขอตั้งสัตยาธิษฐานต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จะร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ปวงชนด้วยความสวามิภักดิ์ จงรักภักดีตั้งมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อสนองพระราชปณิธาน และพระราชดำริให้บังเกิดประโยชน์ยิ่งแก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนโดยเต็มสติปัญญาและกำลังความสามารถ ในมหามงคลสมัยนี้ ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคลขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยอันประเสริฐ และอานุภาพแห่งเทพอันเรืองฤทธิ์ในสากลจักรวาล อีกทั้งพระบรมเดชานุภาพแห่งสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์โปรดอภิบาลประทานพรใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทให้ทรงเจริญพร้อมด้วยพรจตุรพิธอันพิสิฐ พระราชประสงค์ใดให้สฤษฎ์ดังตั้งพระราชหฤทัยทุกประการ ทรงพระเกษมสำราญสถิตย์ธำรงในสิริพระราชสมบัติปกชาติให้วัฒนาสถาพรปกเกล้าปวงประชาทุกหมู่เหล่า ตราบกาลนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ”

  • ในหลวงพระราชทานพระราชดำรัส

ในโอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสว่า “ข้าพเจ้ามีความปลื้มใจอย่างยิ่ง ที่ได้มาท่ามกลางมหาสมาคม พรั่งพร้อมด้วยทุกท่าน จากทุกสถาบันสำคัญของชาติ ขอขอบพระทัยพระบรมวงศานุวงศ์ และขอบใจนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ในคำอำนวยพร และการเฉลิมฉลองอันงดงามยิ่งใหญ่ ที่ทุกคนทุกฝ่ายตั้งใจจัดให้ข้าพเจ้า เป็นพิเศษในวาระนี้

ท่านทั้งหลายผู้มีความรักในชาติบ้านเมือง ย่อมปรารถนาให้ชาติบ้านเมืองมีความผาสุกมั่นคง และประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ในการนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกท่าน ผู้อยู่ในตำแหน่งสำคัญของชาติ จะต้องบำเพ็ญกรณียกิจทุกอย่าง โดยมีเป้าหมายสูงสุดเป็นอย่างเดียวกัน คือให้ประเทศชาติมีความรุ่งเรืองก้าวหน้าอย่างยั่งยืน อันจะทำให้ประชาชนทุกคนในชาติ มีความสุขความเจริญและความมั่นคงในชีวิตอย่างแท้จริง หากทุกท่านทำความเข้าใจให้ถูกต้องตรงกันในข้อนี้ แล้วตั้งใจปฏิบัติภาระหน้าที่ของตน ให้บรรลุผลเป็นประโยชน์สูงสุด และประสานสอดคล้องซึ่งกันและกันเป็นอย่างดีแล้ว งานของชาติก็จะดำเนินไปสู่เป้าหมายได้อย่างถูกต้องเที่ยงตรง และสำเร็จผลสมบูรณ์

ดังที่ทุกคนทุกฝ่ายตั้งใจปรารถนาขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยทุกหมู่เหล่าเคารพบูชา จงคุ้มครองรักษาทุกท่าน ให้ประสบความสุขสวัสดี พร้อมทั้งความเป็นสิริมงคลทุกประการ” 

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จลงจากพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แล้วเสด็จขึ้นพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ