รองประธานองค์การพุทธฯ ยกย่อง ‘ในหลวงร.9’ ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของทุกศาสนา

23.02.17 | 14:40 น.
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ด้านบรรยากาศการเข้าสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ประชาชนจากทั่วประเทศต่างเดินทางมาเข้าคิวสักการะพระบรมศพ โดยต่างมาต่อคิวกันตั้งแต่ช่วงเช้า แม้จะมีอากาศร้อนอบอ้าว ซึ่งเจ้าหน้าที่เปิดประตูให้ประชาชนเข้าเมื่อเวลา 04.45 น.

นายพัลลภ ไทยอารีย์ รองประธานองค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก (พ.ส.ล.) ในฐานะเจ้าภาพบำเพ็ญพระกุศล กล่าวด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณว่า นับตั้งแต่องค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลกก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์อันดับที่ 1 และทรงสนับสนุนการดำเนินงานขององค์การเพื่อประสานความเป็นปึกแผ่นทางพระพุทธศาสนา เช่น เมื่อองค์การจะย้ายสำนักงานใหญ่ ก็มีพระมหากรุณาธิคุณให้ก่อตั้งในประเทศไทย ถัดจากประเทศศรีลังกาและเมียนมา ตามลำดับ เพื่อความเป็นปึกแผ่นทางพระพุทธศาสนา นอกจากนี้ยังทรงสนับสนุนทุกครั้งเมื่อมีการจัดประชุมต่างๆ

“ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปกครองแผ่นดินด้วยหลักทศพิธราชธรรมเพื่อความผาสุกของประชาชน โดยในส่วนของการทำนุบำรุงศาสนานั้น ทรงแนะนำให้องค์การของเราทำงานด้วยความสามัคคี ไม่ถือความแตกต่าง แม้ในพระพุทธศาสนาจะมีหลากหลายนิกาย เช่น เถรวาท, มหายาน และวัชรยาน เป็นต้น แต่เราสามารถเปิดใจกว้างแลกเปลี่ยนหลักธรรมและความรู้ได้ โดยยึดหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาเป็นหลัก ทรงมีพระเมตตาสมเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภกของทุกศาสนา”

IMG_3016

นางระเบียบ ยวนเกิด อายุ 70 ปี ซึ่งเดินทางมาจาก อ.เมือง จ.ชุมพร เมื่อ 3 วันก่อน โดยพักอยู่กับหลานชายนายณัฐดนัย ยวนเกิด ย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ ก่อนเข้าต่อคิวสักการะพระบรมศพเมื่อช่วงตี 5 กล่าวว่า ประทับใจและรู้สึกสบายใจที่ได้มากราบสักการะสักครั้งหนึ่งในชีวิตแล้ว รู้สึกซาบซึ้งที่ตลอด 70 ปีที่ผ่านมา พระองค์ทรงงานหนักเพื่อคนไทยทุกคน ที่ จ.ชุมพรเองในอดีตเกิดอุทกภัยหลายครั้ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็มีพระราชดำริให้สร้างโครงการแก้มลิงหนองใหญ่ขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2541 กักเก็บน้ำสำหรับการเพาะปลูก ทำให้ชุมพรน้ำไม่ท่วม ชาวบ้านชาวสวนทำมาหากินได้ ส่วนตัวทำสวนทุเรียน ก็ได้นำเศรษฐกิจผสมผสานมาปรับใช้ ปลูกกล้วย มะละกอ มะพร้าว แซมพื้นที่ต่างๆ พยายามสืบสานคำสอนและความดีต่อไป

Advertisement

นายณัฐดนัย ยวนเกิด อายุ 35 ปี อาชีพสัตวแพทย์ ย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ กล่าวว่าในฐานะนายสัตวแพทย์ที่เปิดคลินิกรักษาสัตว์ทั่วไปนั้น ได้ยึดหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 มายึดปฏิบัติในการทำงาน โดยเฉพาะเรื่องการรักษาสัตว์ บอกกับตัวเองอยู่เสมอว่าต้องรักษาสัตว์ทุกตัวอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่มีเจ้าของหรือไม่มีเจ้าของก็ตาม เพราะในหลวงรัชกาลที่ 9 มิได้เคยรังเกียจสัตว์จรจัด อย่างคุณทองแดง ที่มีแม่เป็นสุนัขจรจัด แต่พระองค์ก็มิได้ทรงรังเกียจ หากแต่ทรงรักและมีพระเมตตากับคุณทองแดงเหมือนดังสัตว์เลี้ยงตัวอื่นของพระองค์ ดังนั้น พระองค์จึงเป็นต้นแบบของตนอย่างแท้จริงในการทำงาน นอกจากเรื่องการทำงานแล้วยังยึดแนวความคิดเรื่องความพอเพียงมาปรับใช้ในการในดำเนินชีวิต โดยทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตอย่างมัธยัสถ์ ใช้ในสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น

IMG_2983

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA