จักรพรรดิอากิฮิโตะ ถวายราชสักการะพระบรมศพ สัมพันธ์แน่นแฟ้น ‘ไทย-ญี่ปุ่น’

3.03.17 | 14:14 น.

ในวันที่ 5-6 มีนาคมนี้ สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และ สมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ แห่งประเทศญี่ปุ่นจะเสด็จฯเยือนประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง และจะทรงลงพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยในสมุดแสดงความเสียพระราชหฤทัย ณ อาคารสำนักราชเลขาธิการ

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จออกทรงรับสมเด็จพระจักรพรรดิ และสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 5 มีนาคม ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

การเสด็จฯมาของสมเด็จพระจักรพรรดิ และสมเด็จพระจักรพรรดินีแห่งประเทศญี่ปุ่นครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่นของทั้งสองราชวงศ์ได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์มายาวนานกว่า 600 ปี และได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ 130 ปีแล้ว หากในระดับ “ราชวงศ์” โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัย รัชกาลที่ 9 ความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์จักรีกับราชวงศ์เบญจมาศ เป็นความสัมพันธ์ใกล้ชิดในระดับที่สามารถเรียกได้ว่าเป็น “สหาย” ที่สนิทสนมกัน นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2506 ในครั้งนั้น สมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโต พระราชบิดาในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันของญี่ปุ่น และพระราชวงศ์ รวมถึงประชาชนชาวญี่ปุ่นถวายการต้อนรับพระราชอาคันตุกะจากประเทศไทยอย่างอบอุ่น ครั้งนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองกษัตริย์

13346220_1755586704685381_8949108736982680024_o

Advertisement

ต่อมาในปี 2507 สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ในขณะทรงดำรงพระอิสริยยศ “เจ้าชายอากิฮิโตะ มกุฎราชกุมาร” เสด็จฯเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะผู้แทนพระองค์ของสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโต พร้อมสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ซึ่งในขณะนั้นทรงดำรงพระยศ “เจ้าหญิงมิชิโกะพระชายา” ในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงต้อนรับพระราชอาคันตุกะจากแดนอาทิตย์อุทัยอย่างสมพระเกียรติ

ความสัมพันธ์ยิ่งแนบแน่นมากยิ่งขึ้น เมื่อปี 2508 เจ้าชายอากิฮิโตะ มกุฎราชกุมาร ที่ทรงเป็นนักวิจัยด้านมีนวิทยา หรือศาสตร์ที่เกี่ยวกับปลา ได้น้อมเกล้าฯถวายปลาน้ำจืดในตระกูลทิลาเปียจำนวน 50 ตัว แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องจากทรงทราบว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงแสวงหาพันธุ์ปลาที่เลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์เร็ว และสามารถอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำตามธรรมชาติของไทยได้ทุกภาค เพื่อแก้ปัญหาประชาชนไทยขาดโปรตีน

ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงทดลองเลี้ยงไว้ที่บ่อปลาสวนจิตรลดา และพระราชทานชื่อปลาชนิดนี้ว่า “ปลานิล” ต่อมาได้พระราชทานพันธุ์ปลาแก่กรมประมง เพื่อนำไปขยายพันธุ์และแจกจ่ายให้แก่ราษฎร พร้อมปล่อยลงตามแหล่งน้ำต่างๆ ทุกหนแห่ง ทุกภูมิภาค

ปัจจุบัน ปลานิลกลายเป็นแหล่งอาหารโปรตีนคู่ครัวคนไทยที่หาซื้อรับประทานได้ง่ายและราคาถูก รวมทั้งเป็นปลาน้ำจืดเพื่อการส่งออกที่มีศักยภาพสูง มีการผลิตไม่น้อยกว่า 2 แสนตัน/ปี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาท สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนชาวไทยและประเทศไทยเป็นอย่างมาก

ต่อมาในปี 2534 หลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ และสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ เริ่มเสด็จฯเยือนประเทศต่างๆ ทรงเลือกเยือนประเทศไทยเป็นประเทศแรกในฐานะพระประมุขแห่งญี่ปุ่น

13403922_1755595321351186_560876841836204358_o

กระทั่งปี 2549 ทั้งสองพระองค์เสด็จฯเยือนประเทศไทยอีกครั้ง ในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี โดยผู้ที่เสด็จฯไปถวายการต้อนรับในครั้งนี้ คือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

นอกเหนือจากการเสด็จฯเยือนอย่างเป็นทางการแล้ว สมาชิกทั้งสองราชวงศ์ต่างเสด็จฯเยือนไทยและญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการอีกหลายครั้ง จากความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นที่มีมานานกว่า 50 ปี ระหว่าง 2 กษัตริย์ เมื่อสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงทราบข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ทรงโทมนัสเป็นอย่างยิ่ง ทรงไว้ทุกข์แสดงความอาลัยเป็นเวลา 3 วัน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นายชิกะโอะ คะวะอิ เลขาธิการสำนักพระราชวัง เป็นผู้แทนพระองค์เดินทางยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว เพื่อส่งสาส์นแสดงความเสียพระราชหฤทัยของทั้งสองพระองค์

หลังจากนั้น ในวันที่ 20 ตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพของสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 82 พรรษา พระองค์ทรงตอบคำถามผ่านทางจดหมาย ซึ่งส่งผ่านสมาคมผู้สื่อข่าวประจำสำนักพระราชวังของญี่ปุ่น นอกจากทรงตอบคำถามเรื่องพระราชประสงค์ในการสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิและเรื่องทั่วไปในประเทศญี่ปุ่นแล้ว พระองค์ยังทรงเขียนข้อความระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ว่า

“ในค่ำคืนวันที่ 13 ตุลาคม ข้าพเจ้าได้ทราบข่าวที่น่าเสียใจอย่างยิ่งเกี่ยวกับการจากไปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ทรงมีพระชนมพรรษามากกว่าข้าพเจ้า 6-7 ปี และทรงให้ความกรุณาใส่ใจดูแลข้าพเจ้ามาโดยตลอดราวกับพี่ชายที่แสนดี นับตั้งแต่ข้าพเจ้าอายุได้ราว 20 ปี ก่อนหน้านี้ ข้าพเจ้าได้รับทราบข่าวการประชวรของพระองค์และคาดหวังว่าจะมีโอกาสเข้าเฝ้าฯพระองค์อีกครั้ง ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ไทยทุกพระองค์ และปวงชนชาวไทย”

การเสด็จฯเยือนประเทศไทยในวันที่ 5-6 มีนาคมนี้ จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและความเสียพระราชหฤทัยที่ราชวงศ์เบญจมาศมีต่อราชวงศ์จักรีอย่างสุดซึ้ง

13415408_1755596054684446_2257945512640337322_o

13403760_1755640041346714_4822438632432704454_o