ในหลวง พระราชินี โปรดเกล้าฯ องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานสำหรับเด็ก มอบผู้ประสบอุทกภัย จ.อยุธยา
เมื่อเวลา 09.32 น. วันที่ 24 ตุลาคม ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลรางจรเข้ อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญถุงพระราชทานสำหรับเด็ก จำนวน 1,197 ถุง ไปมอบแก่ครอบครัวราษฎรผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยมอบกับผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ ซึ่งเป็นตัวแทนราษฎร เพื่อเชิญไปมอบกับครอบครัว ราษฎรที่ประสบอุทกภัยต่อไป กับมอบให้กับครอบครัวราษฎร ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอเสนาด้วย ในโอกาสนี้ องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงห่วงใย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ไปกล่าวกับครอบครัวราษฎรผู้ประสบอุทกภัย ได้รับทราบ โดยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ประสบอุทกภัย ประกอบด้วย อำเภอเสนา, บางบาล, ผักไห่, พระนครศรีอยุธยา, บางไทร, บางปะอิน และอำเภอบางปะหัน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงติดตามสถานการณ์อุทกภัย และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนในหลายพื้นที่อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด มีพระราชกระแสรับสั่งให้หน่วยงานต่างๆ ติดตามสถานการณ์ มิให้ประมาท และเตรียมความพร้อม ให้หน่วยงาน และจิตอาสาพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
องคมนตรียังซักถามครอบครัวของเด็กที่ป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับตา และประสานจังหวัดให้โรงพยาบาลเสนาดำเนินการให้ความช่วยเหลือ และพูดคุยกับครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยที่มีเด็กแรกเกิด และเด็กเล็ก ถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ จัดทำสิ่งของพระราชทานสำหรับเด็ก ตั้งแต่แรกเกิด ถึงอายุ 2 ปี / ภายในบรรจุสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับเด็ก อาทิ ตุ๊กตาผ้าห่ม เป้อุ้มเด็ก นมผง

ในโอกาสนี้ องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานสำหรับเด็ก ไปมอบแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ตำบลรางจรเข้ จำนวน 3 ชุด พร้อมเชิญพระราชกระแสทรงห่วงใยไปกล่าวเป็นกำลังใจ ให้สามารถผ่านช่วงวิกฤตการณ์นี้ไปได้ด้วยดี การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาในครั้งนี้ ยังความปลื้มปิติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้น
ปัจจุบันระดับน้ำลดลงแล้ว แต่ยังมีพื้นที่ในที่หลุมต่ำ ยังคงมีน้ำท่วมขังอยู่ จังหวัดได้ประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ เช่น หน่วยงานของกรมชลประทาน และกรมอุตุนิยมวิทยา ติดตามการระบายน้ำ เช่น เขื่อนเจ้าพระยา และปริมาณฝน เพื่อแจ้งให้ประชาชนเฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์














