ปชช.เนืองแน่นจับจองพื้นที่ เฝ้าฯ รับเสด็จ ใต้สะพานพระราม 8-สวนสันติชัยปราการ เต็มแล้ว

27.10.24 | 13:00 น.

ปชช.เนืองแน่นจับจองพื้นที่ เฝ้าฯ รับเสด็จ ใต้สะพานพระราม 8-สวนสันติชัยปราการ เต็มแล้ว

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 เพื่อให้พสกนิกรได้เฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ตามริ้วขบวน มีเรือจำนวน 52 ลำ จัดเป็น 5 ริ้ว 3 สาย โดยประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ และจัดเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 เรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เป็นเรือพระที่นั่งรอง เรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเป็นเรือเชิญผ้าพระกฐิน พร้อมด้วยเรือรูปสัตว์แสนยากรตามราชประเพณี ในวันที่ 27 ตุลาคม 2567

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ เวลา 11.00 น. บริเวณใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี ซึ่งมีเก้าอี้รองรับประชาชนได้ถึง 4,000 ที่นั่ง มีประชาชนจำนวนมาก หลากหลายช่วงวัย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางมาจากหลากหลายพื้นที่ทั้งภายในกรุงเทพและปริมณฑล รวมถึงต่างจังหวัด เข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อรับชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคตั้งแต่ตี 4 และรอเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ โดยประชาชนส่วนใหญ่พร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลือง อีกทั้งยังมีการเตรียมความพร้อมด้วยการพกร่ม เสื้อกันฝน หมวกและพัดลมขนาดเล็ก ประชาชนต่างยิ้มแย้มด้วยความปีติยินดี

บริเวณใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี

โดยรอบจุดรับชม มีจุดบริการอาหารพระราชทาน โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ คอยแจกจ่ายอาหารบรรจุกล่องและน้ำดื่มบรรจุขวด มีจุดบริการน้ำดื่มซึ่งดูแลโดยสำนักการระบายน้ำ สุขาเคลื่อนที่ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อม มีจุดบริการทางการแพทย์จากศูนย์บริการสาธารณสุข 31 เอิบ-จิตร ทังสุบุตรและกระทรวงสาธารณสุขคอยดูแล ให้บริการประชาชน และมีกรมแพทย์ทหารเรือ คอยดูและให้บริการทางการแพทย์กับกำลังพลที่ร่วมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้

บริเวณใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี

นอกจากนี้ยังมี สำนักงานเขตบางพลัด สำนักงานเขตต่างๆ ในบริเวณฝั่งธนบุรี สำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร สำนักการโยธา สถานีตำรวจนครบาลพื้นที่ หน่วยงานดับเพลิงในพื้นที่ การไฟฟ้านครหลวง จิตอาสาพระราชทานและจิตอาสาอื่นๆ จากในพื้นที่กรุงเทพมหานคร คอยอำนวยความสะดวกตั้งแต่การจัดสถานที่ ดูแลความปลอดภัยไปจนถึงการให้ข้อมูล กับประชาชนที่เข้ามารับชมพระราชพิธีพยุหยาตราทางชลมารค

Advertisement
บริเวณใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี
บริเวณใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี
บริเวณใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี
บริเวณใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี

นางจารุวรรณ รัตนพันธ์ อายุ 56 ปี กล่าวว่าตนเดินทางมาจากจ.นครนายก พร้อมกับครอบครัวตั้งแต่ 4.00 น. ของวันนี้ ซึ่งเป็นการเดินทางมารับชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคเป็นครั้งแรก เนื่องจากอาศัยอยู่ต่างจังหวัดจึงไม่มีโอกาสได้รับชมการซ้อมก่อนหน้า และหลายชายทำหน้าที่เป็นคนธงท้าย

“รู้สึกตื่นเต้นมากจนถึงกับเหมารถโดยสารมาจากจ.นครนายก มีความภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ภูมิใจที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของประเทศไทย รู้สึกว่าโชคดีที่เกิดมาในประเทศไทย” นางจารุวรรณ กล่าว

จารุวรรณ รัตนพันธ์

นางอรณิชชา วิสุทธิเสน อายุ 44 ปี เดินทางมาจากรังสิต พร้อมกับบุตรชาย อายุ 9 ปี กล่าวว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่จะได้รับชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค มีความรู้สึกปลื้มใจที่มีโอกาสได้เข้ามารับชมพระราชพิธีที่มีมายาวนานตั้งแต่สมัยโบราณ และคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีที่มีการจัดพระราชพิธีพยุหยาตราทางชลมารคขึ้น ควรที่จะมีการอนุรักษ์พระราชพิธีเช่นนี้ไว้ให้มีอยู่ต่อไป เพราะว่าไม่มีประเทศใดที่มีพระราชพิธีเช่นนี้นอกจากประเทศไทย ทั้งเรื่องของวัฒนธรรม ประเพณีที่มีความงดงาม

อรณิชชา วิสุทธิเสน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศ เวลา 11.30 น. ณ บริเวณสวนสันติชัยปราการ เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมเก้าอี้ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยารองรับประชาชนจำนวน กว่า 1,500 ที่นั่ง ในการเข้าร่วมชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ซึ่งในบริเวณสวนสันติชัยปราการนั้น มีเจ้าหน้าที่คัดกรองประชาชน ตรวจสอบอาวุธ ก่อนเข้าสู่สถานที่ พร้อมทั้งมีจิตอาสาพระราชทานคอยแจกจ่ายน้ำดื่ม อาหารพระราชทาน และกาแฟอเมซอนฟรีแก่ประชาชนที่เข้าร่วมงาน นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดเตรียมรถสุขาเคลื่อนที่ และอาสาสมัครกู้ภัยร่มไทรดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด

สวนสันติชัยปราการ

ซึ่งมีพสกนิกรชาวไทย และชาวต่างชาติ ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ พร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลือง เดินทางมาจับจองที่นั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่ช่วงเช้าอย่างล้นหลามท่ามกลางอากาศร้อนระอุ และแม้ที่นั่งจะเต็มทั่วทั้งบริเวณ แต่กระนั้นประชาชนก็ไม่ย่อท้อ นำเสื่อที่เตรียมมาด้วยตนเองปูบนพื้น และบางส่วนนำเก้าอี้พกพาขึ้นมากางเพื่อรับชมพิธีการ

สวนสันติชัยปราการ

อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังได้มีการนำจอโปรเจ็กเตอร์มาติดตั้ง ณ บริเวณสวนสันติชัยปราการ เพื่อให้ประชาชนได้ชื่นชมพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมทั้งชมความงดงามของขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคในจุดต่างๆ อย่างใกล้ชิด ทั้งยังมีการจัดเตรียมที่นั่งสำหรับคนพิการที่นั่งวีลแชร์เพื่อให้สะดวกต่อการรับชมอีกด้วย

นางวิภาวรรณ สุนทรวิภาค อายุ 81 ปี กล่าวว่าบรรยากาศในวันนี้เหมือนเมื่อครั้งที่ได้เดินทางมาร่วมชมขบวนพยุหยาตรทางชลมารคเมื่อสมัยรัชกาลที่ 9 ซึ่งวันนี้ตื่นตั้งแต่เช้า เพื่อทางมาร่วมชมขบวนเรือฯ

“ตื่นเต้น และรู้สึกดีใจมาก แม้อากาศจะร้อนไปบ้าง แต่ก็ไม่ย่อท้อ เพราะพิธีซ้อมใหญ่ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 15 และ 22 ตุลาคม ไม่ไม่เดินทางมาร่วมชมเนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย การมาในวันนี้จึงพิเศษมาก และคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวันนี้จะได้เห็นเรือทั้ง 52 ลำอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง” นางวิภาวรรณ กล่าว

สวนสันติชัยปราการ
สวนสันติชัยปราการ
สวนสันติชัยปราการ
สวนสันติชัยปราการ
สวนสันติชัยปราการ
สวนสันติชัยปราการ
สวนสันติชัยปราการ

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ เวลา 11.30 น. ที่บริเวณท่าเตียน เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมเก้าอี้ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อรองรับประชาชนจำนวนกว่า 450 ที่นั่ง โดยในขั้นตอนแรก จะเป็นการตรวจคัดกรองประชาชนเบื้องต้นก่อนเข้าจุดรับชม ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค อีกทั้งพบประชาชนทั้งวัยเด็กไปจนถึงวัยผู้สูงอายุ ทั้งเป็นครอบครัว และมาโดยส่วนตัว โดยมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทยอยคอยหลั่งไหลเข้ามาชมกันอย่างเป็นระยะๆ โดยไม่ขาดสาย ซึ่งประชาชนทุกคนที่มาต้อนรับต่างพร้อมใจกันสวมเสื้อสีเหลืองกันอย่างพร้อมเพียง

ทั้งนี้ ได้มีเจ้าหน้าที่จากกรมมหาดเล็ก 904, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระราชวัง, เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่เทศกิจ และจิตอาสา ตชด. รวมถึงหน่วยแพทย์ ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร คอยอำนวยความสะดวกให้ประชาชน และมีอาหาร เครื่องดื่ม ให้บริการพี่น้องประชาชนอีกด้วย

ท่าเตียน

โดยทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้ปรับภูมิทัศน์ และประดับตกแต่งด้วยไม้ประดับไว้อย่างสวยงาม เตรียมพร้อมดูแลความเรียบร้อยในพื้นที่จัดพระราชพิธี พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เพื่อให้พระราชพิธีในครั้งนี้มีความงดงามสมพระเกียรติ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกด้วยว่า บรรยากาศของจุดชม ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ที่ บริเวณท่าเตียน มีทัศนียภาพตรงข้ามวัดอรุณราชวราราม ซึ่งเด่นสง่างามอย่างยิ่ง

ท่าเตียน
ท่าเตียน

นางอรปรียา สุคันธปรี อายุ 58 ปี อาชีพ ค้าขาย ในกรณีได้มารับชมงานพระราชพิธีครั้งนี้โดยกล่าวว่า วันนี้เดินทางมาจาก จ.อุดรธานีด้วยความรักในพระองค์ อยากที่จะชื่นชมในพระบารมีหนึ่งครั้งในชีวิต และที่มาในวันนี้ เพราะจะมีอายุ 60 ปีแล้ว ยังไม่เคยจะได้รับชมพระราชพิธีดังเช่นนี้เลย จึงปลื้มปีติมากที่ได้มาในวันนี้ ซึ่งในคราววันซ้อมขบวนเรือ 2 ครั้ง ก็ไม่ได้มา รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะอยู่ไกลมาลำบาก

“ดิฉันเป็นคนรักสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นอย่างยิ่ง มีความภาคภูมิใจ เปี่ยมล้นอย่างยิ่ง ขณะนี้เฝ้าฯ รอขบวนพยุหยาตราทางชลมารค แค่รอก็เกินคุ้มแล้ว แม้ร้อนแต่ใจสู้” นางอรปรียา กล่าว

อรปรียา สุคันธปรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12.00 น. เพจเฟซบุ๊กพระลาน ได้โพสต์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ประสงค์จะเดินทางไปเฝ้าฯ รับเสด็จ และชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ทราบว่า ขณะนี้ จุดรับชมบริเวณใต้สะพานพระราม 8 และ บริเวณสวนสันติชัยปราการประชาชนเข้าพื้นที่เต็มแล้ว ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเดินทางไปเข้าจุดอื่นได้

ทั้งนี้ ได้เปิดจุดอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จ งานพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ทางขบวนพยุหยาตราทางชลมารค วันที่ 27 ตุลาคม ทั้งหมด 14 จุด แนวริมน้ำ ธนาคารแห่งประเทศไทย, ใต้สะพานพระราม 8 (ศูนย์การเรียนรู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย), ใต้สะพานพระราม 8 (ฝั่งธนบุรี), ทางเดินริมน้ำ สวนสันติชัยปราการ, ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า, ลาน 60 ปี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, สวนสุขภาพฯ โรงพยาบาลศิริราช, ลานปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์, อัฒจันทร์ อุทยานสถานพิมุข โรงพยาบาลศิริราช, ท่าช้าง, วัดระฆังโฆสิตาราม, ท่าเตียน, ท่าเรือวัดโพธิ์ และวัดอรุณราชวราราม

สำหรับ ข้อแนะนำของประชาชน ในการเดินทางมาเฝ้าฯ รับเสด็จและชมขบวนพยุหยาตราชลมารค 1.พกบัตรประชาชน บัตรแสดงตน หนังสือเดินทาง เพื่อความสะดวก 2.เขียนชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ปกครองติดไว้กับตัวเด็ก 3.พกยาประจำตัวมาด้วย 4.เตรียมน้ำดื่ม ร่ม/หมวก 5.สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ชุดจิตอาสา

เว็บไซต์พระลาน แจ้งว่า ขอเชิญชมการถ่ายทอดสดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม วันที่ 27 ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 14.30 น. ช่องทางการรับชม โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย, สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย 92.5 MHz. , ทางออนไลน์ เฟสบุ๊ค กรมประชาสัมพันธ์ ขณะที่ภาคภาษาอังกฤษ ทางออนไลน์ เฟสบุ๊ค NBT World และ OTT Prdee