เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จเป็นองค์ประธานกิจกรรมเสวนา และเปิดตัวสมาคมนักออกแบบแฟชั่นไทย

30.11.24 | 15:19 น.

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จเป็นองค์ประธานกิจกรรมเสวนา และเปิดตัวสมาคมนักออกแบบแฟชั่นไทย

เมื่อเวลา 16.24 น. วันที่ 29 พฤศจิกายน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นองค์ประธาน เปิดตัวสมาคมนัก ออกแบบแฟชั่นไทย (Federation of Thai Fashion Designers – FTFD) จัดขึ้นภายในงาน Silk Festival 2024 สู่การพัฒนาที่ ยั่งยืน โดยกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทยณ ศูนย์แสดงสินค้าและ การประชุม อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 6-7 เมืองทองธานี โดยมีเป้าหมายให้สมาคม นักออกแบบแฟชั่นไทยเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงทุกภาคส่วน พร้อมพัฒนาวงการแฟชั่น เครื่องนุ่งห่ม และสิ่งทอ อย่างครบวงจร เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้สามารถแข่งขันในระดับสากล

ครั้นเสด็จถึง นายพลพัฒน์ อัศวะประภา นายกสมาคมนักออกแบบแฟชั่นไทย, นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น, นายฐากูร พานิชกุล ดีไซเนอร์ และผู้แทนศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เฝ้ารับเสด็จ

จากนั้น เข้าสู่กิจกรรมเสวนา symposim ในหัวข้อ “การออกแบบแฟชั่นไทยสู่สากล” สมาคมนักออกแบบแฟชั่นไทย โดยมีนายพลพัฒน์ อัศวะประภา นายกสมาคมนักออกแบบแฟชั่นไทยขึ้นกล่าวถวายรายงาน พร้อมด้วยตัวแทนสมาคมนักออกแบบแฟชันไทย นายฐากูร พานิชกล ดีไซเนอร์ไทย, นายกุลวิทย์ เลาสุขศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่น และนางสาวโสภาวดี เพชรชาติ Marketing Director Club 21 (Thailand) Co., Ltd. ดําเนินกิจกรรมเสวนาถ่ายทอด องค์ความรู้การออกแบบแฟชั่นผ้าไทยสู่สากล

Advertisement

ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมเสวนา ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เยี่ยมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ และบูธการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP  ต่อจากนั้น เสด็จไปยังบริเวณฉายพระรูป และประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จกลับวังศุโขทัย

นายพลพัฒน์กล่าวว่า “สมาคมนักออกแบบแฟชั่นไทย เป็นการรวมตัวของนักออกแบบไทยที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและส่งเสริมในการ Coaching ผู้เข้าร่วมโครงการ ผ้าไทยใส่ให้สนุกของกรมการพัฒนาชุมชน ตั้งแต่ปี 2563-2567 โดยจะเป็นตัวกลางในการขับเคลื่อนวงการอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยให้เข้มแข็งยั่งยืนผ่านการให้ความรู้ ทักษะ เพื่อยกระดับคุณภาพวงการแฟชั่น เครื่องนุ่งห่ม และสิ่งทอ พร้อมผลักดันให้ตลาดอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยเข้มแข็ง มีศักยภาพและสามารถแข่งขันกับตลาดสากล

อีกทั้งยังเป็นหน่วยงานกลางในการประสานงานกับภาครัฐ สื่อมวลชน และกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มอำนาจในการเจรจาต่อรอง อันจะนำไปสู่ประโยชน์สูงสุดและการพัฒนาอุตสาหกรรมแฟชั่นไทย ตลอดจนเป็นหน่วยงานกลางในการสร้างเครือข่ายหรือคอมมิวนิตี้ให้หมู่ประกอบการในอุตสาหกรรมแฟชั่น ทำให้ระบบโครงสร้างของอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น”

นายพลพัฒน์ กล่าวต่อว่า  “สมาคมฯ ยังจะมีบทบาทสำคัญในการฝึกอบรมและให้ความรู้ ทั้งผู้ประกอบการรุ่นใหม่และผู้ประกอบการที่มีแบรนด์อยู่แล้ว ให้มีทักษะและมีความพร้อมในการประกอบธุรกิจ สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน มีจุดแข็งทางการตลาด สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเน้นความร่วมมือระหว่างสมาชิก ในการมีส่วนร่วมถ่ายทอดและพัฒนาความรู้และประสบการณ์ให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และสาธารณชนในกลุ่มต่างๆทั่วประเทศ”

สำหรับงาน Silk Festival 2024 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน-2 ธันวาคม 2567 เวลา 10.00 น.-20.00 น. ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 6-7 เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทำให้สามารถสร้างงาน สร้างรายได้แก่ราษฎรอย่างยั่งยืน

 

ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับกิจกรรมและองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผ้าไทยผ่านนิทรรศการโซนต่างๆ โดยจัดแสดงนิทรรศการผลสำเร็จจากโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เช่น โครงการชาติพันธุ์โมเดล, โครงการยกระดับและพัฒนาวิชชาลัยชุมชนฯ เพื่อการสร้างสรรค์งานผ้า งานคราฟท์ และงานหัตถกรรม หัตถศิลป์ไทย, โครงการดอนกอยโมเดล, บาติกโมเดล, โครงการจักสาน, โครงการ Premium OTOP, โครงการ Young OTOP และโครงการ New Gen Young Designer รวมทั้งการสาธิตภูมิปัญญาผ้าไทย อาทิ การสาวไหม และการปักผ้า จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ, การสาธิตดุนทองจากสถาบันสิริกิติ์ และสาธิตการทำบาติกจากกลุ่มมีดี นาทับ ตลอดจนจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จากทั่วประเทศ 200 ร้านค้า ที่เข้าร่วมโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” และ OTOP ชวนชิม 50 ร้านค้า