ในหลวง รับสั่ง ให้ทหารร่วมแรงร่วมใจทุกฝ่าย เพื่อประโยชน์ประเทศและประชาชน

3.12.24 | 18:53 น.

ในหลวง ทรงมีพระราชดำรัสให้ทหารทุกนายร่วมแรงร่วมใจกับทุกฝ่ายเพื่อประโยชน์ประเทศชาติและประชาชน 3 เหล่าทัพ พร้อมใจถวายสัตย์ปฏิญาณ 

เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 3 ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปในพิธีสวนสนามและถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ราชวัลลภ เทิดไท้จอมราชา 72 พรรษามหามงคล ณ พระลานพระราชวังดุสิต

ในการนี้ พลเอกหญิง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงนำการสวนสนามของทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์และทหารรักษาพระองค์สามเหล่าทัพ ในตำแหน่ง “องค์ผู้บังคับกองผสม” พร้อมด้วย พลเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ร่วมสวนสนาม ทรงม้านำขบวนกองพันทหารม้ารักษาพระองค์ ในตำแหน่ง “องค์ผู้บังคับกองพันทหารม้ารักษาพระองค์“

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ทรงรอเฝ้าฯ รับเสด็จ ณ พลับพลาที่ประทับ

Advertisement

กระทั่งเวลา 18.11 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ประทับยืน รองผู้บังคับกองผสมสั่งหมู่เชิญธง ทรงรับการถวายความเคารพ แล้วประทับพระราชอาสน์

จากนั้น พลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก พลเรือเอกจิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พลอากาศเอกพันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ พลโทอชิรวิชญ์ ศรีไพบูลย์ ที่ปรึกษาพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย เข้าประจำแถวหน้าพลับพลาที่ประทับ แล้วพลเอกทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ถวายดอกไม้ ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลถวายพระพรชัยมงคล พร้อมนำกำลังพลสวนสนามฯกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตน

“ข้าพระพุทธเจ้า จักยอมตาย เพื่อรักษาไว้ ซึ่งพระบรมเดชานุภาพ แห่งพระมหากษัตริย์เจ้า
ข้าพระพุทธเจ้า จักจงรักภักดี และถวายความปลอดภัย ต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จนชีวิตหาไม่
ข้าพระพุทธเจ้า จักเชิดชูและรักษาไว้ ซึ่งเกียรติยศ เกียรติศักดิ์ ของทหารรักษาพระองค์ ทั้งจะปฏิบัติตนให้เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทุกประการ ข้าพระพุทธเจ้า ขอรับด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”

เมื่อกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนจบ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ปืนใหญ่ยิงสลุตเฉลิมพระเกียรติ 21 นัด

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่กำลังพลสวนสนามทั้ง 11 กองพัน ความว่า

“ข้าพเจ้ามีความชื่นชมอย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมในพิธีสวนสนามและถวายสัตย์ปฏิญาณตนของทหารรักษาพระองค์ในวันนี้ ขอขอบใจในไมตรีจิตและคำปฏิญาณสัญญาจากใจจริงของทุกคน ขอสนองน้ำใจไมตรีนั้นด้วยความจริงใจเช่นเดียวกัน ความพร้อมเพรียงเป็นสง่าที่ท่านทั้งหลายได้แสดงให้เห็นนี้ เป็นนิมิตหมายอันดีว่า ทหารทุกหมู่ทุกเหล่าจะพร้อมเพรียงกันปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ เพื่อความวัฒนาผาสุกของประชาชน”

“จึงขอให้ทุกท่านร่วมแรงร่วมใจกันและร่วมกับทุกคนทุกฝ่ายในบ้านเมือง ใช้ความรู้ ความสามารถและสติปัญญาปฏิบัติภารกิจน้อยใหญ่อย่างมีเอกภาพ ให้สำเร็จผลเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนพร้อมทุกส่วน ก็จะเป็นการรักษาคำปฏิญาณที่ให้ไว้ได้อย่างเที่ยงแท้ อันจะนำมาซึ่งความดีความเจริญทั้งของตนเองและชาติบ้านเมืองอย่างยั่งยืน ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมทั้งอำนาจแห่งความจงรักภักดีอันมั่นคงต่อประเทศชาติ จงบันดาลให้ทุกท่านมีความสุข ความเจริญและความสำเร็จในหน้าที่ทุกประการ”

เมื่อพระราชทานพระบรมราโชวาทจบ กำลังพลสวนสนามฯ และผู้ร่วมในพิธี ร่วมกันร้องเพลงราชสวัสดิ์ถวาย รองผู้บังคับกองผสมสั่งกองผสมถวายความเคารพธงชัยเฉลิมพล หมู่เชิญธงชัยเฉลิมพลจัดแถว และเดินกลับเข้าประจำแถวทหาร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังรถยนต์พระที่นั่ง เพื่อประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จออกจากพระลานพระราชวังดุสิตกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ระหว่างที่รถพระที่นั่งกำลังเคลื่อนเข้าสู่ทางประตูภูธรลีลาศนั้น รองผู้บังคับกองผสมนำกำลังพลสวนสนามฯ และผู้ร่วมในพิธีเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้องทั่วพระลานพระราชวังดุสิต

นำมาซึ่งภาพแห่งความประทับใจยิ่ง ที่หน่วยทหารรักษาพระองค์จากเหล่าทัพต่างๆ พร้อมใจกันกระทําพิธีสวนสนามและถวายสัตย์ปฏิญาณตนเพื่อถวายความเคารพต่อหน้าพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นการแสดงให้ประชาชนชาวไทยได้ประจักษ์ว่า ทหารรักษาพระองค์จะปฏิบัติหน้าที่ ดํารงไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพ และถวายพระเกียรติยศสูงสุดแด่พระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต ความผาสุกร่มเย็นของราชอาณาจักรไทยนี้มีขึ้นได้ด้วยการหลอมรวมใจของคนไทยทั้งแผ่นดิน โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมของจิตใจโดยแท้จริง