เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ขอคนไทยถวายพระเกียรติ สมเด็จพระพันปี ‘ดีไซเนอร์องค์แรก’ ใส่ชุดไทยให้ภาคภูมิใจและถูกต้อง
เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้านการอนุรักษ์และส่งเสริมการแต่งกายแบบไทย และเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับชุดไทยพระราชนิยมให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ความเป็นมา ได้ตระหนักถึงคุณค่าและเกิดแรงบันดาลใจในการร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืน ในโอกาสนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปทรงเปิดนิทรรศการ “ชุดไทย : จากราชสํานักสู่ราชนิยม” (Chud Thai: Dressing the Nation in Heritage) โดยมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในฐานะทรงเป็นประธานที่ปรึกษาของพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง



ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนเกี่ยวกับชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ โดยมีใจความสำคัญตอนหนึ่งว่า “ขอเชิญสตรีไทยทุกวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ น้องๆ LGBTQ พี่ๆ LGBTQ ทุกท่าน ที่มีจิตใจเป็นหญิง และทุกท่านที่อยู่วงการแฟชั่นและไม่แฟชั่น คนไทยทุกอายุทุกท่านเลย ก็อยากเชิญชวนให้ใส่ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบอย่างภาคภูมิใจ แล้วก็ใส่ให้มีความเข้าใจ ใส่ให้คนรู้ทั่วโลกว่า นี่เรามาจากประเทศไทย แล้วเราใส่อย่างถูกต้องตามหลักที่ทรงพระราชทานและออกแบบ คัตติ้งถูก เลงธ (length) ถูก ทุกอย่างถูกต้อง ส่วนเรื่องสี เรื่องการทอก็แล้วแต่ทุกคนจะสรรหา”

“ขอให้ใส่แล้วมีความภาคภูมิใจ ใส่แล้วมีความรู้สึกว่าเรามีคุณค่า ใส่ให้ไม่เคอะเขิน ใส่ให้ดูเป็นเรื่องปกติ ใส่ถูกวาระและโอกาส ใส่ให้เหมาะสมกับเวลา และใส่ให้รู้สึกสนุกมีความสุข แล้วใส่ให้ตัวเองมีความสวยงามเป็นอย่างยิ่งยวด”
“ขอแค่อย่างเดียวคือ เลือกออคเคชั่น (Occasion) หรือโอกาส ว่าจะใส่ตอนไหน เวลาใด เพราะว่าบางทีจะมีเรื่องอากาศ ช่วงเวลา และขออนุญาตให้ใส่ถูกต้อง คัตติ้งถูกต้อง เลงธ (length) ถูกต้อง กระดุมถูกต้อง จีบหน้านางถูกต้องไม่ใหญ่ไม่เกิน ขอความกรุณาทุกท่านใส่ให้รู้สึกว่า ถวายสมเด็จย่า ก็คือถวายสมเด็จพระพันปีหลวง ให้พระองค์ทรงมีความสุข เพราะพระองค์คือ องค์ดีไซเนอร์องค์แรก ทรงเป็นสไตลิสต์องค์แรก และทรงมีพระราชวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลมาก”



ในปี 2503 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับสหรัฐอเมริกาและประเทศในทวีปยุโรป ทรงตระหนักว่าการปรากฏพระองค์ในฐานะพระราชินีแห่งราชอาณาจักรไทยเปรียบเสมือนตัวแทนของคนทั้งชาติ แต่ขณะนั้นสตรีไทยยังไม่มีการแต่งกายที่เป็นแบบแผน และแสดงเอกลักษณ์ของชาติที่ชัดเจน จึงมีพระราชดำริให้จัดทำเครื่องแต่งกายที่สะท้อนความเป็นไทยอย่างงดงามและมีความร่วมสมัย

ด้วยพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ธรรมเนียมการแต่งกายแบบไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญศึกษารูปแบบการแต่งกายของสตรีไทยในราชสำนักโบราณ ประยุกต์เข้ากับเทคนิคการตัดเย็บแบบสมัยใหม่ และทรงออกแบบชุดไทยที่สวมใส่ได้สะดวก เหมาะกับยุคสมัย โดยยังคงความสง่างามและเอกลักษณ์ไทยไว้อย่างกลมกลืน ต่อมา เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ชุดไทยพระราชนิยม” และกลายเป็นต้นแบบชุดประจำชาติของสตรีไทยในปัจจุบัน

นิทรรศการ “ชุดไทย : จากราชสำนักสู่ราชนิยม” (Chud Thai: Dressing the Nation in Heritage) จัดแสดงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ประกอบด้วย
“ฉลองพระองค์ชุดไทยเรือนต้น” ตั้งชื่อตามพระตำหนักเรือนต้น ในพระราชวังดุสิต เป็นชุดไทยแบบลำลอง ผ้านุ่งยาวจรดข้อเท้า มีลายตามขวางหรือตามยาว เสื้อคอกลมตื้น แขนสามส่วนผ่าอก กระดุมห้าเม็ด ใส่เครื่องประดับน้อยชิ้น

“ฉลองพระองค์ชุดไทยจิตรลดา” ตั้งชื่อตามพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ในพระราชวังดุสิต เป็นชุดพิธีกลางวัน ลักษณะคล้ายชุดไทยเรือนต้น ต่างตรงคอเสื้อมีขอบตั้ง แขนยาวจรดข้อมือ ผ้านุ่งเป็นไหมยกดอกหรือไหมมัดหมี่มีเชิง ใส่เครื่องประดับตามสมควร

“ฉลองพระองค์ชุดไทยอมรินทร์” ตั้งชื่อตามพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง เป็นชุดพิธีกลางคืนลักษณะเหมือนชุดไทยจิตรลดา แต่ตัดเย็บด้วยผ้าไทยยกทอง ความสวยงามอยู่ที่เนื้อผ้าและเครื่องประดับ

“ฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมาน” ตั้งชื่อตามพระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง เป็นชุดพิธีกลางคืน เสื้อคอกลมมีขอบตั้ง ตัวเสื้อและซิ่นเย็บติดกันตัดเย็บด้วยผ้าไหมยกทอง ผ้านุ่งจีบด้านหน้าพร้อมเข็มขัดคาด

“ฉลองพระองค์ชุดไทยจักรี” ตั้งชื่อตามพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นชุดพิธีกลางคืน ท่อนบน เปิดไหล่หนึ่งด้าน ห่มสำเร็จ ผ้านุ่งจีบ ตัดเย็บด้วยผ้าไหมยกทองให้ท่อนบนติดกับท่อนล่าง


“ฉลองพระองค์ชุดไทยดุสิต” ตั้งชื่อตามพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นชุดพิธีกลางคืนแบบเต็มยศ เสื้อคอกลมกว้าง แขนกุด ปักด้วยดิ้นเงินดิ้นทอง ลูกปัด ตัดเย็บด้วยผ้ายกไหม หรือยกทอง

“ฉลองชุดไทยศิวาลัย” ตั้งชื่อตามพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นชุดสำหรับงานพระราชพิธีทั้งกลางวัน และกลางคืนลักษณะคล้ายชุดไทยบรมพิมานแต่มีผ้าทรงสะพักห่มทับบนตัวเสื้อ


“ฉลองพระองค์ชุดไทยจักรพรรดิ” ตั้งชื่อตามพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง เป็นชุดพิธีกลางคืนแบบเต็มยศ ผ้านุ่งยกทองจับจีบ ลักษณะคล้ายชุดไทยจักรี แต่ห่มสไบจีบและผ้าทรงสะพัก คาดเข็มขัดและใส่เครื่องประดับ

นิทรรศการ “ชุดไทย : จากราชสำนักสู่ราชนิยม” เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 เป็นต้นไป ณ ห้องจัดแสดง 1 พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. ปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมเวลา 15.30 น. บัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ ราคา 150 บาท ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) ราคา 80 บาท นักเรียนหรือนักศึกษา (โปรดแสดงบัตรประจำตัว) และเด็กอายุ 12-18 ปี ราคา 50 บาท เด็กอายุต่ำว่า 12 ปี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

