พสกนิกรเนืองแน่น รพ.จุฬาฯ ถวายความอาลัยพระพันปีหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่รอรับเสด็จในหลวง-พระราชินี

26.10.25 | 15:04 น.

พสกนิกรเนืองแน่น รพ.จุฬาฯ ถวายความอาลัยพระพันปีหลวง พร้อมเจ้าหน้าที่รอรับเสด็จในหลวง-พระราชินี

สืบเนื่องตามประกาศของสำนักพระราชวัง วันที่ 24 ตุลาคม เวลา 21.21 น. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต ท่ามกลางความเศร้าโศกของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศนั้น

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เต็มไปด้วยประชาชนที่สวมชุดขาวดำ เดินทางเข้ามาเพื่อร่วมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เช้าตรู่ รวมถึงมีบางรายที่เดินทางมาตั้งแต่ช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา หลังจากที่มีการระบุของสำนักพระราชวัง จะเคลื่อนพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จากอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง ในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พุทธศักราช 2568 เวลา 16.00 น. เพื่อรอเข้าร่วมพิธีเคลื่อนพระบรมศพ และแสดงความอาลัยอย่างหาที่สุดไม่ได้

บรรยากาศภายในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ บริเวณอาคารนวมินทราชินี-คัคณางค์ มีประชาชนกว่าหลายร้อยคนจับจองที่นั่งและจัดแถวรอรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและจัดระเบียบการเฝ้าฯรับเสด็จด้วยความเรียบร้อย พร้อมมีทีมเจ้าหน้าที่พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และธุรการตั้งแถวรอรับเสด็จด้วย

Advertisement

หนึ่งในผู้ที่ตั้งใจเดินทางมาตั้งแต่เช้าตรู่ นางธันยพร อร่ามเมฆา อายุ 65 ปี อาชีพค้าขาย กล่าวว่า ตัวเองติดตามเสด็จพระองค์ท่าน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นเวลากว่า 50 ปีแล้ว จากครั้งแรกที่มีโอกาสเฝ้าฯเมื่อตอนอายุ 15 ปี ซึ่งมีรูปวันสำคัญวันแรกที่ได้เฝ้าฯทั้งสองพระองค์เก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย เป็นการประทานธงลูกเสือชาวบ้าน ที่มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี ซึ่งตัวเองอาสาเข้าไปร่วมโครงการลูกเสือชาวบ้าน เป็นรุ่นที่อายุน้อยที่สุด และทรงมีพระมหากรุณาธิคุณในการตรัสถามความเป็นอยู่ด้วยความอบอุ่น เดินทางมาจากบางเขต ท้องถิ่นเป็นคนชลบุรี

นางธันยพรกล่าวว่า วันนี้ถือเป็นการเดินทางมาเพื่อส่งพระองค์ท่านสู่สวรรคาลัย ขึ้นไปประทับกับพ่ออยู่หัวรัชกาลที่ 9 คู่บุญของพระองค์ โดยในฐานะคนไทยมีความปลาบปลื้มใจที่ได้มาเข้าร่วมพิธี เพราะทำด้วยใจรักและเคารพอย่างที่สุดจริงๆ เนื่องจากที่ผ่านมาหากรู้ว่าพระองค์ท่านเสด็จฯไปที่ใดก็จะเดินทางตามรับเสด็จแทบทุกครั้ง ติดตามมาตลอดรวมถึงราชวงศ์องค์อื่นด้วย เพราะมีความรักและเคารพในทุกพระองค์

“เราประทับใจพระราชกรณียกิจของเสด็จพ่อและเสด็จแม่ โดยเฉพาะโครงการชั่งหัวมัน การสนับสนุนให้ชาวบ้านเลี้ยงตัวหม่อน ทอผ้าไหม ทำการเกษตร อย่างการยกเลิกปลูกฝิ่น หันมาปลูกกาแฟและผลไม้เมืองหนาวแทน ซึ่งเสด็จแม่เดินทางไปทั่วประเทศ ทรงเมตตาดูแลประชาชนทั่วทุกภูมิภาคผ่านศูนย์ศิลปาชีพ เพื่อให้ประชาชนมีงานทำ มีอาชีพดูแลตัวเองได้” นางธันยพรกล่าว

นางธันยพรกล่าวว่า ถือเป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อจิตใจมากพอสมควร พอรู้ข่าวแล้วเสียงของพระองค์ที่ตรัสถามไถ่ก็วนเวียนอยู่ในหัว รู้สึกเสียใจมากเหลือเกิน เพราะเสียงของพระองค์เต็มไปด้วยความเมตตาและอบอุ่นมาก ลงท้ายด้วยจ๊ะทุกคำถาม อาทิ หนูจ๊ะ หนูมาจากไหนจ๊ะ กินอะไรหรือยังจ๊ะ เป็นความรู้สึกที่ซึ้งใจมาก โดยอยากขอให้ทุกคนน้อมนำคำสั่งสอนของพระองค์มาใช้ โดยเฉพาะเศรษฐกิจพอเพียง ที่เชื่อว่าหากนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จะอยู่อย่างสบายแน่นอน รวมถึงโครงการพระราชดำริต่างๆ ก็สามารถสานต่ออาชีพตัวเองได้อีกทาง