เสียงสะอื้นทั่วหล้า พสกนิกร ร่วมส่งเสด็จ พระพันปีหลวง สู่สวรรคาลัย

26.10.25 | 18:02 น.

เสียงสะอื้นทั่วหล้า พสกนิกร ร่วมส่งเสด็จ ‘พระพันปีหลวง’ สู่สวรรคาลัย พร้อมน้อมนำคำสอน ‘อดทน-พอเพียง’ ปรับใช้ในชีวิต

สืบเนื่องตามประกาศของสำนักพระราชวัง วันที่ 24 ตุลาคม เวลา 21.21 น. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต ท่ามกลางความเศร้าโศกของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศนั้น

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม เวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พสกนิกรชาวไทยจำนวนมากได้เดินทางมาเพื่อรอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี ซึ่งเดินทางออกจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อจัดขบวนเชิญพระบรมศพออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระบรมมหาราชวัง

บรรยากาศของประชาชนที่จับจองพื้นที่เฝ้ารอรับเสด็จ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินประทับรถยนต์พระที่นั่ง พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ตามรถยนต์หลวง จัดขบวนเชิญพระบรมศพออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปยังพระบรมมหาราชวัง ขบวนพระบรมศพเคลื่อนไปด้วยความเงียบสงบ ท่ามกลางสีหน้าเศร้าสร้อยของประชาชนที่ไม่อาจกลั้นความเสียใจไว้ได้ในการถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

Advertisement

ต่อมาเวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวง พสกนิกรชาวไทยจากทั่วสารทิศ เฝ้ารับเสด็จขบวนพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเคลื่อนจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อเชิญมาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

บรรยากาศตลอดสองข้างทาง เป็นไปด้วยความโศกเศร้า บางส่วนนำพระฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระพันปีหลวงมาถือไว้ด้านหน้า เหนือศีรษะ พร้อมเสียงสะอื้นร่ำไห้ของพสกนิกรชาวไทยที่จงรักภักดี ตลอดเวลาที่ขบวนพระบรมศพเคลื่อนผ่าน

นายนันทภพ พรหมบุตร ประชาชนที่เดินทางมาร่วมพิธี กล่าวว่า ความสูญเสียครั้งนี้เป็นสิ่งที่ตนรู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่ง และยากที่จะยอมรับได้ ขณะขบวนพระบรมศพเคลื่อนผ่านบริเวณถนนหน้าศาลฎีกา ตนรู้สึกโศกเศร้าอย่างบอกไม่ถูกและน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากยังไม่สามารถทำใจได้กับการจากไปของพระองค์

“ตั้งแต่ผมจำความได้ ก็เห็นสมเด็จพระพันปีหลวงทรงงานเพื่อบ้านเมืองและประชาชนอยู่เสมอ พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกายเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ ทั้งในเมืองและชนบท ทรงห่วงใยสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของคนไทยทุกภาคส่วน จึงรู้สึกว่าพระองค์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนอย่างแท้จริง” นายนันทภพกล่าว

นายนันทภพกล่าวต่อว่า ตนอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯและได้เดินทางมาถึงบริเวณหน้าศาลฎีกาตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ เพื่อร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่พระพันปีหลวง และตั้งใจมาเฝ้ารับเสด็จขบวนพระบรมศพ ตลอดเวลาที่เฝ้ารอ ไม่รู้สึกเหนื่อยหรือท้อเลย เพราะถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตที่ได้มีโอกาสมาส่งเสด็จพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย

“โดยปกติผมน้อมนำคำสอนของพระองค์มาปฏิบัติในชีวิตเสมอ พระองค์ทรงสอนให้เรารู้จักความพอเพียง ความอดทน และการทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น วันนี้ผมจึงอยากมาส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความกตัญญูและอาลัยอย่างหาที่สุดมิได้” นายนันทภพกล่าว

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังออกประกาศเรื่อง การถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ดังนี้ 1.พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ทุกวัน เวลา 08.30-16.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2568 ในการนี้ ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย

2.พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนได้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ทุกวัน เวลา 09.00-12.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 และ 3.พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน