พสกนิกรเนืองแน่นไม่ขาดสาย ร่วมถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม ภายในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเปิดให้ประชาชนเดินทางเข้าร่วมลงนามถวายความอาลัย ตั้งแต่เวลา 09.00 น-16.30 น.
ย้อนกลับไปใน พ.ศ.2559 ศาลาสหทัยสมาคม ก็ถูกใช้เป็นสถานที่ลงนามถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ศาลาสหทัยสมาคม มีความเป็นมายาวนาน เดิมเป็นพื้นที่ตั้งของ “โรงหล่อ” สันนิษฐานว่าเป็นที่หล่อวัตถุสำคัญๆ เช่น ระฆังที่ประดิษฐาน ณ หอระฆังวัดพระศรีรัตนศาสดารามในสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นต้น
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้รื้อโรงหล่อเพื่อสร้างสโมสรมหาดเล็กตามแบบสโมสรที่ได้ทอดพระเนตรมาตั้งแต่ครั้งเสด็จพระราชดำเนินเกาะชวาที่เมืองปะเตเวีย (ปัตตาเวีย) โดยเรียกว่า “หอคองคอเดีย”

ครั้น พ.ศ.2418 โปรดเกล้าฯ ให้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์เรียกว่า “มิวเซียม” พร้อมทั้งใส่ประตูหน้าต่างที่เฉลียงให้กลายเป็นห้องโถง และให้กองทหารช่างมหาดเล็กรักษาพระองค์รวบรวมสิ่งของประดับตกแต่งและรักษาความสะอาดในพิพิธภัณฑ์อีกอย่างหนึ่งด้วย

ต่อมา มิวเซียมแห่งนี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “หอศัลลักษณสถาน” และ “หอพระสมุดวชิรญาณ” ตามลำดับ และเมื่อหอสมุดวชิรญาณย้ายออกไปแล้ว จึงใช้ในกิจการของพระราชวัง โดยเปลี่ยนชื่อเป็น “ศาลาสหทัยสมาคม” มาจนถึงปัจจุบัน

รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นอาคารชั้นเดียวแบบตะวันตก ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทอดยาวไปตามทิศตะวันออกถึงตะวันตก ทางเข้าอาคารสำคัญอยู่ทางด้านทิศเหนือโดยทำเป็นมุขยื่นออกมาจากผนังด้วยเสาลอยตัวและเน้นด้วยประตูทางเข้าต่อเนื่องกัน 3 ประตู
ส่วนทางเข้ารองมีทั้งด้านทิศตะวันออกและตะวันตก แต่ละประตูมีบันได 5 ขั้น ปูด้วยหินอ่อน หลังคาทรงปั้นหยาอยู่ส่วนกลางของอาคารมุงด้วยกระเบื้อง
(ข้อมูลและภาพถ่ายเก่าส่วนหนึ่งจากหนังสือ “สถาปัตยกรรมพระบรมมหาราชวัง เล่ม 1” สำนักราชเลขาธิการ จัดพิมพ์เมื่อ พ.ศ.2531)


