ปชช.หลั่งไหลน้อมรำลึก ‘พระพันปีหลวง’ พระสหายชาวเยอรมัน ร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม จากประกาศสำนักพระราชวัง ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมลงนาม ถวายความอาลัยในสมุดหลวง ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีบุคคลสำคัญ คณะบุคคล คณะทูตานุทูต ราชสกุล พระภิกษุสงฆ์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรอิสระ และประชาชนทั่วไป แต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์ เดินทางเข้าถวายสักการะและลงนามถวายความอาลัยด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
อาทิ นาย Wolfgang Kiessling (โวล์ฟกัง คัสสลิง) พระสหายชาวเยอรมัน ผู้ที่เคยถวายงาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งที่เสด็จฯ ไปประทับที่เมืองเตเนริเฟ ประเทศสเปน หลังจากนั้นได้มีโอกาสตามเสด็จพระองค์เมื่อครั้งทรงงานด้านศิลปาชีพในพื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทยอยู่หลายครั้ง

เมื่อทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง จึงได้แจ้งความจำนงในการถวายสักการะพระบรมศพผ่านยังนายอาสา สารสิน อดีตราชเลขาธิการพระราชวัง เพื่อเข้าเฝ้าฯ ถวายบังคมพระบรมศพที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในวันนี้
นอกจากนี้ยังมี เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจําประเทศไทย พร้อมคู่สมรส, เอกอัครราชทูตเยอรมนี พร้อมคู่สมรส, เอกอัครราชทูตเนปาล, เอกอัครราชทูตติมอร์เลสเต, เอกอัครราชทูตเวียดนาม และเอกอัครราชทูตออสเตรีย พร้อมคู่สมรส

รวมถึงกงสุลกิตติมศักดิ์ ประเทศอาร์เมเนีย มอลตา, คีร์กีซสถาน, โดมินิกัน, เอลซัลวาดอร์ เยเมน และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ 3 องค์การ ได้แก่ ILO UNESCAP UNESCO กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ สมาคมคู่สมรสทหารอากาศ, ร.ต.ท.ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมคณะ





ผู้สื่อข่าวรายงานอีกด้วยว่า หลังจากที่ประชาชนได้ลงนามถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แล้วเสร็จ ต่อมาได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถอย่างเนืองแน่น ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรี โดยมีคณะเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกการเยี่ยมชม





นางศิริพร ทองอยู่ อายุ 52 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า พสกนิกรไทยทุกคนรักและเทิดทูนสมเด็จพระพันปีหลวง ตนและสามีตั้งใจมาแสดงความจงรักภักดีและถวายความอาลัย ตลอดพระชนม์ชีพทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชน ทรงพระเมตตา โอบอ้อมอารียิ่งนัก รับสั่งถามไถ่จะช่วยเหลือราษฎรทั่วทุกภาค ตนจะเดินทางมาอีกครั้งเมื่อเปิดให้เข้ากราบพระบรมศพ สมัยในหลวง รัชกาลที่ 9 ก็เดินทางมากราบพ่อหลวง พระบรมฉายาลักษณ์และข้าวเปลือกที่ระลึกยังเก็บรักษาไว้จนวันนี้ อีกทั้งวันนี้มีบุญได้รับเสด็จฯ กษัตริย์จิกมีและพระราชินี เมื่อพระราชินีภูฏานทรงยกพระหัตถ์ไหว้ ตนน้ำตาไหลทันที ทรงพระเมตตาและพระจริยวัตรงดงามมาก

นางมณี บางพระ อายุ 72 ปี ชาวอ่อนนุช กล่าวว่า เดินทางมาตั้งแต่ตี 5 เพื่อมาเป็นจิตอาสาพระราชทาน แจกจ่ายข้าวให้กับประชาชนที่มากราบถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ บริเวณท้องสนามหลวง หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจจากท้องสนามหลวง ตนก็รีบมาถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ทันทีตั้งแต่ประตูเปิด เนื่องจากวันนี้เป็นครั้งแรกที่ตนมีโอกาสได้มา และตั้งใจจะมาให้ได้ทุกวันเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ
“ตอนนี้ก็รู้สึกเศร้า เหมือนเราสูญเสียแม่ไป พระองค์ทรงเป็นเสาหลักของประเทศ เราเคยรับเสด็จ สมัยที่เราสาวๆ ซึ่งภาพในความทรงจำของเราที่แจ่มชัดที่สุดคือ สมเด็จพระพันปีหลวงทรงเคียงข้างในหลวงรัชกาลที่ 9 เสมอ ยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดี ในตอนที่เราเห็นพระองค์แล้วน้ำตาไหล แม้จะผ่านมานาน จนลืมเหตุการณ์บางอย่างไป แต่กลับจำภาพของพระองค์ได้ชัดเจนเหลือเกิน” นางมณีกล่าว

นางมณีกล่าวพร้อมน้ำตาว่า ในขณะที่กราบถวายสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ตนมองพระฉายาลักษณ์ และกราบอธิษฐานในใจว่า “ทรงไม่เจ็บ ไม่ปวดแล้วนะเพคะ ขอร่วมน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย”
น.ส.หนึ่งนุช ประดับทอง อายุ 49 ปี ชาว ต.ศาลาแดง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า นั่งรถประจำทางตั้งใจมาถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เกิดมาไม่เคยเห็นพระองค์ เห็นแต่ในทีวีเวลาพระองค์เสด็จฯไปที่ต่างๆ กับในหลวงรัชกาลที่ 9 และวันแม่ 12 สิงหาคม ประทับใจในความมีเมตตาของพระองค์ที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยให้มีอาชีพ ศูนย์ศิลปาชีพฯของพระองค์ช่วยทำให้คนมีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว
น.ส.หนึ่งนุชกล่าวด้วยว่า รู้สึกเศร้ามากที่สูญเสียพระองค์ไป เป็นความรู้สึกที่พูดออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ เหมือนสูญเสียแม่ของแผ่นดิน วันนี้เข้าไปกราบสักการะก็อธิษฐานขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย จะขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป และในวันที่ 9 ตุลาคมนี้ ตนตั้งใจจะเดินทางมาอีกครั้ง เพื่อเข้ากราบพระบรมศพสมเด็จพระพันปีหลวงบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท










